“Agri Tech” แนวทางสตาร์ทอัพด้านการเกษตร

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีเกษตร (Agricultural Technology หรือ Agri Tech) เริ่มเป็นที่พูดถึงมากขึ้น และถูกมองว่าเป็นอีกสาขาหนึ่งที่จะมาแรงที่สุดในธุรกิจด้านสายงานสตาร์ทอัพของปี 2018 และปีต่อๆ ไป

จากที่ผ่านมา เกษตรกรรมยังไม่ค่อยถูกหยิบเอามาเลือกทำในสตาร์ทอัพมากเท่าไหร่นัก แต่ในวันนี้กำลังเป็นอีกหนึ่งเมกะเทรนด์ที่กำลังได้รับความสนใจ โดย Bangkokbanksme.com ขอนำเสนอบทความ โดย ดร.สุทธิกร กิ่งแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาผู้บริหารทางธุรกิจ ที่จะมาบอกเล่าถึงทิศทางและแนวโน้มการปรับตัวของภาคเกษตรกรรม รวมทั้งกลุ่มผู้ประกอบการด้านสตาร์ทอัพ ให้เกาะติด Agritech Trend .shสามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ให้ประสบความสำเร็จได้

ภาคการเกษตรต้องปรับตัว

โดย ดร.สุทธิกร กิ่งแก้ว กล่าวว่า เกษตรกรรมเป็นเรื่องสำคัญของประเทศไทย ประชากรเกือบครึ่งของวัยแรงงานคือภาคเกษตรกรรม แต่ในขณะเดียวกันมูลค่าเศรษฐกิจมวลรวมของประเทศที่มาจากภาคการเกษตรกลับมีไม่ถึง 10% ซึ่งปัญหาก็คือเกษตรกรสร้างผลผลิตได้น้อย มีมูลค่าในตลาดต่ำ สาเหตุเกิดจากปัจจัยในเรื่องภูมิประเทศที่ไม่อำนวย รวมถึงภูมิอากาศที่แปรปรวน ปัญหาอีกประการหนึ่งคือเกษตรกรไทยมีอายุมากขึ้น แรงงานวัยหนุ่มสาวไม่มีแรงจูงใจในการทำงานด้านเกษตรกรรมน้อย

ดังนั้นเกษตรกรรมในเมืองไทยจึงต้องมีการหยิบยกเรื่อง Smart Farming ขึ้นมา ซึ่งก็คือการเกษตรที่นำองค์ความรู้และใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความแม่นยำในการทำงาน เช่นการวัดค่าความชื้นแล้วกำหนดปริมาณน้ำที่พอเหมาะ การปลูกและเก็บเกี่ยวในเวลาที่ถูกต้อง ใช้ต้นทุนต่ำเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด วิธีการเหล่านี้จำเป็นต้องนำองค์ความรู้เข้ามาปรับใช้ คือเทคโนโลยีทางการเกษตร ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

“ภาคการเกษตรจึงต้องมีการปรับให้เป็นเหมือนธุรกิจทั่วไป มีการวางแผนในการทำงาน ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีเข้ามาดำเนินงาน ซึ่งเชื่อมโยงกับเรื่อง Agricultural Technology หรือ Agri Tech จากกลุ่มสตาร์ทอัพ สร้าง Business Model ขึ้นมา” ดร.สุทธิกร กล่าว

สร้าง Business Model ด้วย Agri Tech

จากแนวโน้มในอนาคตที่ประชากรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดร.สุทธิกร ระบุว่า เกษตรอินทรีย์เริ่มเป็นที่ต้องการของคนทั่วโลก เพราะมีความปลอดภัย ดังนั้นสิ่งนี้จึงเป็นโอกาสที่สำคัญของผู้ประกอบการด้านเกษตร แต่ต้องสร้างผลผลิตที่ได้มาตรฐาน มีกระบวนการที่ถูกต้องในขั้นตอนการผลิต

