“บางกอกแล็ป คอสเมติค” ปัดฝุ่นงานวิจัยขึ้นหิ้ง พัฒนาสินค้าด้วยนวัตกรรม

บางกอกแล็ป หาจุดร่วมในการบริหารงาน ขยายธุรกิจเข้าสู่อุตสาหกรรมฐานความรู้ ปัดฝุ่นงานวิจัยขึ้นหิ้งเพื่อพัฒนาเป็นสินค้าที่โดดเด่นและมีคุณภาพ

ธุรกิจการผลิตยาและผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ

บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด ดำเนินธุรกิจการผลิตยาและผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ มีการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ทั้งยา อาหารเสริม และเครื่องสำอาง ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล จำนวนมากกว่า 100 รายการ ดำเนินงานมา 25 ปี ก่อตั้งโดยเภสัชกร  3 ท่าน คือ เภสัชกรสมชัย พิสพหุธาร เภสัชกรสุวิทย์ งามภูพันธ์ และเภสัชกรศุภชัย สายบัว

เภสัชกรศุภชัย สายบัว หนึ่งในผู้ก่อตั้ง เล่าว่า บางกอกแล็ปเริ่มก่อสร้างโรงงานในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2536 แล้วเสร็จและได้รับใบอนุญาตในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2537 เริ่มผลิตยาตำรับแรกในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2537 รับรอง GMP จากกระทรวงสาธารณสุขในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2537

โดยก่อตั้งธุรกิจด้วยเงินลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่ง ภก.ศุภชัยเล่าว่า ช่วงแรกการทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะในเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของซัพพลายเออร์ที่ไม่ปล่อยเครดิต ทุนในการซื้อวัตถุดิบ ตลอดจนไม่ได้รับความไว้วางใจจากสถาบันการเงินในการให้สินเชื่อ จากคาดการณ์ว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 1 ปี แต่ในความเป็นจริง 10 ปีผ่านไป ธุรกิจก็ยังไร้ซึ่งความมั่นคง

มีจุดร่วมเดียวกันสู่การกำหนดนโยบาย

แม้จะเจอปัญหามากมาย แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้ธุรกิจก้าวต่อไป ภก.ศุภชัยกล่าวว่าพยายามดิ้นรนทุกอย่างในฐานะเอสเอ็มอีเพื่อที่จะอยู่รอดให้ได้ จนมีโอกาสได้เข้าร่วมกับโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิต เพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขัน หรือ “เอ็มดิก” MDICP (Mannufacturing Development Improve Competitiveness Programme) โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

ซึ่งจากการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ทำให้ผู้บริหาร 3 คนที่ทำงานร่วมกันมาโดยดูแลคนละด้าน ด้วยความรู้ในหลักสูตรเดียวกัน ทำให้เห็นวิธีในการวางแผนทำงานที่ชัดเจน มีความเข้าใจ มีจุดร่วมที่ตรงกันก่อนจะไปกำหนดเป็นนโยบาย ส่งผลให้การทำงานตรงกับเป้าหมายมากขึ้น จากนั้นเป็นต้นมาธุรกิจจึงฟื้นตัว และมีแนวโน้มดีขึ้นมาเรื่อยๆ

ปัดฝุ่นงานวิจัย

ภก.ศุภชัยกล่าวว่า ตลอด 25 ปี บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด ได้ดำเนินธุรกิจการผลิตยาและผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ โดยการคัดสรรวัตถุดิบ ตรวจสอบการผลิตและ ตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ตามระบบบริหารงานคุณภาพ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานต่างๆ ในความปลอดภัยและให้คุณประโยชน์ ตลอดจนความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้บริโภคบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและรักษาไว้ซึ่งมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการทบทวนและปรับปรุงให้เหมาะสมอยู่เสมอ โดยมีปรัชญาที่ว่า “คุณภาพ คือ คุณค่าแห่งชีวิต” Quality means value of life

ซึ่งปัจจัยความสำเร็จสำคัญของบริษัท บางกอกแล็ป ที่น่าสนใจที่สุดคือการเป็นผู้นำการคิดค้นนวัตกรรม โดยเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้มีการตั้งศูนย์วิจัยเพื่อพัฒนาธุรกิจ ซึ่ง ภก.ศุภชัยกล่าวว่า “งานวิจัย” เป็นหนึ่งปัจจัยที่ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตยา บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญ และมีนโยบายเพื่อให้มีความมั่นคง เป็นการขยายธุรกิจเข้าสู่อุตสาหกรรมฐานความรู้ โดยการยกระดับงานวิจัยและพัฒนาขึ้นเป็น ศูนย์วิจัย BLC (BLC Research Center) เพื่อทำงานด้านการวิจัยโดยเฉพาะ

โดยนำงานวิจัยจากหน่วยงาน เช่น มหาวิทยาลัยต่างๆ มาพัฒนาต่อ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการภูมิปัญญาไทย มีการค้นคว้าผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มีคุณภาพดี

“นำงานวิจัยขึ้นหิ้งที่น่าสนใจตามมหาวิทยาลัยต่างมาพัฒนาต่อ ดัดแปลงให้ตรงกับสินค้าของเราเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์มีคุณภาพโดดเด่นจากคนอื่นหรือตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งงานวิจัยเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับเอสเอ็มอี โดยสามารถทำได้กับผู้ประกอบการในทุกระดับ เพียงมีแค่เจ้าหน้าที่ในการประสานงานวิจัยก็สามารถดำเนินงานได้” ภก.ศุภชัยกล่าว

SME ต้องมีความรู้

สุดท้าย หนึ่งในผู้ก่อตั้ง บริษัท บางกอกแล็ป ได้ฝากข้อคิดถึงผู้ประกอบการไว้ด้วยว่า หากต้องการความแตกต่างจากคู่แข่ง นวัตกรรมคือสิ่งที่จำเป็นที่สุด สำหรับเอสเอ็มอีที่ต้องการนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยพัฒนาธุรกิจให้ประสบความสำเร็จต้องศึกษาหาความรู้ให้มาก ซึ่งเมื่อมีความรู้มากพอไอเดียในเรื่องนวัตกรรมจะเกิดขึ้นตามมา

“นวัตกรรมจำเป็นที่สุด ซึ่งจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเอสเอ็มอีมีความรู้ อ่านเยอะ ฟังเยอะ ไปศึกษาดูงานในหลายๆ ที่ มีความรู้ในเรื่องที่ตัวเองทำอยู่ คือเข้าใจธุรกิจของตนเอง รู้จักสินค้าตนเองอย่างเชี่ยวชาญ จากนั้นนวัตกรรมจะตามมาเอง” ภก.ศุภชัยกล่าวทิ้งท้าย

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น