“เฟล็กซ์โซ กราฟฟิก” เจ้าตลาดด้านดิจิทัลแพ็กเกจจิ้ง เปิดช่องทางสร้างตลาดขึ้นเอง

เปลี่ยนวิธีคิด!! จากการสานต่อธุรกิจครอบครัว สู่ผู้ประกอบการเบอร์ 1 ด้านดิจิทัลแพ็กเกจจิ้ง จนกลายเป็นเจ้าตลาดในประเทศ ครองส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 80%

เริ่มธุรกิจด้วยเงินทุน 1 แสนบาท

คุณชาธิป ตั้งกุลไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟล็กซ์โซ กราฟฟิก จำกัด เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการทำงานว่า ที่บ้านมีธุรกิจเกี่ยวกับประมง เป็นการซื้อมาแล้วขายไปโดยตรงแบบไม่มีการแปรรูปไปยังต่างประเทศ หลังจากเรียนจบได้มาช่วยธุรกิจของที่บ้าน ซึ่งการทำงานในตอนนั้นต้องตื่นมาราวๆ ตีสอง ทำงานจนถึงประมาณเที่ยงวันจึงเสร็จสิ้นกระบวนการ โดยทำงานในลักษณะนั้นเป็นเวลาหลายเดือน มีความรู้สึกว่าไม่ชอบวงจรการใช้ชีวิตในลักษณะนี้ และมองอีกว่าการส่งสินค้าไปขาย ทุกอย่างถูกกำหนดโดยคนต่างประเทศ ประกอบกับมองว่าวัตถุดิบจากทะเลในบ้านเรานั้นเหลือน้อยลงไปทุกวัน ในอนาคตธุรกิจอาจไม่มีความยั่งยืน

เมื่อเปลี่ยนความคิดจึงมองหาโอกาสทางธุรกิจ คุณชาธิปกล่าวต่อว่า มีโอกาสได้รู้จักกับเพื่อนชาวต่างชาติ ชักชวนให้ทำธุรกิจเกี่ยวกับวัตถุดิบในการทำตรายาง จึงใช้เวลาในช่วงบ่ายหลังจากทำงานของครอบครัว โดยในตอนเริ่มธุรกิจในเวลานั้นมีหลักคิดประจำใจอยู่ 3 ข้อ คือ 1.กล้าที่จะเริ่ม 2.ยอมรับผลที่จะเกิดตามมา ไม่ว่าดีหรือไม่ดี และ 3.ทำอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ

“ผมเริ่มธุรกิจด้วยเงินทุน 1 แสนบาท บอกกับที่บ้านว่า ขอเวลา 3 ปี ถ้าไม่สำเร็จจะกลับมาช่วยงานที่บ้านเหมือนเดิม จากนั้นก็มุ่งมั่นทำงานอย่างหนัก แทบจะ 16 ชั่วโมงต่อวัน คิดว่าคู่แข่งทำงาน 8  ชั่วโมง แล้วประสบความสำเร็จได้ภายใน 5 ปี เราทำมากกว่าก็สำเร็จได้ใน 2 ปีครึ่ง”คุณชาธิปกล่าว

ก้าวสู่เจ้าตลาดด้านดิจิทัลแพ็กเกจจิ้ง

จากธุรกิจเกี่ยวกับวัตถุดิบในการทำตรายาง ต่อมาคุณชาธิปได้พัฒนาเป็นธุรกิจด้านการพิมพ์ โดยออกแบบและผลิตแม่พิมพ์สำเร็จรูปและไดคัตสำหรับตัดบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษให้แก่สินค้าอุปโภคและบริโภค และก่อตั้งบริษัท พีแอนด์ดี รีเสิร์ช จำกัด (ประเทศไทย) ขึ้นในปี 2544 ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องจักรสำหรับผลิตแม่พิมพ์โดยศึกษาดูงานมาจากมาเลเซีย ในปี 2547 จนขยายธุรกิจมาผลิตแม่พิมพ์สำเร็จรูปให้กับโรงงานที่ไม่มีเครื่องหล่อรายย่อยๆ พร้อมก่อตั้งบริษัท เฟล็กซ์โซ กราฟฟิก จำกัดขึ้นในปี 254 ถือเป็นรายแรกที่นำนวัตกรรมด้านการผลิตแม่พิมพ์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ไม่ทิ้งสารตกค้างมาใช้กับการดำเนินธุรกิจออกแบบและผลิตแม่พิมพ์สำเร็จรูปให้กับโรงงานผู้ผลิตกล่องลูกฟูก

