โอกาสทองของเกษตรกรไทย แนวทางสู่ความสำเร็จจากผู้เชี่ยวชาญธุรกิจมะพร้าวน้ำหอม (ตอนที่ 1)

แนวทางสู่ความสำเร็จจากผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจมะพร้าวน้ำหอมทั้งในประเทศและตลาดส่งออก หัวใจสำคัญคือคุณภาพสินค้า

จากสวนองุ่นสู่อาณาจักรมะพร้าวน้ำหอม

บริษัท เอ็น.ซี.โคโคนัท จำกัด คือผู้ผลิตและจำหน่ายมะพร้าวน้ำหอมและผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวน้ำหอม ภายใต้แบรนด์ “N.C. CoCoNut”  อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี บริหารงานโดย คุณณรงค์ศักดิ์ ชื่นสุชน ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ซึ่งคุณณรงค์ศักดิ์ ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการทำงานว่า ทำการเกษตรมาประมาณ 20 ปี  เริ่มจากการดูแลสวนองุ่น ที่เป็นอาชีพหลักของครอบครัว ณ เวลานั้น ซึ่งแม้องุ่นจะเป็นผลไม้ที่ทำรายได้ดี แต่ต้องใช้สารเคมีในทุกขั้นตอนการผลิต จึงเกิดความกังวลในเรื่องสุขภาพทั้งของตนเองและผู้บริโภค ประกอบกับมีสวนมะพร้าวน้ำหอมอยู่ 30 ไร่ จึงตัดสินใจเลิกทำองุ่นหันมาลงทุนกับมะพร้าวแทน

โดยเริ่มจากผลิตส่งให้พ่อค้าคนกลางที่มารับซื้อในพื้นที่ โดยในช่วงแรกจะปลูกประมาณ 30 ไร่ แต่ต่อมาประสบปัญหาที่พ่อค้าคนกลางมีการกดราคา จึงตัดสินใจสร้างแบรนด์มะพร้าวน้ำหอมของตัวเอง ตั้งเป้าหมายสร้างธุรกิจส่งออกเพื่อความยั่งยืน ในชื่อแบรนด์ “เอ็นซีโคโคนัท”

บริษัท เอ็นซีโคโคนัท พัฒนาการทำงานมาอย่างต่อเนื่อง ขยายธุรกิจสู่การส่งออก จากเริ่มต้นที่มียอดขายไม่มาก จนปัจจุบันมียอดขายสูงในระดับร้อยล้าน เป็นผู้ส่งออกมะพร้าวน้ำหอมติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย มีพื้นที่การปลูก มีเครือข่ายการผลิตกับเกษตรกรกว่า 300 ราย พื้นที่การปลูกรวมกว่า 7,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร

มะพร้าวน้ำหอมไทยในตลาดโลก

คุณณรงค์ศักดิ์ ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจมะพร้าวน้ำหอมทั้งในประเทศและตลาดส่งออก ได้วิเคราะห์ถึงแนวโน้มของมะพร้าวน้ำหอมไทยกับตลาดโลก โดยระบุว่า คุณภาพของสินค้าเป็นหลักสำคัญ คือหัวใจแห่งความยั่งยืนของธุรกิจของไทยในการแข่งขันกับตลาดโลก ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวทุกชนิดรวมทั้งหมดกว่าล้านไร่ เป็นสายพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมประมาณแสนกว่าไร่  คือเบอร์หนึ่งในการแปรรูปมะพร้าวเป็นกะทิในตลาดโลก และมะพร้าวน้ำหอมสามารถส่งออกไปยังตลาดโลกได้ทั่วทุกภูมิภาค

เนื่องจากปัจจุบันมะพร้าวน้ำหอมไทยได้การยอมรับจากตลาดโลกค่อนข้างมาก ซึ่งจุดเด่นคือความหอมและความหวานมากกว่ามะพร้าวจากประเทศอื่นๆ การบริโภคผลสดจากลูกได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งจากมะพร้าวทั่วโลก มีข้อมูลระบุว่าการผลิตในช่วงฤดูปกติของปี 2560 ที่ผ่านมามีปริมาณมะพร้าวที่เข้าสู่ระบบตลาดไม่ต่ำกว่าล้านลูกต่อวัน โดยในปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็นหนึ่งล้านห้าแสนลูกต่อวัน ซึ่งข้อมูลตัวเลขเหล่านี้ในมุมเกษตรกรผู้ประกอบการเป็นจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับสัดส่วนกำลังการซื้อและกำลังการบริโภคของตลาดโลก

มะพร้าวผลสด โอกาสของเกษตรกรไทย

คุณณรงค์ศักดิ์กล่าวต่อว่า สำหรับน้ำมะพร้าวในตลาดโลก ประเทศอื่นๆ มักจะแปรรูปบรรจุกระป๋องหรือขวด การส่งออกแบบแปรรูปผลสดยังมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับประเทศไทยที่แนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยการแปรรูปที่นิยมในต่างประเทศคือรูปแบบที่เรียกว่า “มะพร้าวควั่น” เป็นการปอกเปลือกที่ยังมีกาบสีขาวหุ้มอยู่ ซึ่งทำให้มีอายุเก็บยาวนานประมาณสองเดือน และคงรสชาติเนื้อและน้ำของมะพร้าวน้ำหอมได้ดี

