Glurr เพื่อนคู่คิดชีวิตนักศึกษา ตอบโจทย์ได้ทั้งในและนอกรั้วมหาวิทยาลัย

การจะเริ่มทำสตาร์ทอัพอะไรสักตัวหนี่ง เราก็ต้องเอาตัวเองไปอยู่ในจุดที่เข้าใจถึงปัญหา รวมถึงมองเห็นและรับรู้ให้ได้ตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้นของปัญหาไปจนถึงกระบวนการแก้ไข

คุณกิตติ พรศิวะกิจ CEO จากแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า Glurr (เกลอ) แพลตฟอร์มของนักศึกษาโดยเฉพาะ เปิดเผยว่า บริการของ Glurr แต่ละอย่างนั้นถูกออกแบบมาเพื่อสอดคล้องกับวิถีชีวิต และอุปสรรคต่างๆ ที่นักศึกษาต้องเจอ โดยจุดเริ่มต้น และโมเดลของธุรกิจตัวนี้จะเป็นยังไง และเขามีเคล็ดลับในการบริหารธุรกิจยังไงบ้าง ถ้าพร้อมที่จะเรียนรู้ในมุมมองของผู้ประกอบการที่มีผู้ใช้งานนับล้านแล้วล่ะก็ ตามไปชมกันเลย

ทำความรู้จักกับ Glurr สตาร์ทอัพสำหรับนักศึกษาที่จะช่วยให้การใช้ชีวิตทั้งในรั้วและนอกรั้วมหาวิทยาลัยดีขึ้น

แทบจะทุกคนต้องเคยผ่านการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยกันมาแล้วทั้งนั้น ซึ่งหลายๆ คนคงเข้าใจกันดีว่า ชีวิตในมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะเป็นการใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียว และน้อยครั้งจะได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ซึ่ง Glurr เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเด็กมหาวิทยาลัยให้มีสังคมและมีความสะดวกสบายมากขึ้นกว่าเดิม

 

“เราวางตัวเป็น Campus Life style แพลตฟอร์ม Campus Life Style Network สำหรับนักศึกษา ที่จะช่วยนักศึกษาใน  3 เรื่อง ซึ่งเรียกว่าแพลตฟอร์มแบบ ABC ที่ประกอบด้วย 3 ส่วน A คือ Activity เกิดจากที่เราอยากสนับสนุนให้นักศึกษามีกิจกรรมมากขึ้น ในกิจกรรมด้านกีฬา ด้านการฝึกงาน มีกิจกรรมเรื่องการฝึกอบรมต่างๆ รวมถึงการเที่ยวด้วย เรามองว่ามีควรมีทั้งสาระและความบันเทิงด้วย จึงออกมาเป็น Activity

 

อย่างที่สอง คือตัว B เรื่องของ Basic ที่นักศึกษาสามารถได้รับเมื่อเข้ามาในระบบ และอย่างที่ 3 คือ Community  คือตัว C ซึ่งเป็นจุดแข็งของ Glurr อยู่แล้ว เรามองว่าในทุกๆ วัน มีนักศึกษาเข้ามาโพสต์ในเรื่องราวต่างๆ ไม่จะเป็นเรื่องเรียนการใช้ชีวิต หรือว่าเรื่องข้อสงสัยต่างๆ บนแพลตฟอร์มเหมือน Pantip.com ในวงการนักศึกษา

 

โดยนักศึกษาที่ใช้ Glurr ก็มีประโยชน์อยู่ 3 ด้าน บนแพลตฟอร์ม 3 รูปแบบ คือแพลตฟอร์มแรกเป็นเว็บไซต์เหมือนกระทู้ อันที่ 2 คือน้องๆ จะใช้บน Facebook ด้วย ตอนนี้เรามี Facebook อยู่ 10 มหาวิทยาลัย ที่ใช้บน Facebook แฟลตฟอร์มของ Glurr และอันที่ 3 คือ Mobile Application เรื่องบน Mobile Application จะมีฟีเจอร์มากกว่า 2 อันแรก อยากจะจัดกิจกรรม กิจกรรมอะไร จัดที่ไหน ต้องการสมาชิกกี่คน อะไรต่างๆ เหล่านี้เพื่อหาเพื่อนมาร่วมกิจกรรมนี้ได้ หรือจะหาสปอนเซอร์บนนั้นก็ได้ น้องๆ สามารถเข้าไปดูในช่องของแคมเปญ ก็จะมีบอกว่าตอนนี้มีแคมเปญอะไรบ้าง ที่นักศึกษาสามารถใช้สิทธิพิเศษได้

 

เราเก็บเรื่อง Big Beta ได้ เราจะมี Report ให้ว่านักศึกษาที่มาใช้บริการนั้น Profile เป็นอย่างไร โดยที่ไม่ได้ระบุตัวตนว่าเป็นใคร เพียงแต่บอกว่าเป็นมหาวิทยาลัยไหน เพศอะไร ที่สนใจแคมเปญเหล่านี้ รวมถึงว่าไลฟ์สไตล์ว่าเป็นอย่างไร  เพื่อที่ผู้ประกอบการจะสามารถวิเคราะห์แคมเปญได้ และต่อไปก็จะสามารถทำให้ตรงกับ target ของกลุ่มนักศึกษาที่มาใช้บริการได้”

