ผลประชุมรัฐมนตรี WTO ไม่เป็นทางการ ย้ำความสำคัญระบบการค้าพหุภาคีพร้อมเร่งให้เจรจา WTO คืบหน้า

รัฐมนตรีการค้าและผู้แทนระดับสูงจากประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) กว่า 50 ประเทศ ร่วมหารือแนวทางขับเคลื่อนระบบการค้าพหุภาคีให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง

ผลประชุมรัฐมนตรี WTO อย่างไม่เป็นการ มีความเห็นตรงกันว่า สมาชิกควรเร่งหารือในประเด็นคงค้างสำคัญ เช่น การเปิดตลาดสินค้าเกษตร การเปิดตลาดสินค้าอุตสาหกรรม และการค้าบริการ รวมทั้งประเด็นใหม่ อาทิ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ตลอดจนพิจารณาแนวทางหรือรูปแบบการหารือใหม่ๆ เพื่อให้การเจรจาดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงผลการประชุมรัฐมนตรีองค์การการค้าโลกอย่างไม่เป็นทางการ ระหว่างวันที่ 19-20 มีนาคม 2561 ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย ตามที่นาย สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มอบหมายให้เดินทางไปเข้าร่วมหารือกับรัฐมนตรีการค้าและผู้แทนระดับสูงจากประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) กว่า 50 ประเทศ เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อนระบบการค้าพหุภาคีให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง หาทางจัดการกับประเด็นที่หารือกันมานานแต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ว่าในการประชุมครั้งนี้มีผู้แทนระดับสูงจากประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการค้าโลก อาทิ รัสเซีย สหรัฐอเมริกา จีน สหภาพยุโรป บราซิล แคนาดา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เม็กซิโก ออสเตรเลีย บังกลาเทศ เนปาล อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เมียนมา เวียดนาม และแอฟริกาใต้ เป็นต้น เข้าร่วม

โดยได้เน้นย้ำนโยบายของไทยในการสนับสนุนการขับเคลื่อนการเจรจาการค้าพหุภาคี และการปฏิบัติตามกฎกติกาการค้าโลก เพื่อความเป็นธรรมและเท่าเทียมทางการค้า และไทยพร้อมร่วมมือกับสมาชิก WTO หาแนวทางรับมือกับการที่หลายประเทศหันมาใช้มาตรการทางการค้าที่ไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบ WTO ซึ่งอาจมีผลต่อการค้าโลกในภาพรวม

นายสกนธ์ กล่าวเสริมว่า สมาชิกต่างเห็นพ้องกันที่จะสนับสนุนระบบกฎเกณฑ์การค้าโลก และลดอุปสรรคทางการค้า พร้อมขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้ ที่ประชุมสนับสนุนให้แต่ละประเทศมีความยืดหยุ่น และประนีประนอมในการหารือประเด็นต่างๆ รวมทั้งให้ความสำคัญเรื่องความโปร่งใส และเปิดกว้างให้สมาชิกทุกประเทศมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม เพื่อให้การเจรจาคืบหน้าไปได้

นอกจากนั้น สมาชิกควรเร่งหารือในประเด็นคงค้างสำคัญ เช่น การเปิดตลาดสินค้าเกษตร การเปิดตลาดสินค้าอุตสาหกรรม และการค้าบริการ รวมทั้งประเด็นใหม่ อาทิ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) และวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ตลอดจนพิจารณาแนวทางหรือรูปแบบการหารือใหม่ๆ เพื่อให้การเจรจาดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการดำเนินงานของกลไกการระงับข้อพิพาทอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อขจัดข้อขัดแย้งทางการค้า

นายสกนธ์ ทิ้งท้ายว่า การประชุมระดับรัฐมนตรี WTO อย่างไม่เป็นทางการครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดีว่าสมาชิกยังคงให้ความสำคัญกับระบบการค้าพหุภาคี และจะร่วมมือในการผลักดันการเจรจาให้ขยายผลอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการค้าพหุภาคีต่อไปในระยะยาว เพื่อให้สมาชิกสามารถรักษาผลประโยชน์ทางการค้า และป้องกันการใช้มาตรการทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม

แสดงความคิดเห็น