THE CHANGE OF MYANMAR

พลังการเติบโตของเมียนมาร์ในตอนนี้ส่องแสงออกจนทำให้ทั่วโลกต้องจับตามอง ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้นขับเคลื่อนผ่านพลังของเหล่าประชาชนและผู้นำในเมียนมาร์ที่ยอมผ่อนปรนเรื่องราวความร้อนแรงทางการเมืองที่มีมาอย่างยาวนาน โดยเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงในสิ่งต่างๆ แบบค่อยเป็นค่อยไปและมีการวางรากฐานและดำเนินการทำมาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ความเปลี่ยนแปลงในเมียนมาร์นั้นสร้างการเจริญเติบโตในหลายด้านต่อประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เมียนมาร์มีประกาศการย้ายเมืองหลวงจากกรุงย่างกุ้ง(Yangon) ไปยัง กรุง Nay Pyi Taw(ราชบัณฑิตยสถานยังไม่ได้กำหนดชื่อภาษาไทย) แต่มีหลายสื่อของไทยเรียกว่า กรุงเนปิดอว์/กรุงเนย์ปิดอว์

เปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาไม่แช่แข็งตัวเองอีกต่อไป
การย้ายเมืองหลวงของเมียนมาร์ขณะนั้น มีข้อถกเถียงมากมายทั้งการยกข้อมูลทางประวัติศาสตร์หรือความเชื่อทางการทหารต่างๆ แต่ความเป็นจริงแล้วเมืองหลวงเก่าอย่างย่างกุ้งนั้นแออัดไปแล้ว การย้ายเมืองหลวงไปยังตอนกลางของประเทศซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางที่เชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค บนพื้นกว่า 7,000 ตารางกิโลเมตร และถูกแบ่งออกเป็น 4 โซน คือ โซนข้าราชการ โซนโรงแรม โซนอุตสาหกรรมและโซนทหาร กลายเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อเป็นเขตเศรษฐกิจและรองรับการเจริญเติบโตเพื่อสร้างความเป็นเมืองในอนาคต

จากนั้นในปี พ.ศ.2551 การประชุมรัฐสภาและจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ เมียนมาร์ได้เปลี่ยนชื่อประเทศ จากเดิม The Nation of Myanmar(สหภาพเมียนมาร์) เป็น The Republic of the Union of Myanmar(สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์) และในปี พ.ศ.2553 ยังมีการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ธงชาติใหม่โดยมีดาวสีขาวตรงกลาง พร้อมแถบ 4 สีในแนวนอน ประกอบด้วย สีเหลืองหมายถึง ปึกแผ่น ความสุขและความสามัคคี สีเขียวหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ การพัฒนาและมีสันติ สีแดงหมายถึง ความกล้าหาญและเฉียบขาด สีขาวหมายถึง ความบริสุทธิ์ จริงใจ ซื่อสัตย์ มีเมตตาและมีพลัง

แต่ถึงกระนั้นการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่ผ่านมาก็ยังไม่ยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับการเลือกที่จะเปลี่ยนระบอบการปกครองตัวเองของเมียนมาร์เมื่อปี พ.ศ. 2551 จากสหภาพเป็นสาธารณรัฐ รวมถึงการเลือกตั้งครั้งกระฉ่อนเมื่อปลายปี 2558 ผลักดันให้กลายเป็นก้าวแรกอันสำคัญของเมียนมาร์และมีการเปิดประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ทางการยังได้มีการออกนโยบายที่สำคัญเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ และมีเขตเศรษฐกิจพิเศษที่น่าสนใจ 4 แห่งอีกด้วย คือ เมืองย่างกุ้ง เมืองมัณฑาเลย์ เมืองเนปิดอว์และเมืองพินมะนา(Pyinmana)