 

จุดเริ่มต้นของ Glurr พื้นที่เพื่อนักศึกษาโดยเฉพาะ

การจะเริ่มทำสตาร์ทอัพอะไรสักตัวหนี่ง เราก็ต้องเอาตัวเองไปอยู่ในจุดที่เข้าใจถึงปัญหา รวมถึงมองเห็นและรับรู้ให้ได้ตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้นของปัญหาไปจนถึงกระบวนการแก้ไข ซึ่ง Glurr เองถึงแม้จะถูกสร้างโดยเหล่าผู้ใหญ่ที่ไม่ใช่นักศึกษา แต่มองย้อนกลับไป พวกเขาได้ทำจุดเริ่มต้นของสตาร์ทอัพตัวนี้มาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็น “นักศึกษา” แล้วล่ะครับ

จริงๆ แล้วเริ่มจาก Co-Founder คนแรกตอนที่ยังเป็นนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ แล้วเขาเห็นว่าสังคมในมหาวิทยาลัยมันค่อนข้างจะโดดเดี่ยว ไม่ Connect กัน เขาจึงพยายามสร้าง Community บนโลกออนไลน์ขึ้นมา และให้นักศึกษาในแต่ละคณะสามารถรู้จักกัน ซึ่งเดิมทีนักศึกษาก็รู้จักเฉพาะในคณะตัวเอง

 

คุณกิตติ เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า “เริ่มต้นจากการที่น้องๆ สร้างเป็นเว็บบอร์ดขึ้นมา เพื่ออัพเดทกิจกรรมก่อน ว่าตอนนี้มหาวิทยาลัยมีกิจกรรมอะไรบ้าง พอทำไปทำมาก็เริ่มมีเพื่อนๆ จากมหาวิทยาลัยอื่น อย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่าน่าสนใจซึ่งเชื่อมกัน จนเติบโตขึ้น  ซึ่งตอนนั้นยังไม่มี Business Model ไม่สร้างรายได้ น้องๆ เองก็เข้ามาคุยกับผม ซึ่งผมอยู่ในวงการ IT มา 18 ปีแล้ว และปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคม การตลาดท่องเที่ยวไทย มี Connection เยอะ ทั้งในส่วนของร้านอาหาร โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว บริษัทต่างๆ จึงนั่งเป็น CEO มันเป็นการอัพเดทธุรกิจกับเด็ก โดยมีคน 2 รุ่น ผมอายุ 42 ชวนน้องอายุ 24 เป็นคน 2 รุ่นที่มาร่วมงานกัน”

 

ช่วงเวลาที่ต่างวัย Glurr ใช้วิธีการใดในการครองใจนักศึกษาได้มากขนาดนี้

เราใช้ Facebook เป็นตัวสร้าง โพสต์ ซึ่งถูกแชร์จนมี Reach  ประมาณ 500,000 Reach  ทุกอาทิตย์ก็จะมีโพสต์ ระดับ 5 แสนตลอด ซึ่งเรามองว่านักศึกษาในเมืองไทยปัจจุบัน มีอยู่ประมาณ 2.5 ล้านคน ตอนนี้เรามีที่ 20 เปอร์เซ็นต์ ในแผนเราอยากให้แตะ 1 ล้านคน เนื่องจากเรามองว่าจริงๆ แล้วกลุ่มนักศึกษาเป็นกลุ่มที่เข้าถึงได้ง่าย พอมีอะไรดีๆ เขาจะแชร์

ซึ่งปัจจุบันคู่แข่งที่เป็นแนวนี้ตรงๆ ยังไม่เจอเลยครับ เป็น Community นักศึกษาจริงๆ เราต้อง Modify ด้วยว่าเป็นนักศึกษา ตอนนี้ก็จะมี Pantip และ Dek-D ก็จะเป็นเด็กลงมาหน่อย ไม่ใช่เด็กมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายสำหรับเรา”

แผนบริหารธุรกิจของ Glurr ที่สามารถสอดคล้องไปด้วยกันกับคนทั้ง 2 รุ่น

อย่างที่รู้กันว่า Glurr นั้นจุดเริ่มต้นมาจากนักศึกษาที่หวังจะแก้ปัญหาเรื่องคอมมูนิตี้ และเมื่อกาลเวลาผ่านไป แพลตฟอร์มเล็กๆ ก็กลายเป็นธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น และมีกลุ่มคนที่คอยพัฒนาและกลุ่มผู้ใช้งานที่แตกต่างกันทั้งเรื่องราว และมุมมอง รวมถึงประสบการณ์ การทำงานร่วมกัน

