จับตาการแข่งขันส่งออกข้าวของไทย-เวียดนาม

คู่แข่งผลิตข้าวในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หนีไม่พ้น ไทยและเวียดนาม โดยไทยครองแชมป์ส่งออกข้าวเบอร์ 1 ของโลกมีการส่งออกเฉลี่ยปีละ 9-10 ล้านตัน ขณะที่เวียดนามครองตำแหน่งเบอร์ 3 ของโลก มีการส่งออกเฉลี่ย 6-7 ล้านตัน

ไฮไลต์ : ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนมีประเทศผู้ผลิตข้าวสำคัญหลายประเทศ แต่ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดมาตลอด คือ เวียดนามและไทย โดยที่ผ่านมาไทยครองแชมป์ส่งออกข้าวเบอร์ 1 ของโลก มีการส่งออกเฉลี่ยปีละ 9-10 ล้านตัน ขณะที่เวียดนามส่งออกได้เฉลี่ย 6-7 ล้านตัน ปัจจุบันเวียดนามมีการพัฒนาการผลิตข้าวสายพันธุ์ใหม่ออกมาเป็นจำนวนมากนับสิบสายพันธุ์  ส่วนใหญ่เป็นข้าวขาวพื้นนิ่มที่คุณภาพดีและได้ราคาสูงกว่าข้าวขาวพื้นแข็งที่ปลูกกันปกติ  ทำให้ตลาดตรงกลางระหว่างข้าวขาวและข้าวหอมมะลิพรีเมียมมีช่องว่างให้กับข้าวจากเวียดนามเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดส่วนนี้ไป ดังนั้น ไทยจึงต้องเร่งพัฒนาข้าวขาวพื้นนิ่มสายพันธุ์พิษณุโลก 80,กข 21, กข71และ กข77 มาดึงตลาดกลับคืนมา

 

คู่แข่งผลิตข้าวในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หนีไม่พ้น ไทยและเวียดนาม โดยไทยครองแชมป์ส่งออกข้าวเบอร์ 1 ของโลกมีการส่งออกเฉลี่ยปีละ 9-10 ล้านตัน ขณะที่เวียดนามครองตำแหน่งเบอร์ 3 ของโลก มีการส่งออกเฉลี่ย 6-7 ล้านตัน

 

แต่ล่าสุดผู้ส่งออกข้าวไทยต้องเผชิญการแข่งขันอย่างรุนแรงมากขึ้น เพราะเวียดนามได้เริ่มมีการวิจัยและพัฒนาข้าวสายพันธุ์ใหม่ออกสู่ตลาด นับ 10 สายพันธุ์ จนทำให้มีคาดการณ์ว่าเวียดนามมีการส่งออกข้าวอย่างไม่เป็นทางการไปยังตลาดจีน โดยอาศัยช่องทางตามแนวชายแดนอีกปีละ 1-2 ล้านตัน

 

ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุว่า ปัจจุบันเวียดนามมีการพัฒนาการผลิตข้าวสายพันธุ์ใหม่ออกมาเป็นจำนวนมากนับสิบสายพันธุ์  ส่วนใหญ่เป็นข้าวขาวพื้นนิ่มที่คุณภาพดีและได้ราคาสูงกว่าข้าวขาวพื้นแข็งที่ปลูกกันปกติ  เช่น พันธุ์ 5414 ตันละ 500 เหรียญสหรัฐ ข้าว ST5 ตันละ 550 เหรียญสหรัฐ และนางฮวา ตันละ 600 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ข้าวขาวไทยราคาตันละ 460 เหรียญสหรัฐฯ และข้าวหอมมะลิไทยตันละ 1,250 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ตลาดตรงกลางระหว่างข้าวขาวและข้าวหอมมะลิพรีเมียมมีช่องว่างให้กับข้าวจากเวียดนามเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดส่วนนี้ไป

 

“ข้าวขาวพื้นนิ่มเริ่มเป็นที่นิยมมากในตลาดจีน ปีละ 7-8 ล้านตัน แต่ไทยไม่เคยมีการปลูกมาก่อน เวียดนามได้เปรียบในตลาดส่งออกข้าวชนิดนี้ ต่อไปไทยควรเร่งพัฒนาพันธุ์เพื่อขยายตลาดส่งออกข้าวในเซคเมนต์นี้ เพราะเซคเมนต์พรีเมียมมีราคาสูงก็จริงแต่ปริมาณน้อย เราจึงควรส่งเสริมเกษตรกรผลิตข้าวขาวกลุ่มนี้ เช่น พันธุ์พิษณุโลก 80,กข 21, กข71และกข77 ”

