ผู้ผลิตเครื่องปรุงรสไทย เฮ การค้า CLMV ขยายตัว เปิดบ้านรับ AEC

เศรษฐกิจของ CLMV ดึงดูดคู่ค้าชาวต่างชาติได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเครื่องปรุงรสสัญชาติไทย เนื่องจากวัฒนธรรมการบริโภคอาหารมีความคล้ายคลึงและเปิดกว้างมากขึ้น รวมถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อคุณภาพสินค้าไทยภายในกลุ่มประเทศ CLMV

จากสถิติปัจจุบันประเทศที่ส่งออกเครื่องปรุงรสอันดับ 1 ของภูมิภาคอาเซียนคือประเทศไทย นอกจากนี้ยังอยู่ในอันดับที่ 6 ของโลกอีกด้วย เป็นรองประเทศสหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี จีนและอิตาลี เท่านั้น

จากข้อมูลฝ่ายวิจัย สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยตัวเลขใน 6 เดือนแรกปี 2558 โดยเปรียบเทียบกับปี 2556 และ 2557 ในช่วง 6 เดือนแรกนั้น การส่งออกเครื่องปรุงรสไทยอยู่ที่ 9,591 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 แม้ว่าจะอยู่ในช่วงเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

ด้านสัดส่วนส่งออกเครื่องปรุงรสจากไทยไป CLMV ในปี 2558 (ม.ค.-ส.ค.) อ้างอิงจากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ไทยส่งออกไปที่กัมพูชามากที่สุดอยู่ที่ 32% ตามมาด้วย เมียนมา 30% สปป.ลาว 23% และเวียดนาม 15%

สำหรับประเทศกัมพูชามีพฤติกรรมการบริโภคที่หลากหลายคล้ายกับอาหารไทย การประกอบอาหารนั้นใช้ทั้งสมุนไพร เครื่องแกง เครื่องปรุงรส โดยเฉพาะน้ำปลา นอกจากนี้ชาวกัมพูชายังนิยมบริโภคผงชูรสปริมาณสูง เพื่อประกอบอาหาร อย่างไรก็ตามในช่วงหลังที่ผ่านมากัมพูชาลดการนำเข้าเครื่องปรุงรสจากไทยและหันไปนำเข้าสินค้าจากเวียดนาม เนื่องจากมีราคาที่ต่ำกว่า แต่ถึงกระนั้นการส่งออกเครื่องปรุงรสไทยไปกัมพูชาจะสามารถกลับมาขยายตัวในอนาคตอีกครั้ง เพราะกัมพูชามีการพัฒนาเข้าสู่สังคมเมือง รวมถึงการเพิ่มขึ้นของประชากรที่มีรายได้ปานกลาง จึงให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น สิ่งนี้เป็นข้อได้เปรียบของไทย จากการที่ไทยได้รับการยอมรับเรื่องคุณภาพมาตรฐานสินค้าเหนือกว่าคู่แข็งอย่างเวียดนาม

เช่นเดียวกันกับ สปป.ลาว และชาวเมียนมาร์ ที่มีความคุ้นเคยเชื่อมั่นสินค้าจากประเทศไทย ในระดับคุณภาพตลาดบน  รวมถึงวัฒนธรรมการบริโภคอาหารที่ใกล้เคียงกัน เครื่องปรุงรสจากไทยที่ชาวลาวนิยมบริโภค ประกอบด้วย พริก น้ำปลา ปลาร้า และซอสถั่วเหลือง ส่วนของชาวเมียนมาร์นั้นนิยมบริโภคเกือบทุกชนิด เช่น น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง ซอสปรุงรส และผงชูรส ที่ทุกครอบครัวต้องมีไว้ในบ้าน

ในส่วนของเวียดนามนั้นจะแตกต่างกับ 3 ประเทศที่กล่าวมา เนื่องจากชาวเวียดนามนิยมของสดใหม่เพื่อประกอบอาหาร ผู้ผลิตสินค้าจากประเทศไทยส่วนใหญ่จะส่งสินค้าไปที่เวียดนามในลักษณะเจาะกลุ่มตลาดบน โดยขยายไปที่ตลาดค้าปลีกเป็นหลัก

ทั้งนี้การค้าชายแดนของไทยเมื่อเปิด AEC แล้วจะยิ่งส่งผลด้านบวกให้กับผู้ประกอบการในประเทศไทย เนื่องจากข้อได้เปรียบเรื่องประสบการณ์และความชำนาญด้านธุรกิจกาผลิตเครื่องปรุงรสทำให้ได้มาตรฐานและเป็นที่เชื่อถือในคุณภาพ การค้าชายแดนจะมีความคึกคักมากขึ้น เพราะจากการเดินทางที่มีความเสรีมาก รวมถึงเรื่องของภาษีการค้าระหว่างประเทศ ที่สำคัญภูมิศาสตร์ประเทศไทยนั้นถือว่าอยู่จุดศูนย์กลางของประเทศเนื้อหอม CLMV นอกจากการค้าขายบริเวณชายแดนแล้ว จะมีผู้ประกอบการจากประเทศเพื่อนบ้าน CLMV มาติดต่อการค้ากับผู้ประกอบการไทยในประเทศมากขึ้น แนวโน้มการขยายตัวของธุรกิจเครื่องปรุงรสไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

BBL_SME-Go-Inter_10 sme

2081 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น