ความรู้คู่บุคลากร จากครู..สู่เส้นทางธุรกิจพันล้าน

จากอาจารย์มหาวิทยาลัยสู่ประธานกรรมการบริหารบริษัทชั้นนำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ใช้แผนพัฒนากำลังคนสร้างความเป็นเจ้าของให้กับบุคลากร พัฒนาธุรกิจอย่างก้าวกระโดดจากยอดขายสิบล้านสู่หลักพันล้าน

กลุ่มบริษัท ไทย ออโต้ ทูลส์ แอนด์ ดาย จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตแม่พิมพ์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุปกรณ์จับยึดให้กับบริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่หลากหลายแบรนด์ของโลก ด้วยเทคโนโลยีที่เทียบเท่าบริษัทต้นแบบ บริหารงานโดย ดร.พยุง ศักดาสาวิตร ในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร

โดยเส้นทางสายธุรกิจของ ดร.พยุง มีความน่าสนใจ เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงการศึกษา ก่อนผันตัวเองมาอยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ประสบความสำเร็จจนได้รับความไว้วางใจจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลก โดย ดร.พยุงเล่าว่า ตนเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี 2527 สอนทางด้านการถอดแบบแม่พิมพ์ ขึ้นรูปโลหะ เครื่องจักรอัตโนมัติ เป็นความรู้ด้านวิศวกรรม จนเวลาผ่านไป 20 ปี เกิดความรู้สึกว่าอยากใช้นำความรู้และประสบการณ์ไปปฏิบัติจริง จึงตัดสินใจลาออก มาเปิดโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ คือ ไทย ออโต ทูลส์ แอนด์ ดาย ในปี 2547

ดร.พยุงกล่าวต่อว่า ธุรกิจจะประสบความสำเร็จ ปัจจัยสำคัญที่สุดคือบุคลากร เพราะเทคโนโลยีนั้นซื้อได้ หรือหากมีคนเก่งก็สามารถสร้างขึ้นมา บริษัท ไทย ออโต ทูลส์ ต้องทำธุรกิจเพื่อแข่งกับบริษัทต่างๆ จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหากการทำงานโดยปราศจากบุคลากรที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับคนญี่ปุ่นก็ไม่สามารถแข่งขันได้

สร้างความเป็นเจ้าของให้กับบุคลากร

ด้วยความรู้และประสบการณ์จากการเป็นอาจารย์ สร้างประโยชน์เป็นอย่างมากในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะด้านการพัฒนาคน ที่ ดร.พยุง กล่าวว่าเน้นในเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะในระหว่างที่ดำเนินธุรกิจ ได้พบกับปัญหาสำคัญอย่างหนึ่ง คือการที่คนทำงานมักจะลาออก ทำให้บริษัทต้องสูญเสียพนักงานที่มีประสบการณ์ จึงเสนอแนวคิดต่อหุ้นส่วนคนอื่นๆ เพื่อแก้ปัญหา โดยใช้วิธีการกระจายหุ้นไปยังบุคลากรระดับคีย์แมนประมาณ 10-15 คน เพื่อสร้างความเป็นเจ้าของให้กับคนเหล่านั้น โดยมองว่าคีย์แมนเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นเทรนเนอร์เพื่อสร้างคนให้กับบริษัทอีกเป็นร้อยคนได้

จึงเป็นที่มาของแผนพัฒนากำลังคน 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2548 จนถึง 2552 ด้วยการสร้างความเป็นเจ้าของให้กับบุคลากร โดยทำการแบ่งหุ้นให้ในจำนวนที่ไม่มากจนเกินไป คือ 10-12% ในจำนวน 10 กว่าคน โดยมีเงื่อนไขคือต้องทำงานครบ 5 ปี จึงจะโอนหุ้นให้ ใช้หลักการ Training for the trainer ฝึกให้มีความรู้ทั้งด้วยตัวเอง และส่งต่อไปยังวิทยากรข้างนอก รวมถึงพาร์ตเนอร์ที่ประเทศญี่ปุ่น ฝึกฝนให้มีความเชี่ยวชาญ เพื่อมาถ่ายทอดความรู้ให้พนักงานคนอื่นๆ ต่อไป

