รู้เรื่องการเงินอย่างครบวงจร พร้อม Chatbot ให้คำปรึกษา จาก Finstreet

ไลฟ์สไตล์ของคนส่วนใหญ่เปลี่ยนไป ทำให้การใช้จ่ายในเรื่องต่างๆ นั้นมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้หลายๆ คนมีปัญหาเรื่องการบริหารเงินตามมา

ซึ่งวันนี้เราก็ได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาแก้ปัญหาตรงนี้โดยเฉพาะ กับ คุณชญานิษฐ์ ศรีนาคอ่อน Head of Sales และ Marketing จาก FINSTREET ซึ่งเป็น Chatbot ให้บริการความรู้ด้านการเงินอย่างครบวงจร

จาก Chatbot เฉพาะทาง สู่บริการที่ครอบคลุม

ก่อนที่จะมาเป็น FINSTREET ที่เราได้เห็นและได้สัมผัสกันอย่างทุกวันนี้ จุดเริ่มต้น FINSTREET เป็น Chatbot ที่เป็นตัวกลางช่วยคอนเนคระหว่าง User กับธนาคาร แต่เมื่อทำมาเรื่อยๆ เริ่มเห็นว่าความต้องการของ User ที่เข้ามาใช้ FINSTREET Chatbot นั้น มากกว่าเรื่องรีไฟแนนซ์บ้าน จึงขยายตัวโปรดักต์ให้กว้างขึ้น

เรามีบริการที่อยู่ในตัว Inbox Facebook Messenger ที่เป็น Chatbot ตัวนั้นจะเป็นตัวที่ช่วยให้ความรู้ ให้คำปรึกษา และแนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงิน บนเพจหน้าบ้านของเราเราทำเป็นคอนเทนท์คุณภาพออกมา ลักษณะคอนเทนท์ของเราคือหยิบจับเรื่องราวที่อยู่ในชีวิตประจำวัน เรื่องง่ายๆ ที่คนส่วนใหญ่อาจมองข้าม เราก็จับจุดให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของเราด้วยเรื่องเงินเดือน เรื่องไลฟ์สไตล์

พอคนให้ความสนใจเยอะมาก ยอดทวิตต่อ 1 โพสต์เป็นหลักล้าน คนอ่านประมาณ 4-6 ล้านคน กลุ่มเป้าหมายจากเดิมที่เป็นคนวัยทำงานที่รีไฟแนนซ์บ้านสมัยก่อนที่เรา Target ไปมันก็กว้างกว่าเดิมแล้ว กลายเป็นกลุ่มทั่วไป เป็นเด็กเพิ่งเรียนจบ เป็นคนที่ลงทุนมาแล้วสักพัก พอมันกว้างขึ้นเราก็ต้องมาปรับตัวบริการของเราให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย Chatbot ก็เลยมี Solution การเงินต่างๆ มีตัวคำนวณช่วยบอกคร่าวๆ ว่าถ้าอายุเท่านี้ควรมีสินทรัพย์เท่าไหร่ ควรจะออมเงินเดือนละเท่าไหร่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือวิธีการทำของ FINSTREET”

จับอุปสรรคสำคัญของคนไทย มาแก้ไขอย่างตรงประเด็น

Finstreet เริ่มต้นจากการมองเห็นถึงปัญหาการบริหารจัดการเงินของคนไทยที่ยังคงทำไม่ได้อย่างที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ ซึ่งหลายๆ คน วางแผนการใช้ชีวิตตั้งแต่เรียนจบว่า อยากมีบ้าน อยากมีรถ อยากมีเงินเดือนเท่านี้ ซึ่ง Finstreet มองว่าคนไทยไม่ค่อยวางแผนว่าเกษียณอายุแล้วจะเก็บเงินเท่าไหร่ ควรจะแบ่งเงินไปออมเดือนละเท่าไหร่

คนไทยมองการเงินเป็นเรื่องยาก เป็นเรื่องไกลตัว  แต่จริงๆ แล้วมันใกล้ตัวมาก เพราะว่าเราทุกคนต้องหาเงิน ต้องใช้เงิน แต่เราไม่วางแผนทางการเงินของเรา ซึ่งมีเงินน้อยมีเงินเยอะมันไม่เกี่ยว มีน้อยแต่ออมก่อนสามารถมีบั้นปลายที่ดีในอนาคต คือมันเป็นปัญหาที่ไม่มีสตาร์ทอัพตัวไหนที่เข้ามาทำ

กว่าจะมีผู้ติดตามถึงหลักแสนคน Finstreet ต้องผ่านช่วงยากลำบากมาแล้วเช่นกัน

หลังจากเปิดตัวมาได้ 8 เดือน ยอด Follow ของ Finstreet เพิ่มขึ้นมาหลายเท่าตัวมาก เพจ Facebook จำนวนคนติดตาม และ กดไลค์นั้นมีมากถึง 200,000 คน ซึ่งกว่าจะมีผู้ติดตามระดับนี้ได้ พวกเขาเองก็ผ่านอุปสรรคและปัญหาสุดท้าทายมาแล้วเช่นกัน

“ยากที่สุดคือ การเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคของคนไทย โดยเราบอกวิธีเขาว่าคุณควรจะทำแบบไหน คุณควรจะทำอย่างไร แต่สุดท้ายแล้วทำได้หรือไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับตัว User คนนั้น

หลักๆ เรา จะทำการตลาดผ่านตัว Creative Content ที่อยู่บนตัว Facebook กระแสค่อนข้างดี อันที่ 2 เรามีเป็นพาร์ทเนอร์ชิพที่ทำร่วมกับที่อื่นๆ อย่าง iTAX เป็นแอปพลิเคชั่นเกี่ยวกับภาษี ในการยื่นภาษี ก็เป็นพาร์ทเนอร์ของเรา มีการแชร์ความรู้กัน

ส่งต่อคำแนะนำดีๆ จาก Finstreet สตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จภายในเวลาอันรวดเร็ว

“สิ่งที่สำคัญของสตาร์ทอัพ จริงๆ มี 2 ตัว คือ Speed และ Scale โดย Speed ต้องไว และต้อง Scale ได้ ถ้าคุณมี 2 ตัวนี้โอกาสที่คุณจะประสบความสำเร็จก็จะเยอะขึ้น จริงๆ ทีมค่อนข้างสำคัญ ต้องเป็นทีมที่พร้อมจะลุยไปด้วยกัน ประสบการณ์ตรงจากการทำสตาร์ทอัพเรื่องทีมสำคัญมากๆ เรื่อง Speed และ Scale ก็สำคัญ เพราะไอเดีย คู่แข่งของคุณก็อาจมีไอเดียเหมือนกัน แต่คนที่หาหนทางได้ก่อนก็จะไปได้ก่อน และประสบความสำเร็จ”

แสดงความคิดเห็น