จากชีวิตคนเมือง เข้าสู่วิถีเกษตรกรรม ด้วยหลักการ Smart Farming

จากชีวิตคนเมืองที่เร่งรีบ หันเข้าสู่วิถีเกษตรกรรม ศึกษาหาความรู้ด้านศาสตร์การเกษตร ปลูกข้าวอินทรีย์เพื่อสุขภาพสร้างแบรนด์ด้วยหลักการ Smart Farming

วิถีเกษตรกรรม

คุณสัญห์ชัย สิชฌรังสี เจ้าของแบรนด์สินค้าเกษตรอินทรีย์ “ภรยืนยง” และผู้นำกลุ่ม “วิสาหกิจชุมชนภรยืนยงเกษตรกรรมยั่งยืน” เล่าว่า บ้านเกิดอยู่ที่อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม พื้นฐานครอบครัวไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องเกษตรกรรม ได้ไปเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ และทำงานให้กับบริษัทเอกชนมาโดยตลอด ทำให้รู้สึกว่าการใช้ชีวิตในเมืองมีการแข่งขันสูง จนมาถึงจุดหนึ่งของการทำงาน ที่เร่งทำงานทั้งคืนจนเช้าเพื่อนำไปเสนอลูกค้า เกิดอาการหลับในขณะขับรถจนเกือบจะเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งตอนนั้นคิดกับตัวเองว่าคงจะอยู่ในสังคมเมืองไม่ไหว ซึ่งแม้จะมีรายได้สูงแต่ต้องเผชิญกับภาวะความเครียดตลอดเวลา

ทรัพย์ในดินที่ต้องแสวงหาด้วยองค์ความรู้

แม้ทางครอบครัวจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิถีเกษตรกรรม แต่มีที่ดินอยู่จำนวนหนึ่งในอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม คุณสัญห์ชัย จึงเบนเข็มชีวิตตนเองและสู่วิถีการเกษตร โดยมีมุมมองว่าเกษตรกรรมเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริโภค ยังไงก็มีความจำเป็นต่อชีวิตผู้คน เป็นทรัพย์ในดินที่ต้องคิดว่าจะแสวงหามาได้อย่างไร เริ่มต้นจากผู้ที่ไม่มีความรู้เรื่องการเกษตรเลย เนื่องจากเป็นศาสตร์ที่ไม่เคยเล่าเรียนมาก่อน จึงจำเป็นต้องศึกษาหาความรู้เป็นอย่างมาก เริ่มแสวงหาความรู้ทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ทั้งการเข้าร่วมอบรม สัมมนา ดูงานในสถานที่ต่างๆ ปรึกษากับผู้ที่ทำด้านนี้มาก่อน รวมทั้งไปหาความรู้จากปราชญ์ชาวบ้าน ซึ่งเมื่อได้แนวคิดจึงมาเริ่มดำเนินงาน

โดยเริ่มจากพื้นที่นา 60 ไร่ที่เป็นของครอบครัว จากเดิมที่ให้ผู้อื่นเช่า ก็เข้ามาดำเนินงานเอง ในช่วงแรกเก็บเกี่ยวได้ก็ส่งเข้าโรงสีทั้งหมดเหมือนกับเกษตรกรในพื้นที่ เป็นข้าวพันธุ์ของกรมการข้าวเบอร์ 31 47 49 และจากการที่ได้ศึกษาข้อมูล มีความต้องการพัฒนาสายพันธุ์ จึงได้แบ่งโซนการการปลูกประมาณ 30%  ปรับพื้นที่นาใหม่ทั้งหมด เอาข้าวชนิดอื่นเข้ามาปลูก เริ่มจากพันธุ์หอมนิล คือข้าวกล้องเรียวยาวสีม่วงเข้มมีโปรตีนสูง และพันธุ์สินเหล็กที่เป็นลูกผสมระหว่างไรซ์เบอรี่และหอมมะลิ ที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ ดีต่อสุขภาพ รวมทั้งอื่นๆ ที่เป็นสายพันธุ์เพื่อสุขภาพทั้งหมด ใช้วิธีการปลูกแบบอินทรีย์ จากเริ่มแรกที่แค่นำมารับประทานเองในครอบครัวและเครือญาติ ค่อยๆ เพิ่มจำนวนแปลงปลูกมากขึ้น จนสามารถนำออกจำหน่ายได้ในชื่อแบรนด์ “ภรยืนยง”

ซึ่งคุณสัญห์ชัยมีความคิดว่าจำเป็นต้องมีแบรนด์เพื่อสินค้าจะได้มีตัวตน ขายในแพ็กเกจแบบสุญญากาศ ซึ่งย้อนไปเมื่อ 5-6 ปีก่อนหน้านี้ข้าวเพื่อสุขภาพในรูปแบบนี้ยังมีไม่มากนัก มีตลาดเฉพาะที่รับซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์และออร์แกนิก จนค่อยๆ ขยายธุรกิจ โดยทำควบคู่ไปกับการปลูกข้าวเพื่อส่งโรงสีในแบบเดิม

“70% ของนาข้าวทั้งหมดยังปลูกแบบเดิมส่งโรงสีเพื่อเป็นรายได้ที่แน่นอน เพราะการปลูกข้าวอินทรีย์มีขั้นตอนการแปรรูปและจัดจำหน่ายที่ต้องใช้เวลา ค่อยๆ เพิ่มพื้นที่การปลูกตามการเติบโตของตลาดและการจัดจำหน่าย” คุณสัญห์ชัยกล่าว