“ด้วยความเป็นครูของเรา สามารถพัฒนาคนให้เกิดมาเป็นครูได้อีก 10 คน ซึ่ง 10 คนนี้ ทำหน้าที่บริหารงานและฝึกหัดพนักงานต่อไปอีกที จนปัจจุบันสามารถพัฒนาบุคลากรที่จบในระดับ ม.3-ม.6 ประมาณ 100 คน ให้มีความรู้เทียบเท่าช่างเทคนิคระดับ ปวส.และปริญญาตรี” ดร.พยุงกล่าว

ความรู้คู่บุคลากร

สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการพัฒนาธุรกิจของตัวเองโดยการถ่ายทอดความรู้ให้กับพนักงานในบริษัท ดร.พยุงให้คำแนะนำว่า ไม่ต้องกังวลในเรื่องของวิธีการ ทุกคนเป็นครูได้ เพราะล้วนเป็นผู้มีความเข้าใจจริงในงานด้านนั้นอยู่แล้ว โดยแค่ถ่ายทอดอย่างมีระบบ ซึ่งหลักการเป็นเพียงการทำให้ผู้ที่ไม่รู้เป็นผู้ที่รู้เท่านั้น ผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการทุกคนสามารถทำได้อย่างแน่นอน

ซึ่ง ดร.พยุงได้เน้นย้ำในเรื่องความรู้ว่าเป็นสิ่งที่เจ้าของกิจการต้องไม่ละเลย เพราะบุคลากรที่ไม่มีคุณภาพจะไม่สามารถพัฒนาอะไรได้เลยแม้จะมีเทคโนโลยีมากแค่ไหนก็ตาม

“มีเทคโนโลยีสูงไม่ใช่สิ่งบ่งบอกว่าจะไม่เจ๊ง หากคนไม่มีคุณภาพเทคโนโลยีก็ไร้ค่า แต่ถ้าคนมีคุณภาพแม้เทคโนโลยีไม่สูงมากก็สามารถสร้างกำไรได้” ดร.พยุง กล่าว

ปัจจัยความสำเร็จตลอดการทำงาน

กลุ่มบริษัท ไทย ออโต้ ทูลส์ แอนด์ ดาย จำกัด พัฒนาธุรกิจจากเริ่มต้นในยอดขายเพียงหลักสิบล้าน จนปัจจุบันสามารถสร้างยอดขายเกือบสามพันล้าน จากพนักงาน 50 คน เพิ่มเป็น 1,000 คน  โดยปัจจัยความสำเร็จนั้น ดร.พยุง เปิดเผยว่า ข้อแรกมาจากการหาวิธีให้บุคลากรทุ่มเททำงานด้วยความเต็มใจ คือการให้พวกเขาได้มีส่วนร่วม เช่นการให้ผู้บริหารระดับสูงมีส่วนเป็นเจ้าของ ข้อต่อมาคือการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ให้เป็นการทำงานที่มีการถ่ายทอดความรู้จากบนสู่ล่างให้มากที่สุด สร้างบุคลากรที่มีความรู้น้อยให้มีประสิทธิภาพ

“และสุดท้ายที่สำคัญคือ ต้องเน้นในหลัก QCD Q=Quality คุณภาพของสินค้าจะต้องตรงตามวัตถุประสงค์ที่ผู้ซื้อกำหนดไว้  C=Cost ราคาต้องสมเหตุสมผล และ D=Delivery ต้องส่งของได้ตามกำหนดที่ผู้ซื้อต้องการ” ดร.พยุงกล่าวทิ้งท้าย

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก  หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น