ธ.กรุงเทพ จัดสัมมนา “นวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่ม สู่ตลาดใหม่ของเกษตรกรไทย”

เพื่อนคู่คิด “เกษตรก้าวหน้า” ธนาคารกรุงเทพ มุ่งยกระดับการเกษตรไทยก้าวสู่มาตรฐานสากล จัดสัมมนา “นวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่ม สู่ตลาดใหม่ของเกษตรกรไทย” ณ โรงแรม ไมด้า แกรนด์ ทวารวดี จ.นครปฐม

 “นวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่ม สู่ตลาดใหม่ของเกษตรกรไทย”

หัวใจสำคัญของเศรษฐกิจประเทศไทยมีรากฐานสำคัญมาจากภาคการเกษตร ในยุคที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “ไทยแลนด์ 4.0” หรือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม เป็นการใช้เทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม โดยมีฐานคิดหลัก คือ เปลี่ยนจากการผลิตสินค้า “โภคภัณฑ์” ไปสู่สินค้าเชิง “นวัตกรรม”

ซึ่งธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงศักยภาพของเกษตรกรและผู้ประกอบการด้านการเกษตรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยมีความตั้งใจที่จะเพิ่มพูนความรู้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเกษตรกรในการก้าวเข้าสู่เกษตรกรรมยุค 4.0 อย่างเต็มรูปแบบ

ช่วงแรกของการสัมมนาเป็นการกล่าวเปิดงาน โดยคุณศิริเดช เอื้องอุดมสิน รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีใจความสำคัญ คือ

“ในยุคปัจจุบันสินค้าเกษตรที่ผลิตได้ไม่เพียงแข่งขันกับผู้ผลิตในประเทศเท่านั้น แต่ต้องแข่งขันกับผู้ผลิตจากต่างประเทศที่มีการพัฒนาความสามารถในการผลิตอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ จึงเกิดแนวคิดเปลี่ยนการพัฒนาเกษตร และการสร้างเกษตรกรยุคใหม่ ที่เรียกว่า “เกษตรกร 4.0” เพื่อให้เกษตรกรมีความสามารถในการแข่งขัน มีการผลิตที่ใช้ต้นทุนต่ำ สินค้ามีคุณภาพ นำนวัตกรรมมาใช้ในการผลิตสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างความแตกต่าง ให้ผู้บริโภคสนใจซื้อในราคาที่สูงขึ้น และพัฒนาเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการ ที่ทั้งผลิต แปรรูป และขายเองได้ในช่องทางต่างๆ จึงเป็นที่มาของการจัดสัมมนาในครั้งนี้

โดยหวังว่าการสัมมนาครั้งนี้จะเป็นการจุดประกายความคิดใหม่ๆ เพื่อปรับใช้ในการประกอบธุรกิจ ทางธนาคารกรุงเทพ และเครือข่ายพันธมิตร พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิด ให้คำปรึกษา เพื่อให้ธุรกิจของทุกท่านเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง”

คุณศิริเดช เอื้องอุดมสิน รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

จากนั้นเป็นการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ยกระดับการเกษตรสู่มาตรฐาน” โดยคุณยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาภาคอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทย

โดยประเด็นสำคัญที่คุณยงวุฒิกล่าวคือ แนวโน้มเทคโนโลยีอุตสาหกรรมอาหาร ยุค 4.0 ที่ประกอบไปด้วย

  • เทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร Food, Agriculture & Bio-tech เช่น การเพาะเลี้ยงในระบบปิด ที่มีการควบสภาวะแวดล้อม อาหาร อุณหภูมิ อากาศ ความชื้น และแสง
  • เทคโนโลยีสุขภาพและการแพทย์ Health, Wellness & Bio-Medical เช่น นวัตกรรมสารสกัดอาหารเสริมต่างๆ นาฬิกาอัจฉริยะที่มีระบบเชื่อมต่อแอปพลิเคชัน เป็นหน่วยประมวลผลบอกค่าพลังงาน แอปพลิเคชันวัดความสดใหม่ของอาหาร
  • เทคโนโลยีหุ่นยนต์อัจฉริยะและระบบเครื่องกล 4.0 Smart Devices, Robotics & electronics เช่น เทคโนโลยีหุ่นยนต์อัจฉริยะและระบบเครื่องกล โดยโรงงานอุตสาหกรรมจะเน้นระบบเครื่องกลที่ใช้อิเล็กทรอนิกส์ควบคุมตลอดกระบวนการผลิตจนถึงมือผู้บริโภค
  • เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบสมองกล 4.0 Digital & Embedded Technology คือการพัฒนาและการออกแบบระบบสมองกลฝังตัวที่สามารถตอบสนองทันทีแบบเรียลไทม์ (Real-time) เช่น พ่อครัวหุ่นยนต์สมองกล
  • เทคโนโลยีสร้างสรรค์วัฒนธรรมและบริการที่มีมูลค่าสูง Creative, Culture & High Value Service เช่น การส่งเสริมสร้างจุดเด่นด้านวัฒนธรรมผ่านแอปพลิเคชันเช่น แนะนำร้านอาหารไทย เมนูอาหารที่นิยมผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถสืบค้นและเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น เช่น GoogleMap, OpenRice, ChingCanCook
คุณยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร

