คิดแบบ “Alexander Osterwalder” นักบริหารจัดการที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก

“Alexander Osterwalder” หนึ่งในนักคิดด้านการบริหารจัดการที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก ทั้งยังเป็นผู้คิดค้น Business Model Canvas และ Value Proposition Design Canvas ได้แบ่งปันประสบการณ์ว่า ในการดำเนินธุรกิจ องค์กรส่วนใหญ่มักจะติดกับดักบางประการที่ทำให้ไม่สามารถเติบโตต่อไปได้

ไฮไลท์

  • การพัฒนาของเทคโนโลยี กระแสข้อมูลข่าวสารที่ไม่หยุดนิ่ง และมุมมองของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ๆ ทำให้การดำเนินชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปและมีทางเลือกมากขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่องค์กรธุรกิจจะต้องปรับตัวให้ทัน
  • Alexander Osterwalder” หนึ่งในนักคิดด้านการบริหารจัดการที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก เล่าว่า ในการดำเนินธุรกิจ องค์กรส่วนใหญ่มักจะติดกับดักบางประการที่ทำให้ไม่สามารถเติบโตต่อไปได้ ทั้งที่องค์กรเหล่านั้นก็มีศักยภาพ
  • การยึดติดกับความสำเร็จและกรอบเดิมๆ จึงถือเป็นความเสี่ยงที่จะนำไปสู่ความล้มเหลวได้มากที่สุด
  • ไอเดียหรือนวัตกรรมใหม่ๆ ที่คิดขึ้นมาได้จะเป็นที่ต้องการของตลาด ก่อนที่จะลงทุนจริง

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ทั้งจากการพัฒนาของเทคโนโลยี กระแสข้อมูลข่าวสารที่ไม่หยุดนิ่ง และมุมมองของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ๆทำให้การดำเนินชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปและมีทางเลือกมากขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่องค์กรธุรกิจจะต้องปรับตัวให้ทัน ด้วยการคิดค้นนวัตกรรมสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่เข้าใจและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างการเติบโตให้กับองค์กร

 

ดังนั้น เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น “Alexander Osterwalder” หนึ่งในนักคิดด้านการบริหารจัดการที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก ทั้งยังเป็นผู้คิดค้น Business Model Canvas และ Value Proposition Design Canvas ได้แบ่งปันประสบการณ์ว่า ในการดำเนินธุรกิจ องค์กรส่วนใหญ่มักจะติดกับดักบางประการที่ทำให้ไม่สามารถเติบโตต่อไปได้ ทั้งที่องค์กรเหล่านั้นก็มีศักยภาพ

 

งานวิจัยในสหรัฐอเมริกาพบว่ากว่า 74% ของผู้บริหารกังวลจะมีคู่แข่งใหม่ๆ มาทำให้เกิดการ Disruption ในอุตสาหกรรมของตัวเอง แต่ในความเป็นจริงนั้น การเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจปัจจุบันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีผลกระทบกับทุกอุตสาหกรรม ไม่เฉพาะแค่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเท่านั้น

 

ฉะนั้นการยึดติดกับความสำเร็จและกรอบเดิมๆ จึงถือเป็นความเสี่ยงที่จะนำไปสู่ความล้มเหลวได้มากที่สุด

 

ขณะที่อีกหนึ่งงานวิจัยระบุว่า 72% ของนวัตกรรมในตลาดไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งไม่ใช่เพราะทีมคิดค้นนวัตกรรมไม่ฉลาด แต่ความล้มเหลวดังกล่าวเกิดจากกระบวนการที่ยังไม่ดีเพียงพอ ดังนั้น ถ้ารู้แล้วว่าสิ่งที่ทำไม่เป็นที่ต้องการของตลาด จึงควรเลิกแล้วไปทำสิ่งใหม่แทนทันที

 

องค์กรธุรกิจส่วนใหญ่ยังสร้างนวัตกรรมแบบ Innovation Theater หรือทำเพื่อสร้างชื่อเสียง ไม่ใช่เพื่อใช้งานจริง แต่การทำอย่างจริงจังเสมือนสร้าง Silicon Valley จำลองภายในองค์กร ที่สำคัญต้องเข้าใจว่า นวัตกรรมไม่ได้หมายถึงเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว ฉะนั้นการสร้างนวัตกรรมจึงไม่จำเป็นต้องมีหรือใช้เทคโนโลยีที่ดีสุดในโลก

 

ขณะที่ ถ้าองค์กรต้องการทำนวัตกรรมใหม่ๆ จะต้องเข้าใจว่าโมเดลธุรกิจขององค์กรใหม่กับโมเดลธุรกิจขององค์กรที่ดำเนินการมาอยู่ก่อนแล้วมีความแตกต่างกัน เนื่องจากองค์กรที่ดำเนินธุรกิจมาอยู่ก่อนแล้วจะมีความชัดเจนของรูปแบบธุรกิจ ไม่ต้องการให้เกิดความล้มเหลว และเน้นลงมือทำโดยวางแผนล่วงหน้า

 

ขณะที่องค์กรธุรกิจใหม่จะไม่สามารถรู้ถึงสถานการณ์ต่างๆ ล่วงหน้าได้ และมองว่าการล้มเหลวเป็นสิ่งจำเป็น เพราะต้องทดลอง จนกว่าจะเจอโมเดลธุรกิจที่เหมาะสม

 

          “ความล้มเหลวเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องยอมรับให้ได้ เพราะใครก็สามารถล้มเหลวได้ หลายคนไม่ได้ประสบความสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก และเบื้องหลังความสำเร็จก็มีความล้มเหลวอีกมากมายที่เราอาจไม่เคยรู้ แต่เมื่อล้มเหลวแล้วต้องรีบลุกขึ้นมาใหม่ให้ได้ทันที”

 

ทั้งนี้ นักธุรกิจทั้งหลายต้องแน่ใจว่า ไอเดียหรือนวัตกรรมใหม่ๆ ที่คิดขึ้นมาได้จะเป็นที่ต้องการของตลาด ตอบโจทย์ลูกค้าได้ ก่อนที่จะลงทุนจริง

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น