นวัตกรรมเด่น กลยุทธ์ดี “เอิร์ธบอร์น” สร้างสินค้าหลากหลายจากมะพร้าวลูกเดียว

เจ้าตลาดน้ำมันมะพร้าวส่งออก ฉีกรูปแบบสินค้าแบบเดิมๆ ที่ต้องแข่งขันสูง ใช้นวัตกรรมเข้ามาช่วยในการพัฒนา สร้างแบรนด์ขายปลีกลดความเสี่ยง

คุณพิสิษฐ์ วีระไวทยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอิร์ธบอร์น จำกัด เปิดเผยว่า ก่อตั้งบริษัทเมื่อปี พ.ศ. 2547 โดยก่อนหน้านี้เคยทำธุรกิจขายแผ่นซีดีเพลงนำเข้าจากต่างประเทศ โดยทำการขายทั้งในรูปแบบออนไลน์และมีหน้าร้าน แต่ติดปัญหาในเรื่องวงการเพลงที่มีการซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาจำหน่ายในประเทศ ทำให้ยอดขายลดลง ประกอบกับการเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่สามารถเพิ่มสเกลให้ขยายออกไปได้

ขณะเดียวกัน ก็มีความคิดว่าต้องการทำธุรกิจใหม่ที่จะเติบโตได้มากๆ คุณพิสิษฐ์ จึงมองถึงเรื่องการส่งออก เพราะสามารถกระจายตลาดไปได้ทั่วโลก ประกอบกับคุณพ่อมีพื้นเพเป็นคนอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นแหล่งที่มีมะพร้าวมาก มองว่าเป็นวัตถุดิบที่น่าสนใจที่สามารถพัฒนาเป็นสินค้าเพื่อส่งออกได้ จากนั้นจึงทำการศึกษาตลาดพบว่า ณ ตอนนั้น เมื่อประมาณ 14 ปีที่แล้ว เมืองไทยยังไม่มีการผลิตน้ำมันมะพร้าวเพื่อการส่งออก

สร้างสินค้านวัตกรรม

เมื่อรู้แล้วว่าจะขายอะไร คุณพิสิษฐ์เล่าต่อว่า ได้ทำการศึกษาว่าจะผลิตสินค้าอย่างไรเพื่อให้มีคุณภาพดีที่สุด เป็นสินค้าใหม่ที่แตกต่างจากท้องตลาด หลีกเลี่ยงสินค้าแบบเดิมๆ ที่ต้องแข่งขันสูง โดยใช้นวัตกรรมเข้ามามีส่วนช่วยในการพัฒนา ซึ่งได้ขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญตามมหาวิทยาลัยที่มีผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมะพร้าว โดยเป็นนวัตกรรมกระบวนการสกัดเย็น คือวิธีการผลิตแบบใหม่ในการเปลี่ยนเนื้อมะพร้าวให้กลายเป็นน้ำมันที่แตกต่างจากโรงงานอื่นๆ ได้เป็นน้ำมันมะพร้าวธรรมชาติบริสุทธิ์ (Virgin Coconut Oil) คุณภาพดี แบบออร์แกนิกแท้ 100%

รับจ้างผลิต (OEM) เน้นตลาดส่งออก ธุรกิจการผลิต B2B

ในช่วงแรกของการขายคุณพิสิษฐ์กล่าวว่ายังไม่ได้สร้างแบรนด์ แต่เป็นในลักษณะผู้รับจ้างผลิต (OEM) เน้นตลาดส่งออกต่างประเทศเป็นหลัก เป็นธุรกิจการผลิตในแบบ B2B (Business-to-Business) ในนามบริษัทเอิร์ธบอร์น ซึ่งได้การตอบรับเป็นอย่างดี สามารถส่งออกไปกว่า 10 ประเทศทั่วโลก โดยมีประเทศแคนาดา สหรัฐอเมริกา เป็นหลัก รวมทั้งฝั่งทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย

ซึ่งในการหาลูกค้าต่างประเทศนั้น คุณพิสิษฐ์เปิดเผยว่า ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นหลัก ซึ่งเป็นยุคแรกของรูปแบบอีคอมเมิร์ซ เริ่มจากใช้เว็บไซต์อาลีบาบาในการลงขายสินค้า และเมื่อมีผู้สนใจติดต่อมา ก็ใช้เทคนิคคือการส่งสินค้าไปให้ทดลองใช้ฟรี เมื่อลูกค้าได้รู้จักสินค้าก็มีการสั่งซื้อตามมา

สร้างแบรนด์ “AgriLife”

เมื่อธุรกิจดำเนินไปได้ดี มีรายได้คงที่ คุณพิสิษฐ์จึงเริ่มคิดในส่วนของการสร้างแบรนด์ในการขายปลีก เนื่องจากมองว่าหากมีแบรนด์เป็นของตนเองจะช่วยให้ธุรกิจจะได้เติบโตได้อย่างยั่งยืน และส่วนหนึ่งคือเป็นการลดความเสี่ยงของธุรกิจ โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า “AgriLife” เริ่มจากน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นที่เป็นสินค้าหลักเดิมในการส่งออก วางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าต่างๆ ซึ่งเมื่อมีแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเองจึงต้องมีการทำการตลาดเพื่อให้เป็นที่รู้จัก มีการสร้างเว็บไซต์ รวมถึงออกบูธเพื่อแนะนำสินค้าในงานอีเวนต์ต่างๆ ทุกเดือน

