Liluna เดินทางไกล ไปด้วยกัน ร่วมแชร์ที่นั่งข้างๆ ให้เพื่อนร่วมทาง

มั่นใจว่าเพื่อนๆ หลายคนคงเคยมีความคิดที่อยากจะโดยสารรถของเพื่อนร่วมงาน หรือคนข้างห้อง ที่รู้ว่าจุดหมายปลายทางของเขาเป็นที่เดียวกับเรา แต่การจะเอ่ยปากขอออกไปตรงๆ ก็ดูจะเป็นเรื่องที่ไม่ควรสักเท่าไหร่

ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้การเดินทางไปด้วยกันของคนที่มีจุดหมายปลายทางเดียวกัน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่โมเดลธุรกิจ หรือรูปแบบการใช้ชีวิตแบบนี้ในต่างประเทศนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะช่วยประหยัดทรัพยากร อีกทั้งยังช่วยประหยัดเวลา ประหยัดเงิน ของทั้งทางฝั่งผู้โดยสาร และฝั่งเจ้าของรถด้วย เนื่องจากมีคนช่วยหารสิ่งต่างๆ นั่นเอง

ซึ่งวันนี้เราจะพาไปแนะนำให้รู้จักกับเจ้าของสตาร์ทที่มีแนวคิดเดียวกัน และมุ่งหวังที่จะพัฒนาให้รูปแบบธุรกิจนี้เติบโตในประเทศไทย กับคุณนัฐพงษ์ จารวิจิตร CEO จาก  Liluna แอปพลิเคชัน Carpool ฝีมือคนไทย

Liluna สตาร์ทอัพที่ตอบโจทย์การโดยสารรถทางเดียวกัน

Liluna (ลิลูน่า)  เป็นบริการ Car Pool หรือแอปพลิเคชันสำหรับหาเพื่อนร่วมทาง ใครที่ขับรถอยู่แล้วมีที่นั่งว่าง ก็สามารถรับคนที่ไปทางเดียวกันได้ และร่วมเดินทางไปด้วยกัน หลังจากนั้นจะเป็นการช่วยแชร์ค่าโดยสาร ซึ่งแล้วแต่การตกลงของทั้งสองฝ่าย

เราจะไม่ใช้คำว่าเรียกรถ สมมุติว่าผมจะเดินทางไปอยู่แล้ว ผมก็มาลงไว้ว่าผมจะไปที่ไหน ถ้าเกิดมีคนที่จะไปเส้นทางเดียวกับผม เขาก็จะมาขอติดรถไปด้วย จุดนี้คือความต่าง ซึ่งเป็นเรื่องใหม่สำหรับเมืองไทย จะมีปัญหาตรงที่ว่าหลายๆ คน ยังรู้สึกว่าไม่กล้าใช้บริการ เพราะคิดว่ามันจะปลอดภัยหรือเปล่า

แต่จุดเริ่มต้นมันเกิดจากการที่ผมเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่แล้ว และอยากจะทำ Application ที่เป็นของตัวเอง แล้วด้วยความที่ผมอยู่คอนโด ผมก็จะเดินทางไปทำงานทุกวัน ขับรถไปคนเดียว ผมเห็นเพื่อนร่วมคอนโดเดินออกไปขึ้นรถเมล์ ยืนรอรถแท็กซี่ หรือรอมอเตอร์ไซค์รับจ้างทุกวัน เราก็เลยรู้สึกว่าเราอยู่คอนโดเดียวกันนะ เขาน่าจะไป BTS ซึ่งผมผ่านอยู่แล้ว ทำไมเราไม่ไปด้วยกัน และมีหลายครั้งที่ผมถามเขาว่าพี่ไปด้วยกันไหม เขาก็จะปฏิเสธ ผมก็เลยมานั่งคิดว่าทำไมเขาถึงปฏิเสธ เลยคิดว่าคนไทยน่าจะไม่คุ้นกับการเดินทางในรูปแบบนี้ แต่เรามองว่าจริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องดี  มันคือ Car Pool ก็เลยลองศึกษาว่าที่ไทยมีหรือยัง พอเข้าไปค้นหาก็มีแค่แนวคิดเฉยๆ เลยคิดว่าเราเอามาใช้จริงๆ เลยดีกว่า”

