จากศิลปะและแมลง สู่นวัตกรรมสีเขียว

เสื้อผ้าเด็กยี่ห้อ Petit Pli ได้รับการกล่าวถึงจากสื่อมวลชนอย่างกว้างขวางในรอบสองปีมานี้ จากการคิดค้นชุดที่สามารถปรับยืดขนาดไปพร้อมๆ กับพัฒนาการและการเติบโตของเด็กผู้สวมใส่

อีกทั้งยังกวาดรางวัลนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมระดับโลกไปครองหลายรางวัล เช่น รางวัล James Dyson award ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ทางด้านการออกแบบของสหราชอาณาจักรประจำปี 2017, รางวัล Shell LiveWIRE Smarter Future Award 2017 และก็ไม่ใช่แค่รางวัลด้านออกแบบเท่านั้น สื่อหลายสำนักยกย่องเป็นหนึ่งในนวัตกรรมด้านการอนุรักษ์ หรือ Green Innovation ที่โดดเด่นสุดเมื่อปีที่ผ่านมา*1

เสื้อผ้าที่ปรับยืดขนาดไปพร้อมกับเด็กเป็นนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ใหม่อย่างแน่นอน เพราะก่อประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจค่าใช้จ่าย และด้านความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เสื้อชุดเดียวสวมต่อได้นาน ไม่ต้องผลิตหลายครั้งให้สิ้นเปลืองทั้งเศรษฐกิจและทรัพยากรการผลิต โลกยุคใหม่เป็นโลกที่มีค่านิยมสีเขียวคู่ไปกับความสะดวกสบายทันสมัย

ช่วงสองปีแรกของทารก เป็นช่วงที่ผู้ปกครองต้องมีค่าใช้จ่ายเรื่องเสื้อผ้ามากเป็นพิเศษเพราะเป็นช่วงเติบโต เปลี่ยนไซส์ของเสื้อผ้าถึง 7 ขนาด งานวิจัยของสหราชอาณาจักรบอกว่า ผู้ปกครองต้องมีค่าใช้จ่ายถึงราว 2,000 ปอนด์ เป็นค่าเครื่องนุ่งห่มให้กับทารกและเด็กก่อนที่เขาจะมีอายุถึง 3 ขวบ นี่จึงเป็นที่มาของการคิดค้นนวัตกรรมเสื้อผ้ายืดได้ตามพัฒนาการเด็ก แล้วก็โด่งดังในพริบตา

นายไรอัน ยาชิน Ryan Yasin นักประดิษฐ์และออกแบบวัย 24 ผู้คิดค้นนวัตกรรม  Petit Pli   เป็นนักศึกษาศิลปะแห่งสถาบัน Royal College of Art  วัยเพียง 24 ปี บอกว่าเขาได้ไอเดียอันวิเศษนี้จากวัฒนธรรมการพับกระดาษจากดินแดนตะวันออกสุดแห่งอาทิตย์อุทัย นี่เป็นการผสมผสานระหว่าง ศาสตร์กับศิลป์ นั่นคือการออกแบบทางวิศวกรรมผสมกับแฟชั่น โดยเขาคิดค้นสร้างผ้าชนิดพิเศษที่ยืดได้มากกว่าผ้าชนิดอื่นใดที่เคยมีมา สามารถยืดออกทั้ง 2 ทิศทาง ทั้งด้านกว้างและด้านบน มีลักษณะเป็นรอยพับ เป็นชั้นๆ ต่อเนื่องกัน ที่สามารถซักได้ทั้งมีคุณสมบัติกันน้ำ กันลม (Water proof & Wind proof) นี่เป็นมิติทางด้านวิศวกรรมการออกแบบ

ศิลปะการพับกระดาษของญี่ปุ่น โอะริกะมิ (Origami) เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมที่สืบเนื่องมายาวนานและแพร่หลายรุ่งเรืองในระดับประชาชนตั้งแต่ยุคเมจิ (1868-1912) การพับกระดาษที่คิดค้นและสืบเนื่องยาวนานขนาดนี้ สามารถพับกระดาษขนาดยาวให้เหลือเพียงชิ้นเล็กๆ ยืดได้-หดได้อย่างน่าทึ่ง

และนี่คือแรงบันดาลใจหลัก นำไปสู่การประยุกต์ใช้โดยนักศึกษาวัย 24 ปี นายไรอัน ยาชิน ผู้นี้

เสื้อผ้าที่เขาออกแบบ สามารถให้ทารกวัย 3 เดือนสวมใส่ได้ต่อเนื่องไปจนถึงอายุได้ 3 ขวบ นั่นหมายความว่าเสื้อชุดเดียวกันนี้ยืดขยายออกได้ถึง 7 ขนาดของไซส์เสื้อผ้าปกติ

นี่จึงไม่แปลกที่งานชิ้นนี้จะได้รับรางวัลนวัตกรรมระดับโลก !

