ธนาคารกรุงเทพ จัดสัมมนา “Digital Marketing สร้างทีมหรือจ้างทำ” เสริมแกร่งให้ SME ในยุคดิจิทัล

ธนาคารกรุงเทพ จัดสัมมนาหัวข้อ “Digital Marketing สร้างทีมหรือจ้างทำ” เสริมความรู้ SME ให้สามารถดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คุณวีระศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวเปิดงานสัมมนาว่า จากการรวบรวมสถิติการใช้อินเทอร์เน็ตของประเทศไทยในช่วงต้นปีที่ผ่านมาโดย Hootsuite และ Wearesocial พบว่าในระยะเวลา 1 ปี ประเทศไทยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น 24% และใช้ Social Media เพิ่มขึ้นประมาณ 11% การเพิ่มขึ้นของกลุ่มคนบนโลกออนไลน์ส่งผลให้ผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป และเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ จำเป็นต้องโฆษณาหรือโปรโมตสินค้าของตนบนช่องทางออนไลน์ จนกลายเป็นที่มาของ Digital Marketing ซึ่งนับเป็นเครื่องมือที่ทรงอิทธิพลในการทำการตลาดในยุคปัจจุบัน

 

ซึ่งธนาคารกรุงเทพ ตั้งใจจัดการสัมมนาในหัวข้อ “Digital Marketing สร้างทีมหรือจ้างทำ” เพื่อให้ผู้ประกอบการ SME ไทย เข้าใจถึงแนวโน้มในการทำการตลาดในยุคดิจิทัล และสามารถปรับตัวให้เท่าทันต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยธนาคารพร้อมที่จะให้การสนับสนุนทั้งทางด้านคำปรึกษา เงินทุน รวมถึงบริการ และผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการในทุกประเภทธุรกิจ ตลอดจนพัฒนาช่องทางการสื่อสารกับลูกค้า SME โดยเฉพาะ ให้สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ในทุกแง่มุมของการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตลาด การเข้าถึงแหล่งเงินทุน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และไอเดียใหม่ๆ ในการทำธุรกิจผ่านทางเว็บไซต์ Bangkokbanksme.com และโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Facebook , Youtube, Twitter และ Instagram ภายใต้ชื่อ Bangkok bank sme”

จากนั้น คุณศิวัตร เชาวรียวงษ์ CEO, Group M (Thailand) และนายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล เริ่มต้นบรรยายในหัวข้อ “จับทิศ รู้ทาง การตลาดดิจิทัล” ว่า ด้วยยุคที่อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตของผู้คนอย่างมาก จึงนำมาสู่พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยช่วงเวลาที่ผ่านมาเราจะเห็นผู้ประกอบการรายหลายใช้สื่อออนไลน์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจจนประสบความสำเร็จ เช่น JQ ปูม้านึ่ง ที่สร้างความแปลกใหม่ให้กับผู้บริโภคด้วยการเสนอบริการสั่งอาหารทะเลแบบเดลิเวอรี่ ซึ่งเป็นรูปแบบการตลาดแบบดิจิทัล ทำให้ปัจจุบัน JQ ปูม้านึ่งสร้างรายได้ถึง 600 ล้านบาทต่อปี

“พลังโซเชียล ทำให้คนแชร์ต่อ โดยไม่ต้องเสียเงินทำการตลาด”

การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่มากขึ้นของคนไทย ถือเป็นข้อดีของผู้ประกอบการที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ขอเพียงแค่ทำให้ร้านของคุณมีความน่าสนใจ ดึงดูดลูกค้าให้อยากถ่ายรูป และเช็คอินสถานที่ เช่น หากเปิดร้านกาแฟ เรื่องแรกที่คุณต้องมี คือแสงไฟในร้านต้องสวย เพื่อจะให้ลูกค้าถ่ายรูปออกมาแล้วดูดี เกิดการแชร์ภาพลงบนสื่อเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม

นอกจากนี้ การทำธุรกิจยังต้องมีการปรับเปลี่ยน Content ในโลกดิจิทัลอยู่ตลอดเวลา เพราะคนไทยนิยมหาข้อมูลสินค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ตคิดเป็นร้อยละ 80 และร้อยละ 66 เมื่ออ่านข้อมูลจากโซเชียลมีเดียจะทำให้ตัดสินใจซื้อ/ใช้บริการสินค้าได้ง่ายขึ้น

“สื่อดิจิทัล ทำให้คนไม่ได้มีเพียงอาชีพเดียวอีกต่อไป”

สื่อดิจิทัลไม่ได้ใช้งานในด้านบันเทิงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่ออาชีพของคนทั่วไปอีกด้วย กล่าวคือปัจจุบันคนทั่วไปจะมีมากกว่า 1 อาชีพ เช่น งานหลักของคุณอาจจะเป็นพนักงานบริษัท แต่งานรองหลังเลิกงานคือการขายของออนไลน์ รวมถึงการนำสื่ออินเทอร์เน็ตมาประยุกต์ใช้กับอาชีพหลักที่ทำอยู่ คือการนำสื่อออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น ไลน์ หรือเฟซบุ๊ก เข้ามาเป็นช่องทางสำหรับการติดต่อ ประสานงานให้มีความสะดวกยิ่งขึ้น