ลำดับต่อมาเป็นการเสวนาพิเศษในหัวข้อ “สร้างมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยนวัตกรรม” โดยมีผู้ร่วมเสวนา คือ คุณประถิมา อุเทนพิทักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักการตลาด ธุรกิจอาหาร คุณปัญญาวัฒน์ เอกอิษวัตวิกุล ผู้จัดการฝ่ายประกันคุณภาพ บริษัทสยาม แม็คโคร จำกัด (มหาชน) และคุณมิตรดนัย สถาวรมณี ผู้บริหารบริษัท โคโร บราเธอร์ จำกัด ผู้บริหารฟาร์มผักและผลไม้สไตล์ญี่ปุ่นและร้านอาหาร ภายใต้ชื่อว่า “โคโรฟิลด์”

โดยคุณประถิมา กล่าวว่า เมื่อทราบว่าจุดขายของเราคือสิ่งไหน ช่องทางคืออะไร สิ่งสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือการสื่อสาร เพราะจะทำให้คนได้รับรู้ในสิ่งที่เราทำ จากนั้นจึงทำการต่อยอดด้วยกิจกรรมทางการตลาดต่อไป ตัวสินค้าและแพกเกจจิ้งคือสิ่งที่สำคัญ อย่าใส่แค่ยี่ห้อหรือโลโก้ ต้องเพิ่มเรื่องราวเข้าไปว่าทำไมเขาจึงต้องซื้อสินค้าของเรา

การสื่อสารเริ่มต้นจากสินค้าและแพกเกจจิ้ง จากนั้นมาถึงเรื่องสื่อประชาสัมพันธ์ที่ทุกวันนี้เปลี่ยนไปเมื่อออนไลน์เข้ามา

“อย่าคิดว่าลูกค้าของเราจะไม่ได้อยู่ในออนไลน์ ตราบใดที่ทุกคนใช้มือถือ นั่นคือเขาอยู่ในออนไลน์”

คุณประถิมา อุเทนพิทักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักการตลาด ธุรกิจอาหาร เครือเบทาโกร

ด้านคุณปัญญาวัฒน์ กล่าวว่า สินค้าเกษตรไทยยังเป็นที่ต้องการในต่างประเทศ เช่น พม่า กัมพูชา จีน แต่สินค้าที่จะออกไปได้ต้องเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ และการจะได้มาซึ่งสินค้าที่ดีต้องเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำ คือฟาร์ม วิธีการเพาะปลูก และวิธีการเลี้ยงสัตว์  ต้องมีการเอามาตรฐานเข้ามาควบคุมเพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพและความปลอดภัย

และโมเดิร์นเทรดต่างๆ ตลอดจนสังคมการค้าในโลกปัจจุบันนอกจากคุณภาพและความปลอดภัยแล้ว ยังให้ความสำคัญกับสองเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน คือเรื่องแรงงานและสภาพแวดล้อม

“ผู้ประกอบการที่ได้รับการการันตีหรือรับรองในเรื่องดูแลแรงงานและใส่ใจสภาพแวดล้อม จะสามารถเพิ่มโอกาสทางการค้าได้มากยิ่งขึ้น”

คุณปัญญาวัฒน์ เอกอิษวัตวิกุล ผู้จัดการฝ่ายประกันคุณภาพ บริษัทสยาม แม็คโคร จำกัด (มหาชน)

ส่วนคุณมิตรดนัย ผู้บริหารฟาร์มผักและผลไม้ “โคโรฟิลด์” กล่าวว่า เกษตรกรหากจะลงมือปลูกอะไรสักอย่าง เพื่อหวังผลทางการค้าและมีโอกาสยืนระยะได้อย่างยั่งยืนต้องคิดให้รอบด้าน โดย “โคโรฟิลด์” ยึดหลักสำคัญกับคำถาม 5 ข้อ คือ

1.สิ่งที่จะปลูก เราจะสามารถปลูกได้หรือไม่

2.เราปลูกได้ดีหรือไม่ ต้องเหนือกว่าค่าเฉลี่ยของคนอื่นในท้องตลาด

3.ปลูกแล้วขายได้หรือไม่ มีตลาดไหนที่รองรับ

4.เมื่อขายได้ดี แล้วคนอื่นสามารถปลูกตามได้หรือไม่

5.สามารถสร้างผลผลิตต่อเนื่องตลอดทั้งปีได้หรือไม่

คุณมิตรดนัย กล่าวอีกว่า สำหรับอาชีพเกษตรกรนั้นเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ทุกคนต้องมีความภูมิใจในตัวเอง เพราะอาชีพเกษตรกรก็คือนักธุรกิจ เป็นเอสเอ็มอีเช่นเดียวกับผู้ประกอบการทั่วไป

เกษตรกรคือนักธุรกิจด้านการเกษตร มี 3 เรื่องสำคัญ คือ การเงิน การตลาด การจัดการ ต้องมีองค์ประกอบทั้ง 3 อย่างนี้ให้ครบ เพื่อที่จะเดินไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน”

คุณมิตรดนัย สถาวรมณี ผู้บริหารบริษัท โคโร บราเธอร์ จำกัด

 

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น