@แมลงสู่นวัตกรรมอาหาร

โลกยุคใหม่เป็นโลกยุคผู้คนอาศัยในเมืองใหญ่มากกว่าชนบท (Urbanization) เป็นโลกที่เทคโนโลยีก้าวหน้าบนค่านิยมสีเขียว กล่าวคือ ยิ่งมีระดับความทันสมัยสูงเท่าไหร่ก็ต้องยิ่งแสดงให้เห็นถึงค่านิยมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเท่านั้น เมืองอัจฉริยะที่เป็นต้นแบบยุคใหม่จึงเต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ การแข่งขันกันออกแบบอาคารและสถาปัตยกรรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์พลังงาน

ตลาดสีเขียวเป็นตลาดที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ เป็นโอกาสที่ท้าทายผู้ประกอบการทุกระดับ การสร้างนวัตกรรมไม่ใช่แค่ยักษ์ใหญ่ที่เพียบพร้อมด้าน R&D เท่านั้นที่คิดค้นได้ ตัวอย่างสตาร์ทอัพ เสื้อผ้าเด็กยืดขยายไซส์ได้เป็นผลงานของนักศึกษาวัย 24 ปีเท่านั้น เพียงแต่ปรับแนวคิดมุมมองหรือประยุกต์จากสิ่งที่มีอยู่เดิม ก็สามารถสำเร็จได้เท่าเทียมกัน

ตลาดสีเขียวเป็นตลาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ นี่คือโอกาสของอนาคต ที่เปิดกว้างให้กับผู้ประกอบการสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ได้ในแทบทุกเซ็กเมนท์ เราอาจเคยชินกับการคิดค้นสิ่งแปลกใหม่ที่เป็นเทคโนโลยี ดิจิทัล หรือเครื่องยนต์กลไกที่ผู้ประกอบการรายย่อยไม่สามารถเข้าถึง แต่ที่แท้แล้วตลาดสีเขียวนั้นเปิดกว้างลงมาถึงหมวดยิบย่อยในชีวิตประจำวัน นอกจากหมวดเสื้อผ้าที่กล่าวไปแล้ว ยังมีเครื่องตกแต่ง เครื่องประดับ ของใช้จุกจิก จนถึงเครื่องบริโภคหมวดอาหารการกิน

เมื่อปีที่ผ่านมา มีผลิตภัณฑ์อาหารที่สร้างความฮือฮาในยุโรปในฐานะนวัตกรรมสีเขียว รักษ์โลกรักษ์สิ่งแวดล้อม นั่นก็คืออาหารแมลงที่วางจำหน่ายได้ในห้างร้านทั่วไป หลังจากรัฐบาลยอมแก้กฎหมายอนุญาตให้แมลง 3 ชนิดคือ จิ้งหรีด crickets, ตั๊กแตน grasshoppers และหนอนนก mealworms เป็นอาหารที่วางจำหน่ายอย่างถูกกฎหมาย

อันที่จริงคนในวงการอาหารเขารับรู้คุณค่าทางอาหารจากแมลงมานานแล้ว ประเทศในเอเชีย/แอฟริกาบริโภคแมลงมาก่อน อย่างประเทศไทยถือเป็นตัวอย่างอาหารจากแมลงที่บรรดานักท่องเที่ยวพากันทึ่งสุดๆ มานานมาแล้ว ขณะที่ในกลุ่มวิชาการเขาก็มีบทวิจัยรองรับถึงคุณประโยชน์จากโปรตีนในแมลง คงเหลือแต่โลกที่หนึ่งในยุโรปอเมริกาที่ไม่มีธรรมเนียมดังกล่าว แต่ที่สุดก็ต้องยอมรับกับเหตุผลและความเป็นจริงว่าแมลงนั้นเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของโลก ที่ไม่ควรรังเกียจเดียดฉันท์อะไร

ทันทีที่ไฟเขียวด้านกฎหมายเปิด COOP กิจการค้าปลีกและห้างชื่อดังของสวิสเซอร์แลนด์ได้วางจำหน่ายสินค้าใหม่ เรียกว่า Insect Burger และ Insect Ball **2  หน้าตาเป็นแฮมเบอร์เกอร์ที่คุ้นเคย เพียงแต่ทำจากแมลง ชูธงเรื่องอาหารที่ผลาญทรัพยากรโลกน้อยกว่าเนื้อสัตว์/และการปศุสัตว์หลายเท่า ส่วน Insect Ball นั้นมีวัตถุดิบจากหนอนนก mealworms ที่ปรุงแต่งรสชาติ เป็นอาหารสแนคกินเล่นที่อุดมด้วยโปรตีนเหนือกว่าของกินเล่นจากแป้ง

ปรากฏว่าสินค้าแมลงดังกล่าวได้สร้างความฮือฮาไปทั้งยุโรปทีเดียว แถมยังได้รับการยกย่องเป็นนวัตกรรมอาหารสีเขียวติดอันดับอีกต่างหาก

อันที่จริงแล้ว ประเทศไทยเราอุดมสมบูรณ์และมีความคุ้นเคยกับการบริโภคแมลงมาก่อนอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้ยกระดับการประดิดประดอย คิดค้นเอาแมลงลงในเมนูอาหารใหม่ ก็อาจจะฮือฮาต้องรสนิยมใหม่ๆ แบบเดียวกับเบอร์เกอร์แมลงในยุโรปก็อาจเป็นได้

แล้วนี่ก็ไม่ได้สลับซับซ้อนหรือต้องการเทคโนโลยีราคาแพงแต่อย่างใด เอสเอ็มอีไทยที่มีไอเดียเก๋ๆ ก็สามารถทำได้.

******

*1 https://www.edie.net/news/8/Best-sustainability-innovations-of-2017/

**2 http://www.dw.com/en/insect-burgers-and-balls-swiss-supermarket-to-sell-bug-based-food/a-40090398

 

แสดงความคิดเห็น