ลดความเสี่ยงด้วยสินค้าเกษตรชนิดอื่นๆ

นอกจากที่นาแล้วยังพื้นที่ส่วนอื่นอีกประมาณ 12 ไร่ ซึ่งคุณสัญห์ชัยกล่าวว่า จะหวังพึ่งการปลูกข้าวเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมองถึงการปลูกพืชผักอื่นๆ เพื่อความสมดุลในแง่เศรษฐกิจในกรณีที่ข้าวซึ่งเป็นพืชหลักมีราคาไม่คงที่

โดยมองหาตลาดที่จะสามารถส่งสินค้าออกไปได้ นั่นคือตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ ประกอบกับเข้าร่วมกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มสามพรานโมเดล มูลนิธิอาสา เพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ที่รับซื้อผลผลิต สามารถนำเอาไปขายได้โดยมีราคาสูงกว่าตลาดทั่วไป แต่ผลผลิตคุณภาพต้องได้ตามมาตรฐานที่กำหนด โดยเริ่มจากกล้วย มะเขือเทศ ถั่วเขียว และล่าสุดกำลังปลูกข้าวโพดพันธุ์ใหม่คือ “ทับทิมสยาม” ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด และมีราคาดี

“เป็นการปลูกพืชอินทรีย์หลายชนิดหมุนเวียน ทั้งกล้วย มะเขือเทศ ถั่วเขียว ข้าวโพด เพื่อให้มีผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปีสลับกันไป”

Smart Farmer

จากการที่ได้ศึกษาหาความรู้ในศาสตร์ด้านเกษตรหลากหลายด้าน คุณสัญห์ชัยกล่าวว่า หากจะประสบความสำเร็จได้ต้องนำหลักการของ Smart Farming เข้ามาใช้ โดยตนเองเริ่มจากการทำบัญชีครัวเรือน ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่มีความจำเป็นในการคำนวณรายรับรายจ่าย และการจดบันทึกแผนการทำงานในส่วนต่างๆ มีการนำนวัตกรรมเข้ามามีส่วนช่วยในการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นใช้รถในการหย่อนกล้าข้าว การให้น้ำมีการใช้ระบบหัวจ่ายและระบบเทปน้ำหยด มีการใช้โดรน (Drone) หรืออากาศยานไร้คนขับทำการฉีดพ่นสารชีวภาพเพื่อบำรุงต้นข้าว และการปลูกพืชในโรงเรือนเพื่อป้องกันความเสียหายจากสภาพแวดล้อม ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ได้มีการนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องของแรงงานและความรวดเร็วในการดำเนินงาน

“เทคโนโลยีตัวไหนที่ศึกษาแล้วพบว่านำมาใช้ได้ก็ดึงเข้ามา ได้จากการที่เข้าร่วมในกลุ่มต่างๆ หรือการไปดูงานกับโครงการที่สนับสนุนด้านนวัตกรรมการเกษตร”

วิสาหกิจชุมชนภรยืนยงเกษตรกรรมยั่งยืน”

ด้วยความเชื่อในวิธีการทำงานของรูปแบบ Smart Farmer ที่จะส่งผลให้การเกษตรสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน คุณสัญห์ชัยจึงได้ก่อตั้งกลุ่ม “วิสาหกิจชุมชนภรยืนยงเกษตรกรรมยั่งยืน” เพื่อเป็นการรวมกลุ่มกันของเกษตรกรในพื้นที่และเผยแพร่แนวคิดการเกษตรแบบใหม่ทั้งเรื่องการผลิตและการตลาดที่จะเกิดประโยชน์อย่างสูงสุดในระยะยาว ซึ่งพฤติกรรมการปลูกพืชของเกษตรกรในพื้นที่ดั้งเดิมยังมีความเสี่ยงของการใช้ยาฆ่าแมลงและถูกตัดราคาจากพ่อค้าคนกลาง

สุดท้าย ผู้นำกลุ่ม “วิสาหกิจชุมชนภรยืนยงเกษตรกรรมยั่งยืน” ได้ฝากคำแนะนำถึงผู้ที่สนใจอยากมาเป็นเกษตรกร โดยกล่าวว่า อย่างน้อยต้องเริ่มจากมีความชอบในด้านนี้ การเข้ามาไม่ใช่เพียงเพราะต้องการหนีจากจุดหนึ่งแล้วจะมาอยู่ ณ จุดนี้ ควรมีความชอบเป็นฐานแล้วค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำ อย่าเพิ่งหวังเป้าหมายให้สูงเกินไปเพราะจะมีความเสี่ยงเยอะ ซึ่งแม้จะทำงานประจำอยู่ก็สามารถเริ่มได้ เช่นการปลูกต้นไม้หรือพืชผักต่างๆ ที่ไม่ยากเกินไปนักเพื่อนำร่อง แล้วศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมสำหรับขั้นต่อไปที่มีรายละเอียดมากขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ ศาสตร์ด้านการเกษตรมีมากมายทั้งด้านพืชผัก ปศุสัตว์ ประมง ซึ่งแหล่งความรู้สามารถหาได้หลากหลายทั้งจากอินเทอร์เน็ต ศูนย์เรียนรู้ สถานศึกษาต่างๆ รวมถึงปราชญ์ชาวบ้าน

“เริ่มทีละน้อยๆ ชอบอะไรก็เริ่มจากสิ่งนั้น ไม่ว่าจะเป็นพืชผักหรือด้านปศุสัตว์ อย่าหวังว่าผลกำไรจะกลับมาอย่างรวดเร็ว เพราะการเกษตรจำเป็นต้องใช้เวลา จะเห็นผลแบบค่อยเป็นค่อยไป” คุณสัญห์ชัยกล่าวทิ้งท้าย

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น