หลังจากเปิดตัว Liluna มีฟีดแบคที่ดีกลับมาอย่างไม่น่าเชื่อ

อย่างที่บอกไปว่าโมเดลธุรกิจแบบนี้ดูจะขัดกับนิสัยคนไทยที่เป็นคนขี้เกรงใจ และใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง ดังนั้นหลายๆ คนอาจจะมองว่า รูปแบบการทำธุรกิจอย่างนี้อาจจะไม่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยเท่าที่ควร ซึ่ง Liluna ได้พิสูจน์แล้วว่า ทุกคนคิดผิด…

Feedback ที่ได้มาสำหรับเรามันดีมากเลย คนจะสนใจว่ามันมีแบบนี้ด้วยเหรอ แต่ในอีกด้านหนึ่งยังมีคนที่เขาไม่กล้าใช้ เขาก็จะมองว่ามันไม่ปลอดภัย บอกว่าเป็น App โลกสวย ก็จะมีอยู่ 2 กลุ่มเลย ซึ่งกลุ่มแรกเยอะกว่ากลุ่มที่ไม่กล้าใช้ ประมาณ 70% ส่วนอีก 30% ก็ยังถือว่าเยอะอยู่ 10 คนก็ 3 คน 100 คนก็ 30 คน ถ้า 1 ล้านคน ก็มีถึง 3 แสนคน เราก็มาโฟกัส 3 แสนนี้ดีกว่า ให้เขาใช้บริการ ถ้าเกิดเขาชอบ เขารัก เขาก็จะมาบอกเหตุผลกับคนที่เหลือเองว่ามันดี”

ใส่ใจเรื่องความปลอดภัย

“ของเราจะมีการใส่ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ ลงเบอร์โทรศัพท์จะเป็นการคัดกรองคนเลย เพราะว่าเราจะส่งรหัส OTP ไปยืนยันว่าเขาใช้เบอร์นี้จริงหรือเปล่า การที่เราได้เบอร์โทรศัพท์เขาก็เหมือนกับเราได้บัตรประชาชนเขาทางอ้อม ซึ่งนี่จะเป็นการยืนยันตัวตนที่เราจะบอกว่าเวลาที่เรานั่งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือขึ้นรถเมล์ หรือขึ้นแท็กซี่ คนนั่งจะต้องมองทะเบียนคนขับทำให้เรามีข้อมูลการเดินทาง สำหรับคนที่เขาไม่รู้ข้อมูลตรงนี้เขาก็จะรู้สึกกลัว

ซึ่งรูปแบบธุรกิจของเราคือ คนขับจะเรียกเงินเท่าไหร่ก็ได้ แต่ว่าเราจะบอกแนวทางกับคุณขับ คุณมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ แล้วนำมาหาร อย่างเช่น ขับรถไปทำงานเส้นทางเดิมทุกวัน ค่าทางด่วน 50 บาท ค่าน้ำมัน 50 บาท ไป-กลับทุกวัน คุณจ่ายคนเดียวอยู่แล้ววันละ 100 บาท ถ้ามีคนติดรถไปด้วยก็คนละ 50 บาท นี่เป็นแนวทางของเราที่เราจะให้คนขับ เพราะยังไงเขาไปอยู่แล้วเขาตั้งใจไปอยู่แล้ว บางเส้นทางที่ราคาถูกมากๆ ผมก็จะโทรไปถามว่าทำไมถึงถูกมาก เขาก็จะบอกว่าเขาไปอยู่แล้ว เลยอยากช่วยคนอื่น ซึ่งอันนั้นคือเป้าหมายที่เราอยากจะทำ อยากให้คนมีน้ำใจต่อกันให้มาก เรื่องเงินอยากให้เป็นเรื่องเล็ก

โฟกัสไปที่การเดินทางตามงาน Event เพื่อให้คนในงานเดียวกัน สามารถไปด้วยกันได้

ในอนาคตเราจะโฟกัสเข้าไปในกลุ่มเล็กๆ มากกว่า เช่น โฟกัสไปในกลุ่มนักวิ่ง โฟกัสใน Event ต่างๆ เช่นเทศกาลคอนเสิร์ต  ให้คนที่เขาไปคอนเสิร์ตแล้วเขาไปด้วยกัน มีการจัดหมวดหมู่เช่นเส้นทางไปคอนเสิร์ตที่เขาใหญ่ ทางไปคอนเสิร์ตเมืองทองธานีนะ เส้นทางไปวิ่งที่บางแสนนะ ให้คนที่เขาอยู่ใน Community เล็กๆ ไปด้วยกัน

 

แสดงความคิดเห็น