ซึ่งคุณพิสิษฐ์ยังกล่าวอีกว่า ข้อดีของการสร้างแบรนด์ตัวเองอีกอย่างหนึ่ง คือ การที่สินค้าเริ่มเป็นที่รู้จัก จะส่งผลด้านบวกให้กับตลาดส่งออกไปในตัว เนื่องลูกค้าจากต่างประเทศที่เข้ามาท่องเที่ยวแล้วเห็นสินค้าก็จะรู้สึกว่ามีความน่าเชื่อถือเพราะมีวางขายอยู่ทั่วไป ทำให้กล้าที่จะตัดสินใจซื้อ ซึ่งปัจจุบันเอิร์ธบอร์นทำการตลาดต่างประเทศน้อยมากเนื่องจากสินค้าค่อนข้างเป็นที่ยอมรับ

“หากรับจ้างผลิตอย่างเดียวก็ต้องประชาสัมพันธ์เยอะ ต้องไปออกบูธต่างประเทศเพื่อให้เป็นที่รู้จัก แต่เมื่อมีแบรนด์ของตัวเองก็เหมือนทำการตลาดไปในตัว คนรู้จักจากสินค้าที่วางจำหน่าย” คุณพิสิษฐ์กล่าว

ขยายไลน์โปรดักต์ : มะพร้าว 1 ลูก ใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด

นอกจากนี้ในเรื่องของตัวสินค้า เอิร์ธบอร์นยังได้มีการขยายไลน์โปรดักต์ออกมาเป็นตัวอื่นๆ ที่มาจากมะพร้าวทั้งหมด ภายใต้แบรนด์ “AgriLife”  ซึ่งคุณพิสิษฐ์อธิบายว่า เนื่องจากหากผลิตน้ำมันมะพร้าวเพียงอย่างเดียวจะทำให้มีวัตถุดิบเหลือทิ้งเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการนำเอาส่วนที่เหลือมาพัฒนาเป็นสินค้า โดยนำนวัตกรรมเข้ามาเป็นตัวช่วยพร้อมทั้งได้ขอทุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มะพร้าวในรูปแบบต่างๆ เช่นแป้งมะพร้าวสำหรับทำขนมหรือเบเกอรี โยเกิร์ตจากมะพร้าว โปรตีนมะพร้าวชงพร้อมดื่ม หรือน้ำส้มสายชูหมักธรรมชาติจากมะพร้าว เป็นต้น

สินค้าทุกชนิดมีการนำนวัตกรรมเข้ามาช่วย โดยหลักในการคิดไม่ได้มองว่าจะใช้นวัตกรรมอะไรเข้ามา แต่มองว่าเรามีอะไรอยู่ เมื่อผลิตน้ำมะพร้าวแล้วของวัตถุดิบเหลือเยอะก็มาวิเคราะห์ว่าจะเอาไปทำอะไรได้บ้าง เป็นวิธีการผลิตแบบ Zero-Waste Manufacture ผลิตออกมาแล้วไม่มีของเสีย จากมะพร้าวลูกเดียว ใช้วัตถุดิบได้ทุกส่วน สามารถนำมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายชนิด เป็นการใช้ต้นทุนได้อย่างคุ้มค่า

ปัจจุบัน เอิร์ธบอนสามารถจัดจำหน่ายสินค้าในแบรนด์ของตนเองเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง มีสัดส่วนการตลาดสูงถึง 60% เมื่อเทียบกับการรับจ้างผลิต (OEM) ซึ่งอยู่ที่ 40% ส่วนอัตราการเติบโตของธุรกิจตลอดระยะเวลา 14 ปี มีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง มีบางช่วงเวลาที่คงตัว แต่ไม่เคยลดระดับลง โดยสามารถทำยอดขายได้สูงถึง 150 ล้านบาทต่อปี และมีความพร้อมด้านวัตถุดิบด้วยเครือข่ายสวนมะพร้าวที่เป็นซับพลายกว่า 4,000 ไร่

เรื่องของการสร้างแบรนด์จากมะพร้าว 1 ลูก ยังไม่จบเพียงเท่านี้!! บทความหน้ามาศึกษากันต่อถึงแนวทางการทำงานในอนาคต ตัวช่วยที่ดีในด้านเงินทุนและการตลาด แนวโน้มสินค้าเกษตรแปรรูป และคำแนะนำสำหรับเอสเอ็มอีที่ต้องการประสบความสำเร็จ
อ่านต่อได้ที่ นวัตกรรมเด่น กลยุทธ์ดี “เอิร์ธบอร์น” สร้างสินค้าหลากหลายจากมะพร้าวลูกเดียว ตอนที่ 2

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น