“สวนนายแป๊ะ” ฝรั่งพิรุณเนื้อหวาน โกยรายได้งาม ๆ 2 หมื่น 4 ต่อเดือน

ทุกวันนี้ขอบอกเลยว่า ยุคเกษตรกรกำลังมาแรง! นักเกษตรบางคนถึงขั้นกระโดดขึ้นแท่นมหาเศรษฐีของเมืองไทยแล้วก็มี และหนึ่งในอาชีพเกษตรกรที่คอนเฟิร์มได้ว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง ณ ตอนนี้ก็คือ “สวนฝรั่งพิรุณ” ที่เป็นเป็นผลไม้สร้างรายได้ให้อย่างต่อเนื่อง แถมยังใช้เงินลงทุนไม่มาก แต่ผลที่ได้รับกลับมานั้นมหาศาลจริง ๆ

ฝรั่งสายพันธุ์พิรุณ เป็นหนึ่งในกลุ่มผลไม้ที่กำลังได้รับความนิยมปลูกกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งคุณสุชาติ ธนะพฤกษ์ หรือ “คุณแป๊ะ” เจ้าของสวนธนะพฤกษ์ หรือที่รู้จักกันคือ “สวนนายแป๊ะ” นับว่าเป็นสวนแรกของประเทศไทยที่ปลูกฝรั่งสายพันธุ์พิรุณในเชิงการค้า รวมทั้ง ยังสร้างปรากฏการณ์ยอดขายถล่มทลายที่เรียกได้ว่าผลิตออกสู่ตลาดไม่ทันกันเลยทีเดียว
“สวนนายแป๊ะ” ตั้งอยู่บนที่เนื้อที่ 70 ไร่ เลขที่ 182 หมู่ที่ 2 ตำบลแก่งดินสอ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี อยู่ใกล้โครงการอ่างเก็บน้ำพระราชดำริห้วยโสมง โดยคุณแป๊ะได้เล่าว่า “ก่อนหน้าที่จะมาทำอาชีพเกษตรกรได้จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน เคยทำงานในธุรกิจปศุสัตว์ของเครือซีพี ต่อมาได้ตัดสินใจลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัวและลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่ประสบปัญหาขาดทุนจากวิกฤตตลาดหุ้น ด้วยเหตุนี้จึงหันมาเอาดีภาคเกษตรอีกครั้ง ด้วยการเช่าที่ดินจำนวน 200 ไร่ ในพื้นที่อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อทำสวนส้มเขียวหวาน ต่อมาสัญญาเช่าที่ดินหมดอายุลง จึงตัดสินใจซื้อที่ดินประมาณ 70 ไร่ ในที่ตั้งปัจจุบัน
เมื่อก่อนเขตพื้นที่อำเภอนาดี เกิดการแพร่ระบาดของศัตรูพืชจำนวนมาก โดยเฉพาะแมลงวันทอง ก็เพราะว่าตอนนั้นเกษตรกรนิยมปลูกต้นมะม่วงหิมพานต์ คุณแป๊ะเลยไม่กล้าลงทุนทำสวนส้มต่อ จึงมาเลือกทำสวนมะนาวแทนประมาณ 4 ปี แต่กลับไม่รุ่งเรืองอย่างที่คิด ขณะเดียวกันช่วงนั้นรัฐบาลเริ่มก่อสร้างเขื่อนห้วยโสมง ทำให้แมลงวันทองในท้องถิ่นเริ่มลดลง จึงฮึดสู้ลงทุนทำสวนผลไม้เพื่อเป็นสินค้ารองรับกับการท่องเที่ยวเขื่อนในอนาคต
