Church of the Savior on the Blood สถาปัตยกรรมอันวิจิตรจากโศกนาฏกรรมแห่งรัสเซีย

บสถ์แห่งหยดเลือด (Church of the Savior on the Blood) ตั้งอยู่บริเวณริมคลอง Griboedov เป็นโบสถ์ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 17 โดยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 3 เพื่อเป็นเกียรติแด่พระบิดาของตน

แดนหมีขาวแห่งนี้ นับเป็นดินแดนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยพื้นที่ที่กว้างใหญ่ไพศาล จึงไม่แปลกที่จะมีเรื่องราวความเป็นมา และสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย และในวันนี้ เราจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวชมสถานที่ที่ชาวยุโรปและนักท่องเที่ยวหลายคนให้การยอมรับว่า เป็นไอคอนของประเทศรัสเซียก็ว่าได้ ด้วยความงามอย่างละเอียดลออแทบลืมหายใจ อย่ารอช้า เรามาทำความรู้จักกับ 7 ข้อน่ารู้ของโบสถ์แห่งหยดเลือดแห่งนี้กันดีกว่า

  1. โบสถ์แห่งหยดเลือด (Church of the Savior on the Blood) ตั้งอยู่บริเวณริมคลอง Griboedov เป็นโบสถ์ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 17 โดยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 3 เพื่อเป็นเกียรติแด่พระบิดาของตน พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2 ผู้ถูกปลงพระชนม์ในปี ค.ศ. 1881 โดยชาวบ้าน

 

  1. เหตุเพราะพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2 ได้ตัดสินใจประกาศเลิกทาส ด้วยความหวังดีต่อสถานภาพของประชาชน หวังว่า ฐานะและความเป็นอยู่จะดีขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่า ขุนนางเกิดความไม่พอใจ แม้แต่ชาวบ้านชาวนาเอง ก็มีความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่ลง ด้วยไม่มีคนคอยเกื้อหนุน จึงมองไม่เห็นถึงความหวังดีนี้ และได้รวมตัวกันเพื่อวางแผนปลงพระชนม์ โดยการส่งตัวหญิงชาวนาคนหนึ่ง ให้วิ่งเข้าไปหาพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2 ระหว่างที่พระองค์เสด็จผ่าน โดยร่างของหญิงชาวนาผู้นั้นได้ติดระเบิดพลีชีพไว้ด้วย

 

  1. หลังเกิดเหตุการณ์อันน่าสลดนี้ขึ้น บริเวณเกิดเหตุแห่งนี้ก็ถูกสร้างทับด้วยโบสถ์ โดยมีชื่อว่า ‘Church of the Savior on the Blood’ หรือ ‘โบสถ์แห่งหยดเลือด’ มาจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง

  1. เมื่อเห็นภาพสถานที่แล้ว หลายคนมักสับสนระหว่าง โบสถ์แห่งหยดเลือก กับ วิหารเซนต์บาเซิลของพระเจ้าอีวาน (Saint Basil’s Cathedral) ที่ตั้งอยู่ ณ กรุงมอสโก ด้วยมีลักษณะลวดลายและลักษณะโครงสร้างที่คล้ายคลึงกันมาก จนนักท่องเที่ยวหรือคนนอกหลายครั้งมักเผลอคิดว่าเป็นที่เดียวกัน ก็นับว่าไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะโบสถ์แห่งหยดเลือดนี้ ถูกสร้างขึ้นมาภายหลัง โดยได้รับอิทธิพลทางสถาปัตยกรรมมาจากมหาวิหารเซนต์บาเซิลนั่นเอง

 

  1.  โบสถ์แห่งหยดเลือดใช้เวลาสร้างยาวนานถึง 24 ปี เมื่อเดินเข้ามาภายใน โบสถ์มีความโอ่โถง ลวดลายตระการตา สามารถจุคนได้มากประมาณ 1,600 คน วัสดุตกแต่งมีความหลากหลายและสีสันสดใส ทั้งจากอิฐ หินอ่อน หินแกรนิต ทองแดงปิดทอง และแน่นอน อีกหนึ่งวัสดุเด็ดของโบสถ์นี้ ก็คือ โมเสส นั่นเอง

 

  1. ด้วยลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์แบบสถาปัตยกรรมรัสเซียดั้งเดิม ความละเมียดละไมในการตกแต่ง จัดวางวัสดุต่างๆ อย่างบรรจงงดงาม ต้องใช้ช่างฝีมือและจิตรกรมากกว่า 30 ชีวิตในการทำลายโบสถ์ทั้งหมด

  1. ครั้งหนึ่ง ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โบสถ์แห่งหยดเลือดแห่งนี้ ได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด ลวดลายต่างๆ ราวถึงงานปูนงานอิฐภายในตึกถูกทำลายลงไปไม่น้อย กว่าโบสถ์จะได้รับการบูรณะใหม่อีกครั้ง ก็หลังสงครามจบลงไปแล้ว

 

นี่เป็นเพียงเรื่องราวของโบสถ์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โบสถ์แห่งหยดเลือดแห่งนี้มีเรื่องราวและเสน่ห์อันลึกลับที่เพื่อนๆ ต้องไปเที่ยวและชมด้วยตาของตนเองจึงจะเข้าใจ กลิ่นอายแบบรัสเซียดั้งเดิม ความงามของศิลปวัฒนธรรม  ที่กลั่นเป็นคำพูดออกมา ยังพรรณนาได้ไม่สุด นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่เช็กอินของนักท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง และทุกวันนี้โบสถ์แห่งหยดเลือด ยังคงได้รับการดูแลอย่างดี ทุกครั้งที่ได้ชม ความงามของโบสถ์ จึงจะเป็นเช่นเดิมเสมอ

แสดงความคิดเห็น