ผมมองว่าตอนนี้ส่วนผสมของเราค่อนข้างดี เพราะว่ามีคน 2 รุ่น คือรุ่นเด็กและผู้ใหญ่ สิ่งที่เราทำให้เกิดความสมดุลระหว่างสิ่งที่นักศึกษาต้องการ กับสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการ เมื่อเราเริ่มที่จะทำให้ตัวแคมเปญ ตัว Glurr connect ที่เป็นเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ถ้าเป็นนักศึกษาเขาก็จะมีส่วนลดให้ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร สปา เขาเข้ามาค่อนข้างรวดเร็ว เพราะเราไม่ได้ขายโฆษณา ให้มาลงฟรี แต่มีข้อแม้ว่าต้องให้สิ่งที่ดีต่อเด็ก

 

มันเกิดจาก Passion จริงๆ เพราะว่าสมัยเรียน ผมไม่ค่อยมีข้อมูลอะไรเลยสำหรับนักศึกษา นักศึกษายุคนี้เป็นยุคดิจิทัล ก็ย้อนกลับไปว่าตอนเด็กเราอยากได้อะไร เราอยากมีกิจกรรมอะไร พอเราเป็นผู้ใหญ่แล้ว เราก็อยากให้น้องๆ เริ่มจากตรงนี้ และการสอดแทรกในเรื่องของความรู้และโอกาสในการทำงาน”

 

พัฒนาต่อยอด เอาใจนักศึกษาทั้ง Lifestyle และความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต

“ตอนนี้เราคุยกับพาร์ตเนอร์ที่เป็นคนทำ Application Share Way คือสามารถให้นักศึกษาที่ต้องเดินทางไกลๆ เช่น มหาวิทยาลัยที่อยู่ไกลนอกเมือง เข้ามาในเมือง สามารถที่จะแชร์กัน เช่น จากม.กรุงเทพ ที่รังสิต เข้ามาในเมือง ใครมีเพื่อนที่จะเข้าเมืองก็สามารถกด Application Share Wayให้เพื่อนสามารถมาด้วยกันได้ โดยการแชร์ค่าน้ำมันช่วยกัน นอกจากนี้ เราก็มีแผนที่จะทำ Glurr โดยยังสรุปชื่อไม่ได้ อาจจะชื่อ Glurr X เป็นการรวบรวมศิษย์เก่า วงมันก็จะกว้างขึ้น เพราะเราก็มาจากในกลุ่มของศิษย์เก่า ซึ่งในยุคปัจจุบันคนทำงานไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอกัน จึงตั้งใจจะสร้างแพลตฟอร์มที่รวมเอาศิษย์เก่า ยกตัวอย่างเช่น ศิษย์เก่าคณะวิศวะฯ ม.พระจอมเกล้าเจ้าคุณลาดกระบัง ใส่เป็นรุ่นๆ ไป เข้ามาก็คุยกันในรุ่น หรือว่าเขาสามารถดูทั้งคณะก็ได้ ไฮไลท์คือเราจะรู้ว่าในแต่ละรุ่นมีกิจกรรมอะไรบ้าง หรือมีข่าวสารอะไร อาจจะมีฟีเจอร์ในมหาวิทยาลัย จริงๆ โดย System มันพร้อมอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าตัว Content ต้องเพิ่มเข้าไป ใส่กลุ่มพวกนี้เข้าไป ก็คิดว่าไม่นานเกินสำหรับ Project นี้”

 

Co-Founder ที่เพียบพร้อม เป็นอาวุธหลักสำคัญในการทำ Startup

สำหรับคนที่เริ่มทำ Startup ผมแนะนำว่า สิ่งที่สำคัญในการทำ Startup ให้เติบโตได้ดี ต้องมี Co-Founder ที่พร้อม ในหลายๆ ด้าน และต้องมีความแตกต่างกันด้วย เท่าที่ผมสังเกตคือว่า หลายๆ Startup อาจจะทำงานกันแค่ 1 – 2 คน และเป็นแนวเดียวกัน เช่น เป็นโปรแกรมเมอร์เหมือนกัน มุมมองในการทำธุรกิจอาจจะมองได้ไม่ครบ หรือว่าไม่มี Connection

ใน Startup แต่ละตัวต้องมีคนที่เก่งในเรื่องของเทคโนโลยี และเก่งในเรื่องของธุรกิจนั้นๆ หรือว่าเข้าใจในตัวของผู้ใช้อย่างตัวที่ผมทำมีส่วนผสมที่ไม่เหมือนกันเลย อยากการทำ Glurr ผมต้องพาร์ตเนอร์กับกลุ่มนักศึกษา ถ้าทำเกี่ยวกับวงการท่องเที่ยว ผมต้อง Connect กับผู้ใหญ่ที่อยู่ในแวดวงท่องเที่ยวระดับกรรมการ หรือสมาคมใหญ่ๆ เราจะได้เข้าใจว่า ผู้ใช้ต้องการอะไร ฝากเพื่อนๆ ที่ทำ Startup ให้หา Co-Founder ที่เหมาะสม”

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น