ที่มาของฝรั่งพิรุณ สร้างผล สร้างกำไร ตรงใจกลุ่มผู้บริโภค
“ฝรั่งพิรุณตอนนี้กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยที่มานั้นเกิดจาก รศ.ดร. อุณารุจ บุญประกอบ ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ได้พัฒนาฝรั่งสายพันธุ์ใหม่ เพื่อให้เหมาะแก่การรับประทานผลสดในชื่อว่า “หวานพิรุณ” โดยมีรสชาติความหวาน 8-10 บริกซ์ เนื้อแน่น ละเอียด กรอบ รสชาติอร่อยมาก มีวิตามินซีสูง 90-130 มิลลิกรัม/100 กรัม อีกทั้ง ฝรั่งหวานพิรุณมีอัตราการเจริญเติบโตที่ดี หากปลูกด้วยกิ่งตอนจะให้ผลผลิตเมื่ออายุ 6-7 เดือน ส่วนกิ่งทาบจะให้ผลผลิตเมื่ออายุครบ 8-9 เดือน ด้วยลักษณะพิเศษของฝรั่งพิรุณที่มีเนื้อละเอียด คล้ายฝรั่งพันธุ์กิมจู มีเนื้อกรอบคล้ายกับฝรั่งแป้นสีทอง แถมยังมีความหวาน เนื้อหนา เมล็ดน้อย ถือเป็นไม้ผลตัวใหม่ที่มีโอกาสเติบโตสูง สามารถเป็นสินค้าเกรดพรีเมี่ยมได้อย่างดี”
“หลังจากนั้น ก็เลยขอซื้อกิ่งพันธุ์ฝรั่งหวานพิรุณ จำนวน 300 ต้น มาทดลองปลูกบนเนื้อที่ ประมาณ 3 ไร่เศษ และนับว่าเป็นสวนฝรั่งหวานพิรุณเพื่อการค้าแปลงแรกของประเทศไทย ซึ่งตอนนี้ก็ทำสวนฝรั่งมาได้ประมาณ 3 ปีแล้ว นอกจากปลูกฝรั่งแล้ว ยังปลูกกล้วยน้ำว้าขั้นระหว่างแถว เพื่อให้ระยะเวลา 1-2 ปี เมื่อฝรั่งจะออกผลเต็มที่ เราก็จะได้ผลของกล้วยอีกด้วย อีกทั้ง ได้ปลูกทุเรียนในแปลงถัดไป เพื่อให้อีก 5 ปีข้างหน้ามีผลทุเรียนออกขายสู่ตลาด ซึ่งตอนนี้มีผลไม้ที่ปลูกอยู่ทั้งหมด 3 ชนิด คือ ฝรั่งพิรุณ กล้วยน้ำว้า และทุเรียน โดยเราใช้แนวคิดแบบเศรษฐกิจพอเพียง พอผลไม้ชนิดนี้หมดช่วงฤดูกาล ผลไม้อีกชนิดก็จะออกมาแทน เพื่อเรียกรายได้ให้กับเราอย่างต่อเนื่อง”
“ส่วนวิธีการดูแลฝรั่งพิรุณ หลัก ๆ ดูแลแบบปกติทั่วไปให้น้ำ ให้ปุ๋ย แต่ทุกอย่างต้องดูความต้องการของพืชด้วย เช่น ช่วงเวลาของบ่าย 3 โมงทุกวัน เป็นช่วงที่พืชขาดน้ำเยอะมาก ดังนั้นเราจึงต้องให้น้ำเพิ่มขึ้น อีกทั้ง ช่วงแรกของการปลูกฝรั่งพิรุณ จะใส่ปุ๋ยเคมีที่เน้นสูตรตัวหน้า เช่น สูตร 40-0-0 (ยูเรีย) และปุ๋ย 25-0-0 ก่อนเก็บเกี่ยวประมาณ 2 เดือน ต่อมาเพื่อให้ผลฝรั่งมีคุณภาพ ได้ใช้สูตรปุ๋ยด้วยกัน 3 ตัว คือ 1.ปุ๋ยสูตร 24 เพิ่มปริมาณของผลผลิต 2.ปุ๋ยสูตร 21-7-14 เพิ่มขนาดของผลผลิต 3.ปุ๋ยสูตร 13-13-21 ปรับปรุงคุณภาพผลผลิต หรือสูตร 14-14-21”