“ธุรกิจเกี่ยวกับแม่พิมพ์ เป็นสิ่งใหม่ยังไม่มีมาก่อนในตลาด เลือกทำสิ่งนี้เพราะมองว่าหากไม่มีใครทำมาก่อนก็ไม่ต้องไปแข่งขันกับใคร อยู่ในแวดวงธุรกิจด้านการพิมพ์มานานกว่า 10 ปี ปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 80% ในประเทศ”

รุกตลาดอาเซียน

หลังจากประสบความสำเร็จ สามารถครองตลาดในประเทศได้ เฟล็กซ์โซ กราฟฟิก ได้ขยายตลาดไปยังภูมิภาคอาเซียน ซึ่งผู้บริหารหนุ่ม ระบุว่า อาเซียนคือโอกาส โดยมีฐานธุรกิจอยู่ที่เมืองไทย แล้วกระจายความมั่นคงไปยังพื้นที่รอบด้านที่อยู่ใกล้เคียง ในอนาคตหากถูกมหาอำนาจอย่างจีนบุกเข้ามาก็จะสามารถรับมือได้ เริ่มจากมาเลเซียและเวียดนามที่เป็นบริษัทร่วมทุน มีโรงงานอยู่ที่นครโฮจิมินห์และฮานอย นอกจากนี้ยังขยายไปยังอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ในรูปแบบพาร์ตเนอร์ธุรกิจ และในอนาคตกำลังจะขยายไปสู่เมียนมา

และส่วนหนึ่งเนื่องจากประเมินว่าตลาดในประเทศเล็กลงทุกวัน หากต้องการเติบโตอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องมองถึงตลาดส่งออกด้วย แต่การออกไปตลาดต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีความพร้อมในเรื่ององค์ความรู้และมีทุนที่เพียงพอ และควรมีเงินสำรองอย่างน้อย 2 ปี เพราะช่วงแรกอาจยังไม่มีกำไรเกิดขึ้น เอสเอ็มอีที่ต้องการออกไปในอาเซียนต้องมีความมั่นใจ เมื่อในประเทศสามารถประสบความสำเร็จได้ประเทศเพื่อนบ้านก็ต้องทำได้เช่นกัน ใช้แนวทางที่ประสบความสำเร็จในประเทศไปปรับเปลี่ยนให้เข้ากับวัฒนธรรมของที่นั่น ศึกษาความต้องการของแต่ละประเทศซึ่งมีความแตกต่างกัน

“บางประเทศต้องการของถูก บางประเทศต้องการของคุณภาพ บางประเทศต้องการความรวดเร็ว หรือแม้แต่บางประเทศยอมซื้อในราคาแพงโดยตั้งเงื่อนไขผูกขาดในการขายสินค้า ซึ่งหน้าที่ของผู้ประกอบการคือตอบสนองความต้องการตรงจุดนี้ให้ได้”

รู้เขารู้เรา” เข้าใจลูกค้า เข้าใจธุรกิจ
เมื่อถามปัจจัยความสำเร็จ คุณชาธิปเปิดเผยว่า เกิดจากการทำงานในลักษณะที่ว่า “รู้เขารู้เรา” ต้องรู้จักลูกค้า ซับพลายเออร์ ตลอดจนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ ทั้งหมดในธุรกิจ นำใจของลูกค้ามาใส่ใจเรา มีความตรงไปตรงมา จริงใจ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดกับลูกค้า ซึ่งเมื่อทำได้ก็จะรู้ว่าเขาต้องการอะไร เมื่อตอบสนองได้ในสิ่งที่ต้องการก็สามารถครองใจลูกค้าได้
ธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้นั้น คุณชาธิปมองว่า ในปัจจุบันที่ประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่ 4.0 ผู้ประกอบการมีวิธีปรับตัวง่ายๆ คือการมองธุรกิจตัวเองให้ออกว่ามีแนวทางในอนาคตอย่างไร สามารถศึกษาได้โดยเฉพาะธุรกิจในตลาดต่างประเทศ ควรศึกษาดูงานในประเทศที่เป็นเทรนด์แห่งอนาคต เช่น จีน ญี่ปุ่น กลุ่มประเทศยุโรป ศึกษาว่าประเทศเหล่านี้กำลังทำอะไร ต้องการอะไร ซึ่งจะสามารถนำมากำหนดทิศทางของธุรกิจตนเองได้
“ต้องไม่หยุดที่จะก้าว เมื่อโลกเปลี่ยนไป เราต้องไปให้ทันหรือล้ำหน้า คิดเผื่ออนาคต ทำธุรกิจโดยการสร้างตลาดขึ้นมาเอง จะยั่งยืนกว่าการเอาธุรกิจไปฝากกับตลาดที่มีอยู่แล้ว” คุณชาธิปกล่าวทิ้งท้าย

แสดงความคิดเห็น