“แนวคิดการทำโฆษณาต้องรู้ว่า ลูกค้าต้องการอะไร”

การทำสื่อโฆษณาในยุคดิจิทัลควรมีแนวคิดขั้นพื้นฐานที่สำคัญ คือสินค้าคืออะไร, ลูกค้าต้องการอะไร, ข้อมูลเหล่านั้นหาได้จากที่ไหน และผู้ประกอบการจะนำสินค้าเข้าไปเปลี่ยนความคิดได้อย่างไร เช่น หากคุณขายรถยนต์ สิ่งที่ลูกค้าต้องการทราบคือ ราคาเท่าไหร่  รุ่นอะไร โดยข้อมูลเหล่านี้ลูกค้าสามารถหาได้จากเว็บไซต์ ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นต้องใส่ข้อมูลให้ถูกต้อง เหล่านี้จะเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างถูกจุด

“ฐานข้อมูลของลูกค้าจะตอบโจทย์การทำการตลาดดิจิทัล”

ในอนาคตข้อมูลขั้นพื้นฐานของลูกค้า โดยระบบคอมพิวเตอร์จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำการตลาดดิจิทัล ซึ่งสามารถวิเคราะห์ ถอดความสนใจของผู้บริโภคออกมาได้ โดยปัจจุบันมีหลายธุรกิจเริ่มนำวิธีการเหล่านี้มาใช้ คือหากมีลูกค้าเข้ามาดูสินค้าบนหน้าเว็บไซต์ สินค้าดังกล่าวก็จะตามไปทุกหน้าเว็บเพจที่ลูกค้ารายนี้ได้เปิด เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อ และปิดการขายให้ได้ในที่สุด

ดังนั้น ในโลกดิจิทัลผู้ประกอบการต้องเตรียมระบบของฐานข้อมูลให้ดี และนำข้อมูลเหล่านั้นมาเชื่อมต่อกับระบบการตลาด ซึ่งจะทำให้รู้ว่าจะทำโฆษณาให้ได้ผลอย่างไร หากธุรกิจใดไม่มีฐานข้อมูลย่อมเสียเปรียบจากการแข่งขันอย่างแน่นอน

หลังจากนั้นเป็นหัวข้อเสวนา Digital Marketing สร้างทีมหรือจ้างทำ” โดย คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า ทุกโปรเจคต์ที่เข้ามา เราจำเป็นต้องคำนวณในด้านต้นทุน และราคา แต่หากผู้ประกอบการอยากสร้างทีม ก็จำเป็นต้องให้สมาชิกภายในทีมมีความกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา เพราะความรู้ในโลกดิจิทัลนั้นเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมาก วันนี้เรื่องนี้อาจจะใหม่ แต่ผ่านไปสัก 6 เดือน อาจจะล้าหลังแล้วก็ได้ ดังนั้นสมาชิกจำเป็นต้องมีความพร้อมที่จะเปิดรับเรื่องราวใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา และสอดคล้องกับแนวคิดหลักขององค์กรว่าเป็นอย่างไร

“ยุคของโลกดิจิทัลที่ธุรกิจล้วนเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ไม่สามารถมานั่งรีรอได้อีกต่อไป องค์กรควรทำในสิ่งที่ตนเองถนัด มีความเชี่ยวชาญ และจ้างเอเจนซี่ในเรื่องที่นอกเหนือจากนี้ไป”

 

ด้าน คุณสิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม CEO และ Founder บริษัท rgb72 ระบุว่า หากองค์กรจะจ้างทำ จำเป็นต้องมีคนที่มีความรู้ในเรื่องดิจิทัลขั้นพื้นฐาน ไว้เป็นคนกลางคอยประสานงานร่วมกับเอเจนซี่ โดยการใช้ KPI เป็นตัววัดผล

“การจ้างเอเจนซี่จะช่วยให้ได้งานเฉพาะด้าน ตอบโจทย์ความต้องการได้โดยตรงกว่า เพราะคนทำงานเป็นเอเจนซี่ จะมีความเป็นครีเอทีฟ ถูกฝึกให้คิดอยู่ตลอดเวลา”

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องพึงมีหากคิดจะทำงานร่วมกับเอเจนซี่ คือในตลาดไม่มีเอเจนซี่ไหนดีหรือไม่ดี แต่จะมีแค่เหมาะสม หรือไม่เหมาะสมกับองค์กรคุณเท่านั้น ซึ่งคุณอาจจะมีวิธีทดสอบด้วยการให้โจทย์ในเรื่องที่ต้องการ และให้เอเจนซี่ออกแบบงานมาเพื่อนำเสนอ เพื่อดูว่าแบบไหนน่าสนใจมากที่สุด อีกทั้งการทำงานร่วมกับเอเจนซี่ควรมองว่าเป็นการทำงานร่วมกัน โดยมีเป้าหมายเหมือนกัน

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น