และในอนาคตอีก 30 ปีข้างหน้า คาดการณ์ว่าประชากรจะเพิ่มมากขึ้นเป็น 1 หมื่นล้านคน แม้จำนวนจะเพิ่มขึ้นแค่ 50% แต่ความต้องการอาหารจะเพิ่มสูงถึง 70% เนื่องจากผู้คนเริ่มรับประทานอาหารที่มีราคาแพงขึ้น เช่นเมื่อผู้มีรายได้บริโภคเนื้อไก่ เนื้อหมู หรือเนื้อวัว สัตว์พวกนี้ต้องใช้อาหารในการเลี้ยงดู ทรัพยากรธรรมชาติจึงต้องหมดไปมากขึ้นตามความต้องการ กระบวนการผลิตยังต้องการวัตถุดิบอีกมากมายมหาศาล จึงนับเป็นโอกาสด้านเกษตรกรรวมทั้งกลุ่มสตาร์ทอัพที่กำลังพัฒนาเครื่องมือ ใช้ Agri Tech สร้าง Business Model ใหม่ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เพิ่มมูลค่าทางการเกษตร

ด้วยแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของประชากรโลกที่ส่งผลให้สินค้าเกษตรมีอัตราความต้องการเพิ่มสูงขึ้นตามมา ซึ่งในการที่จะพัฒนาสินค้าเกษตรให้เป็นที่ต้องการและเป็นตัวเลือกอันดับแรกได้ นั่นคือการเพิ่มมูลค่า ซึ่งวิธีการเพิ่มมูลค่าทางการเกษตรนั้น ดร.สุทธิกร อธิบายว่ามี 2 ส่วนด้วยกัน อย่างแรก คือ การเพิ่มโดยเทคโนโลยี ช่วยให้ผลิตได้จำนวนมากขึ้น ดีคุณภาพสูงขึ้น และใช้ต้นทุนต่ำลง และส่วนที่สองซึ่งนอกเหนือจากเรื่องเทคโนโลยี ก็คือการเพิ่มมูลค่าด้วยการสร้างความรู้สึก เป็นเรื่องของการทำมาร์เก็ตติ้ง สร้างแบรนด์สตอรี่ สื่อสารให้ลูกค้ารู้สึกว่าสินค้าการเกษตรของเรานั้นมีคุณค่า

“ยกตัวอย่างเช่นการสร้างเรื่องราวให้กับข้าวสังข์หยดที่จังหวัดพัทลุง ปลูกริมทะเลสาบสงขลา มีความน่าสนใจด้วยการให้ลูกค้ารู้สึกดื่มด่ำไปกับธรรมชาติจากขั้นตอนการปลูก สามารถขายได้ราคาเพิ่มสูงขึ้น”

สุดท้าย ผู้อำนวยการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาผู้บริหารทางธุรกิจ ได้ฝากถึงเหล่าสตาร์ทอัพ และผู้กอบการด้านการเกษตรไว้ด้วยว่า เมื่อจะเริ่มลงมือทำ สำหรับสตาร์ทอัพหรือผู้ประกอบการควรมองจากปัญหาของระบบภาคการเกษตรว่าคืออะไรแล้วพัฒนาเป็นธุรกิจด้วยการหาวิธีแก้ ซึ่ง Pain Piont  ของภาคเกษตรมี 2 ส่วน คือ ผู้บริโภค และด้านตัวเกษตรกรเอง เมื่อมองเห็นก็นำมาพัฒนาเป็น Business Model ขึ้นมาให้ตอบโจทย์

“ระบบอัตโนมัติและระบบของ AI ยังนำมาพัฒนาภาคการเกษตรได้อีกเยอะมาก ที่สำคัญก็คือต้องแตกต่างและตอบโจทย์ทางธุรกิจ แตกต่างคือไม่เหมือนใคร ตอบโจทย์คือแก้ Pain Piont  ได้” ดร.สุทธิกร กล่าวทิ้งท้าย

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น