เปิดยุทธศาสตร์สำคัญหนุนการค้าเมียนมาร์

สถานการณ์การค้าระหว่างไทย – เมียนมาร์ มูลค่าการค้ารวมในปี 2015 (ม.ค.-ก.ย.) อยู่ที่ 5,942.07 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โตขึ้น 0.72% เป็นเพราะประเทศไทยนำเข้าสินค้าจากเมียนมาร์มากขึ้น โดยมูลค่าการนำเข้าสินค้าระหว่างไทย – เมียนมาร์ ในปี 2015 (ม.ค.-ก.ย.) อยู่ที่ 2,864.53 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โตขึ้น 5.18% ส่วนการส่งออกไทย – เมียนมาร์ ในปี 2015 (ม.ค.-ก.ย.) อยู่ที่ 3,077.44 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ติดลบถึง -3.10%

สำหรับนักลงทุนไทยที่ต้องการค้าขายกับเมียนมาร์ รัฐบาลเมียนมาร์ได้มีการเปิดประเทศมากขึ้นกว่าอดีตอย่างมาก จีดีพีเติบโตของประเทศในปี 2558 นั้นอยู่ที่ 8.5% ภาคการส่งออกอยู่ที่ 12.27% และเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ที่ 3,762 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทรัพยากรธรรมชาติในประเทศประกอบด้วย น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ อัญมณี แร่ธาตุ ป่าไม้และประมง

สินค้าส่งออกที่สำคัญคือก๊าซธรรมชาติ ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ อาหารประเภทเนื้อสัตว์น้ำ เสื้อผ้าและธัญพืช ตลาดส่งออกของเมียนมาร์ คือ ไทย อินเดีย จีน ฮ่องกง น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญของเมียนมาร์ คือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่งที่ไม่ใช้ไฟฟ้าและใช้ไฟฟ้า สิ่งทอ น้ำมันเพื่อกาบริโภค ตลาดนำเข้าของเมียนมาร์ คือ สิงคโปร์ จีน ไทย ญี่ปุ่น อินเดีย มาเลเซีย

กระทรวงพาณิชย์เมียนมาร์ได้ประกาศ “ยุทศาสตร์การส่งออกแห่งชาติ” เป็นแผนระยะ 5 ปี นับตั้งแต่ 2558 เป็นต้นไป ถือเป็นยุทธศาสตร์ทางการค้าฉบับแรกที่เมียนมาร์ไม่เคยมีมาก่อน เป้าหมายสำคัญคือต้องการเพิ่มสัดส่วนการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ลดการพึ่งพารายได้จากการส่งออกน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ พร้อมกำหนด 7 ผลิตภัณฑ์เป้าหมาย ประกอบไปด้วย ข้าว พืชตระกูลถั่ว ผลิตภัณฑ์จากป่า ปลาและอาหารทะเล ยางพารา สิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูปและการท่องเที่ยว

นักลงทุนไทย ฟัง การจัดตั้งบริษัทในเมียนมาร์
การจัดตั้งธุรกิจของนักลงทุนต่างชาติสามารถจัดตั้งเป็นนิติบุคคลได้หลายรูปแบบ อาทิ ห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด สาขาและสำนักงานตัวแทนบริษัทต่างชาติหรือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

ภายใต้กฎหมายว่าด้วยบริษัทของเมียนมาร์(Myanmar Company Act: CA) กำหนดให้บริษัทต่างชาติไม่ว่าจะเป็นของต่างชาติ 100% , ร่วมทุนหรือสาขา/สำนักงานตัวแทนหลังจากที่มีการจดทะเบียนบริษัทแล้วจะต้องมีการขอรับใบรับรองการประกอบธุรกิจ(Certificate of Commencement of Buainess) เพื่อสามารถดำเนินกิจการ แต่ยกเว้นกรณีการร่วมทุนกับรัฐบาลภายใต้ The Company Act 1950 ไม่จำเป็นต้องมีใบรับรองการประกอบธุรกิจ(Certificate of Commencement of Buainess)

ทั้งนี้สำหรับสัดส่วนการลงทุนของนักลงทุนต่างชาตินั้น ในกรณีที่เป็นการร่วมลงทุน สัดส่วนการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติกับชาวเมียนมาร์สามารถเป็นไปตามข้อตกลงของทั้งสองฝ่าย

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล:AECconnect@bbl.co.th

info_BBL_SME-Go-Inter_221258_1 sme

shutterstock_336959141 sme

475 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น