 

ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ​ประจำโฮจิมินต์ ระบุว่า กระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทของเวียดนาม รายงานว่าการผลิตข้าวสำหรับช่วงฤูดหนาว-ฤดูใบไม้ผลิ ของเวียดนามในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2561 มีพื้นที่ 3,065.5 เฮกเตอร์ เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการปลูก 3,036.3 เฮกเตอร์

 

โดยระดับราคาข้าวหอมมะลิของเวียดนามปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 0.639 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม จากเดือนก่อนหน้า 0.489 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาข้าวขาว ทรงตัวที่ระดับ 0.442 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม เทียบเท่ากับเดือนก่อนหน้า

 

ทั้งนี้ ในช่วง 3 เดือนแรกเวียดนามมีการส่งออก 1.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 9.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีมูลค่า 669 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ​เพิ่มขึ้น 23.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยระดับราคาส่งออกเฉลี่ย (เดือนมีนาคม 2561) ข้าวขาว 5% อยู่ที่ตันละ 425 ดอลลาร์สหรัฐฯสำหรับตลาดส่งออกหลักเวียดนามคล้ายกับไทย ได้แก่ จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เป็นต้น

 

ปริมาณการส่งออกข้าวไปยังตลาดสำคัญของเวียดนาม ช่วง 2 เดือนแรก 2561

สำหรับทิศทางการส่งออกข้าวของเวียดนามในปี 2561 ค่อนข้างจะคึกคัก โดยบริษัท เวียดนามฟู้ด ได้มีการทำสัญญาขายข้าวให้อินโดนีเซีย เพื่อส่งมอบเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 ปริมาณ 300,000 ตัน ราคาอยู่ที่ตันละ 465.9 ดอลลาร์สหรัฐฯ​ และอีก 200,000 ตัน ไทยฝ่ายชนะ ในราคาตันละ 473.8 ดอลลาร์สหรัฐ​ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงต้นปี 2561 อินโดนีเซียมีการนำเข้าข้าวจากเวียดนามแล้ว 441,000 ตัน มากกว่าที่นำเข้าจากไทย 320,000 ตัน

 

ขณะที่ทิศทางการส่งออกข้าวเหนียวเวียดนามปรับลดลง จากผู้นำเข้าข้าวจีนระงับการสั่งนำเข้าข้าวเหนียว ส่งผลให้พ่อค้าข้าวเวียดนามที่วางมัดจำนำซื้อข้าวเหนียวจากชาวนาได้รับผลกระทบ และส่งผลให้ราคาตลาดข้าวเหนียวเวียดนามลดลงจากที่วางมัดจำไว้ กิโลกรัมละ 6,100 ด่อง เหลือเพียง 5,300 ด่องเท่านั้น ประเด็นนี้ทำให้ผู้ส่งออกเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือในการหาตลาดใหม่รองรับผลผลิตข้าวเหนียว ซึ่งคาดว่าจะมี 85,000  เฮคเตอร์

 

อย่างไรก็ตาม ระบบการส่งออกข้าวในเวียดนามที่ผ่านมา “เวียดนามฟู้ด 1 และเวียดนามฟู้ด 2” เป็นสมาคมที่มีบทบาทอย่างมาก แต่ว่า ล่าสุดกระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทเวียดนามอยู่ระหว่างแก้ไขกฎหมาย เพื่อลดบทบาทของเวียดนามฟู้ด ในการจัดสรรโควตาส่งออกข้าว เพื่อสร้างความยุติธรรม และทำให้เกิดการแข่งขันเสรี จากเดิมที่กฎหมายนั้นกำหนดให้เวียดนามฟู้ดมีอำนาจในการจัดสรรโควตาการส่งออกข้าวภายใต้สัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ซึ่งทำให้เวียดนามฟู้ดมุ่งเน้นการประมูลโควตาส่งออกข้าวเพื่อกำไรของตัวเอง มากกว่าที่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการรักษาผลประโยชน์ของภาคเอกชน  ทั้งยังอาศัยอำนาจดังกล่าวในการขัดขวางการพัฒนาของสมาชิก

 

เป็นที่น่าจับตามองว่า หลังจากนี้จุดเปลี่ยนอนาคตข้าวเวียดนามจะเป็นอย่างไร และจะสร้างความท้าทายให้การส่งออกข้าวไทยมากน้อยเพียงใด

 

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในประเทศอาเซียน 9 ใน 10 ประเทศ เพื่อให้บริการท่าน

สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

อีเมล: [email protected]  โทรศัพท์   02 -230-2758 หรือ สายด่วน 1333

 

แสดงความคิดเห็น