การแปรรูปมะพร้าวผลสดส่งออกของไทยเริ่มเปิดตลาดจากเอเชีย และขยายไปยังสหรัฐอเมริกา ต่อมาในช่วงปี 2557 ได้เริ่มเข้าสู่ตลาดจีน ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค มีอำนาจในการซื้อสูงด้วยจำนวนประชากรและสภาพเศรษฐกิจที่ขยายตัวเต็มที่ ณ ปัจจุบันจึงเป็นตลาดใหม่ที่ใหญ่และเป็นโอกาสของเกษตรกรชาวไทย

“จากกำลังซื้อที่มหาศาลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสองจุดสำคัญ คือ หนึ่ง ฐานราคามีการเปลี่ยนแปลงทำให้มะพร้าวมีราคาต่อลูกแพงขึ้น สอง มีการเพิ่มพื้นที่การปลูก โดยเฉพาะในจังหวัดราชบุรีที่มีพื้นที่เหมาะสม มีมะพร้าวน้ำหอมสายพันธุ์ที่ดีที่สุดในประเทศ”

รอบการตัดต้องคงที่

เนื่องจากมะพร้าวน้ำหอมผลสดไทยเป็นที่นิยมและเป็นที่ต้องการในตลาดโลก ทำให้ครองตลาดเป็นอันดับหนึ่งในการส่งออก ซึ่งการที่จะรักษายอดการส่งออกเบอร์หนึ่งไว้ให้ได้นั้น คุณณรงค์ศักดิ์ให้คำแนะนำในประเด็นนี้ไว้ว่า ต้องรักษาคุณภาพของสินค้า ซึ่งเริ่มตั้งแต่การปลูก โดยมะพร้าวน้ำหอมช่วงเวลาที่จะเก็บเกี่ยวนั้นคือช่วงเวลาตั้งแต่ออกดอกออกผลนาน 7 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่เนื้อมะพร้าวจะมี 2 ชั้น น้ำมีกลิ่นหอมและมีรสชาติหวาน ดีที่สุดสำหรับการส่งออกสู่ตลาด ซึ่งในการส่งออกสินค้าออกไป ต้องควบคุมคุณภาพให้ได้ใกล้เคียงกันในทุกล็อตสินค้า

และด้วยธรรมชาติของมะพร้าวน้ำหอมที่เป็นผลไม้ตามฤดูกาล ช่วงหน้าฝนและหน้าหนาวจะมีผลผลิตเยอะ ส่วนหน้าร้อนจะมีผลผลิตน้อย ดังนั้นจึงมีความยากในการควบคุมปริมาณการตัดเก็บ จะต้องมีช่องทางในการระบายผลผลิตออกไปในช่วงที่มะพร้าวมีจำนวนมากน้อยที่แตกต่างกัน ความคงที่ในตลาดการตัด จะช่วยให้รสชาติมีความนิ่ง ซึ่งเป็นความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า

โดยทางเอ็นซีโคโคนัทจะมีการตัดเฉลี่ยอยู่ที่ 20 ครั้งใน 1 รอบปี มีกำหนดการตัดที่แน่นอน ทำให้มะพร้าวออกมาเป็นรุ่นต่อรุ่นตรงเวลา ส่งผลให้ได้รสชาติและปริมาณลูกมีความคงที่ ทำให้รายได้ที่กลับเข้ามาสม่ำเสมอ เกิดผลดีต่อทั้งบริษัทและเครือข่ายผู้ผลิตในพื้นที่

“หากมีรอบการตัดไม่คงที่ เช่นฤดูร้อนขายดีแล้วเร่งตัด ฤดูหนาวขายไม่ดีก็ดึงเวลาไว้เพื่อรอขาย จะทำให้ผลผลิตและรสชาติไม่คงที่ ส่งผลเสียต่อมะพร้าวที่ส่งออกไป เดี๋ยวอร่อย เดี๋ยวไม่อร่อย มะพร้าวไทยจะขาดความน่าเชื่อถือ ต้องสร้างวงจรนี้ให้มีความคงที่ให้ได้ เพราะคือหัวใจสำคัญของคุณภาพสินค้าเพื่อการแข่งขันในตลาดโลก” คุณณรงค์ศักดิ์กล่าว

เรื่องราวของคุณณรงค์ศักดิ์กับมะพร้าวน้ำหอม ยังไม่จบเพียงเท่านี้ มาตามต่อในส่วนของการแปรรูปสินค้าเพื่อลดความเสี่ยงจากความต้องการของตลาดที่ไม่แน่นอน สายพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมไทยที่ต้องหวงแหน และวิธีการที่จะประสบความสำเร็จในก้าวไปสู่การเป็น Smart Farmer  อ่านต่อได้ที่ https://www.bangkokbanksme.com/?p=23973&preview=true

 

แสดงความคิดเห็น