คุณแป๊ะ เล่าต่อว่า “ฝรั่งหวานพิรุณเป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวาน คุณภาพระดับเกรดพรีเมี่ยมสามารถเจาะตลาดในท้องถิ่นได้สบาย นอกจากนี้ ยังได้นำกิ่งพันธุ์ฝรั่งหวานพิรุณมาปลูกในร่องสวนมะนาวเก่าโดยปลูกในระยะห่างระหว่างต้น 3.50 เมตร เปิดให้น้ำในระบบสปริงเกอร์ทุก ๆ 2 วัน ยกเว้นช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกชุก ก็งดให้น้ำไปโดยปริยาย”
“การทำสวนผลไม้สิ่งแรกที่ต้องกลัวคือ ศัตรูพืชที่เป็น มด ที่เข้าไปในถุงที่ห่อผลฝรั่ง ทำให้เพลี้ยแป้งมีโอกาสกินน้ำเลี้ยงของฝรั่ง โดยเพลี้ยแป้งจะขับถ่ายมูลน้ำหวาน ซึ่งเป็นอาหารโปรดของมดก็ว่าได้ ดังนั้น จึงแก้ไขด้วยการใช้สารเคมี  ส่วนโรคแอนแทรกโนสที่เกิดจากเชื้อรา จะป้องกันโดยฉีดพ่นสารเคมีก่อนห่อผล”
“ราคาขายฝรั่งพิรุณจะแบ่งเป็น 2 เกรด  ถ้าเป็นเกรด A ราคา 50 บาท  เกรดB ราคา 30 บาท กรณีที่ขายส่งราคาจะลดลง โดยเกรด A ราคา 35 บาท เกรด B ราคา 25 บาท ส่วนตลาดหลักของเราอยู่ในพื้นที่ เน้นกลุ่มลูกค้าในโรงพยาบาล โดยเฉพาะบุคคลที่เป็นโรคความดัน เบาหวาน เพราะฝรั่งพิรุณเป็นพืชที่มีวิตามินซีสูง ไซเบอร์สูง อีกทั้งฝรั่งยังมีความหวานภายในตัวไม่จำเป็นต้องใช้น้ำจิ้มแต่อย่างใด”
“ต้นทุนในการทำสวนฝรั่งพิรุณอย่างแรกก็จะมีค่ากิ่งพันธุ์ที่ค่อนข้างแพง ค่าปุ๋ย และค่าแรงคนงาน ซึ่งปัจจุบันตกอยู่ที่ไร่ละ 8,000 บาท ส่วนกำไรที่ได้รับต่อเดือนถ้าคิดเป็น 100 ต้น = 1ไร่ ได้ผลฝรั่งประมาณ 800 กิโลกรัมเท่ากับเป็นเงิน 24,000 บาท หักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็จะเหลือ 15,000 บาทต่อเดือน”
“ทั้งนี้ ถ้าใครที่ต้องการปลูกสวนฝรั่ง อย่าซื้อมาปลูกหลายต้น ถ้ากำลังแรงงานคนยังมีไม่มากพอ ซึ่งเกษตรกรรายย่อยไม่ควรเกิน 300 ต้นต่อครอบครัว อย่าเอาตัวเลขไปคูณเพื่อหวังได้รายได้เยอะ แต่ควรดูแรงงานเป็นสำคัญ เพราะถ้าถึงเวลาห่อฝรั่งแล้ว แต่เราไม่ห่อ นั่นหมายถึงที่ทำมาทั้งหมดเท่ากับศูนย์”สวนฝรั่งนายแป๊ะ

1_3สวนฝรั่งนายแป๊ะ

info_BBL_เกษตรก้าวหน้า_3

4689 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น