โมเดลธุรกิจเรียบง่าย พร้อมเติบโตแบบก้าวกระโดด “EventPass” เทคสตาร์ทอัพสายอีเวนต์ ตอนที่ 2

เรียนรู้วิธีพัฒนาธุรกิจสตาร์ทอัพให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด การระดมทุนระดับ Series A ปัจจัยความสำเร็จในการดำเนินงานที่เกิดจากศักยภาพของบุคลากรและองค์ความรู้

จากเรื่องราวของเทคสตาร์ทอัพ EventPass  คลิกอ่านตอนที่ 1 ที่เราได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ก่อตั้ง อย่างคุณเอกคณิต จันทร์สว่าง มาตามต่อในส่วนของการทำงานตลอดสองปี ปัจจัยอะไรที่ทำให้ธุรกิจไปรอด การระดมทุน แนวทางเพื่อความยั่งยืน ตลอดจนคำแนะนำสำหรับสตาร์ทอัพที่ต้องการประสบความสำเร็จ….

เมื่อธุรกิจเริ่มไปได้ ต้องก้าวให้เร็วขึ้น

หลังจากเปิดตัวในการให้บริการ คุณเอกคณิต กล่าวว่า  EventPass ได้รับการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ ตัวธุรกิจมีการปรับตัวและต่อยอดไปเรื่อยๆ อยู่ตลอดเวลา ทำให้ตีโจทย์ไปตามความต้องการของลูกค้า เริ่มจากพัฒนาซอฟต์แวร์ไปทีละชิ้นจนสุดท้ายปรับมาเป็นชิ้นเดียวที่สมบูรณ์แบบที่สุด เรียนรู้ปัญหาจากการทำงานของซอฟต์แวร์ตนเองจากเนื้องานที่ทำ ทำให้พบว่าสิ่งที่คิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นหน้างานบางอย่างนั้นใช่ บางอย่างพัฒนาต่อได้อีก และบางอย่างไม่ใช่เลย จึงนำบทเรียนเหล่านี้มาปรับเพื่อให้ได้เป็นโปรดักต์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

ตลอดระยะสองปีกว่าในการทำงานของ EventPass คุณเอกคณิตระบุว่าอุปสรรคในการทำงานที่พบ คือ โมเดลธุรกิจที่วางไว้ดีแล้วต้องพบกับข้อจำกัดในส่วนของลูกค้า โดยเฉพาะในเรื่องของซอฟต์แวร์ ที่แม้จะพัฒนามาได้อย่างสมบูรณ์แต่ลูกค้ายังไม่เห็นความสำคัญถึงคุณค่าที่จะสามารถต่อยอดได้ในอนาคต ลูกค้ายังโฟกัสแค่ในส่วนของปัญหาปัจจุบันหน้างานแต่เพียงอย่างเดียว ธุรกิจต้องรอความพร้อมของลูกค้าในการใช้งาน ทำให้การขายโปรดักต์ในส่วนของซอฟต์แวร์ค่อนข้างลำบาก ดังนั้นใน 2 ปีแรกของการทำงานจึงขายได้แค่ในส่วนของงานบริการต่างๆ ในการจัดอีเวนต์

ด้วยจุดนี้ EventPass จึงต้องหันไปมองในวงจรธุรกิจส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องกับอีเวนต์ ซึ่งจะสามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาหรือมาเป็นลูกค้าได้ จึงมีการปรับกลยุทธ์ในการมองหาลูกค้าใหม่ๆ จากลูกค้าเดิมๆ ในงาน Exhibition มาเป็นกลุ่มองค์กรเอกชนต่างๆ ไม่หยุดเรียนรู้กลุ่มลูกค้าและตลาดใหม่ๆ เพราะมองว่าแวดวงอีเวนต์นั้นกว้าง ก็พยายามเน้นซอฟต์แวร์ที่จะช่วยในการบริหารจัดการ

ซึ่ง ณ ปัจจุบันถือว่าธุรกิจนั้นสามารถยืนอยู่ได้ เพราะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าส่วนหนึ่ง เป็นลูกค้าประจำ มีสัญญาว่าจ้างในระยะยาว มีเงินทุนหมุนเวียนและกล้าที่จะลงทุนเพิ่มในหลายด้าน มั่นใจว่าธุรกิจไปได้ และกำลังอยู่ในช่วงพัฒนาที่จะไปให้เร็วกว่าเดิม

“ธุรกิจทำกำไรได้ในส่วนของการบริหารจัดการอีเวนต์ แต่ในส่วนของซอฟต์แวร์อาจยังไม่ถึงจุดนั้นเพราะมีการพัฒนาและลงทุนอยู่ตลอดเวลา มีการเพิ่มโปรแกรมเมอร์และโปรดักต์ใหม่ๆ ยังไม่มองว่าจะมีกำไรหรือไม่มี แต่คิดถึงการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุมทุกด้าน ผมเชื่อว่าเมื่อถึงจุดที่ตอบโจทย์ทั้งหมดผลกำไรจะตามมาเอง” คุณเอกคณิตกล่าว

ยกระดับการระดมทุนสู่ Series A

สำหรับธุรกิจด้านสตาร์ทอัพ การระดมทุนถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้ คุณเอกคณิตได้อธิบายในประเด็นนี้ว่า EventPass เริ่มด้วยทุนส่วนตัวประมาณ 2-3 ล้านบาท โดยช่วงแรกที่ยังขายงานไม่ได้ทำให้เงินทุนหมดไป มีการระดมทุนอีกครั้งจากเพื่อนกลุ่มที่สอง ซึ่งเรียกว่าเป็น Class  B เป็นการเข้ามาพยุงธุรกิจ และต่อมาได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพของเครือข่ายโทรศัพท์ชื่อดังเจ้าหนึ่ง ทำให้ได้รับการสนับสนุนทั้งในเรื่องเงินทุนและความรู้ ได้พบปะกับกลุ่มสตาร์ทอัพรายอื่นๆ มีการแลกเปลี่ยนแนวคิดทำให้มีความรู้และประสบการณ์ในการทำงานมากขึ้น

จากโครงการดังกล่าวทำให้รู้จักโลกของสตาร์ทอัพมากยิ่งขึ้น มีมุมมองแนวคิดที่ว่า สำหรับสตาร์ทอัพการระดมทุนนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องมาจากผลงานทางธุรกิจที่ชัดเจน EventPass แม้ตอนนี้จะยืนอยู่ได้ แต่การระดมทุนก้อนต่อไปนั่นคือความต้องการเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน

ซึ่งขณะนี้ เป้าหมายคือมองหาเงินก้อนใหญ่ที่มากขึ้นกว่าการ Seed Round (ให้เงินสนับสนุนสตาร์ทอัพที่ต้องการพัฒนาสินค้าในระยะเริ่มต้น) นั่นก็คือ Series A โดยการระดมทุนในระดับนี้ ธุรกิจสตาร์ทอัพจะต้องมีตัวตนเรียบร้อยแล้ว และเตรียมหาเงินทุนจากกลุ่มนักลงทุนร่วมเพื่อเอาสินค้าที่พัฒนาแล้วเข้าตลาด ดังนั้นเงินที่จะได้ในครั้งจะมากกว่า Seed Round ทำให้ต้องเร่งพัฒนาตนเองเพื่อสร้างโมเดลธุรกิจที่ดีที่สุด

สำเร็จได้ด้วยศักยภาพบุคลากรและองค์ความรู้

เมื่อถามถึงความสำเร็จและการที่ธุรกิจสามารถยืนอยู่ได้ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ผู้ก่อตั้ง  EventPass กล่าวว่ามาจากปัจจัยสองประการ อย่างแรกคือบุคลากร ตั้งแต่ผู้ร่วมก่อตั้งจนถึงทีมงานทุกคนที่ล้วนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงาน ทุกคนมีจิตใจของการให้บริการจึงทำให้ออกมาดีที่สุด เป็นที่ไว้วางใจของลูกค้า และอย่างที่สองมองว่าเนื่องจาก EventPass ทำงานโดยใช้องค์ความรู้ ทำให้มีศักยภาพในการใช้เครื่องมือใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น Mobile Application ซอฟต์แวร์ หรือระบบต่างๆ จุดนี้ทำให้มีความพร้อมในการทำงาน ตอบสนองได้ตรงจังหวะความต้องการของลูกค้า

ส่วนแนวโน้มของธุรกิจในอนาคตนั้น คุณเอกคณิตมองว่าสำหรับธุรกิจด้านอีเวนต์นั้นยังเปิดกว้าง ไม่มีใครเป็นเบอร์หนึ่งที่ชัดเจน ยังสามารถแข่งขันได้ แต่หากเจาะจงมาที่กลุ่มธุรกิจเทคสตาร์ทอัพด้านอีเวนต์ เวลานี้แต่ละเจ้าต่างมีจุดยืนของตัวเองที่ค่อนข้างชัดเจน ซึ่งวิเคราะห์ต่อว่าเมื่อแต่ละเจ้ามีจุดยืนแล้ว ก้าวต่อไปคือการเร่งขยายตลาด บวกกับในช่วงสองปีที่ผ่านมายังมีกลุ่มสตาร์ทอัพที่เป็นชาวต่างชาติได้เข้ามา ทำให้ที่ว่างในตลาดเหลือน้อยลง  “ดังนั้นหน้าใหม่ที่ต้องการเข้ามาในแข่งขันในตลาดเทคสตาร์ทอัพอีเวนต์จึงจำเป็นต้องมีความพร้อมให้มากที่สุด หากมีแค่ไอเดียเดิมๆ หรือมีฐานลูกค้าแคบ จะแข่งขันยากและไม่สามารถหาที่ยืนได้”

และสุดท้าย CEO & Co-Founder EventPass  ได้ฝากถึงสตาร์ทอัพที่ต้องการประสบความสำเร็จ โดยให้คำแนะนำว่า หากต้องการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่แตกต่างจากเดิม และหวังในการเติบโตอย่างรวดเร็วจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเข้ามาใช้ ซึ่งนวัตกรรมจะสร้างความแตกต่างและมูลค่าเพิ่มให้กับสิ่งที่ทำ ส่วนจะเป็นนวัตกรรมอะไรนั้นก็แล้วแต่เนื้อหาในธุรกิจของแต่ละคน และในด้านการทำงานนั้นต้องมีความเป็นเถ้าแก่ คือมุ่งมั่นและตั้งใจ ความสำเร็จนั้นวัดได้ที่ความอดทน

“ต้องมีพลังในการขับเคลื่อนการทำงาน “เปลี่ยนปัญหาให้เป็นโอกาส” หากเปลี่ยนปัญหาให้เป็นโอกาสได้ทุกครั้งเราก็จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แม้จะยังไม่ได้อยู่ในจุดที่ประสบความสำเร็จ แต่ต้องเชื่อว่าเราจะประสบความสำเร็จได้” คุณเอกคณิตกล่าวทิ้งท้าย

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก  หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น