บทสรุปประชุม ACMECS สู่ความยั่งยืนของภูมิภาค

ผู้ประกอบการไทยหลายคนอาจยังไม่รู้จักเวทีความร่วมมือ “ACMECS” มาก่อน ทั้งที่ความร่วมนี้เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน โดยมีไทยเป็นผู้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2546 ซึ่งจนถึงครั้งนี้รวมระยะเวลานานถึง 15 ปีแล้ว

ไฮไลท์ : ผลการประชุมยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS Summit) ครั้งที่  8 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นร่วมกับสมาชิก 5 ประเทศในกลุ่ม CLMVT  มุ่งเน้นเดินหน้าจัดทำแผนแม่บทฉบับแรกของอนุภูมิภาค (ACMECS Master Plan) ปี 2023 โดยมีเป้าหมาย 3 ด้าน คือ 1) การเสริมสร้างความเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางคมนาคมแบบไร้รอยต่อในอนุภูมิภาค ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล และการเชื่อมโยงโครงข่ายด้านพลังงาน 2) การสอดประสานด้านเศรษฐกิจ โดยเน้นการปรับแก้กฎระเบียบด้านการค้าและการลงทุนให้สอดคล้องกัน และความร่วมมือทางการเงิน และ 3) การพัฒนาภูมิภาคในลักษณะยั่งยืนและมีนวัตกรรม โดยเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่

———————————————————————-

ปิดฉากไปอย่างสวยงามสำหรับการประชุมยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS Summit) ครั้งที่ 8 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อเดือนมิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา โดยมีพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พร้อมด้วยผู้นำจากกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม รวมทั้งเลขาธิการอาเซียน และประเทศพันธมิตรรวมถึงองค์กรต่างๆ ซึ่งเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมอย่างยิ่งใหญ่

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยหลายคนอาจยังไม่รู้จักเวทีความร่วมมือ “ACMECS” มาก่อน ทั้งที่ความร่วมนี้เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน โดยมีไทยเป็นผู้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2546 ซึ่งจนถึงครั้งนี้รวมระยะเวลานานถึง 15 ปีแล้ว

สำหรับผลการประชุมครั้งที่ 8 นี้ ภาครัฐบาลของประเทศสมาชิกได้หารือถึงเป้าหมายและทิศทางที่จะเดินไปข้างหน้าเพื่อลดช่องว่างทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนของประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง  ตลอดจนการปรับภาพลักษณ์และโครงสร้างของ ACMECS ให้ทันสมัย ตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมทางภูมิรัฐศาสตร์ภายในอนุภูมิภาคและของโลก และสนับสนุนไทยที่ได้เสนอแนวคิดที่จะจัดทำแผนแม่บทฉบับฉบับแรกของอนุภูมิภาค ACMECS Master Plan”  เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานของ ACMECS ในระยะเวลา 5 ปี ข้างหน้า ภายใต้วิสัยทัศน์ “เสริมสร้าง ACMECS ที่เชื่อมโยงกัน ภายในปี ค.ศ. 2023

แผนแม่บทฉบับนี้ มีเป้าหมาย 3 ประการ ได้แก่ (1) การเสริมสร้างความเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อในอนุภูมิภาค โดยเน้นการเติมเต็มโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางคมนาคมขนส่งที่ยังขาดหาย ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล และการเชื่อมโยงโครงข่ายด้านพลังงาน (2) การสอดประสานด้านเศรษฐกิจ โดยเน้นการปรับแก้กฎระเบียบด้านการค้าและการลงทุนให้สอดคล้องกัน และความร่วมมือทางการเงิน และ (3) การพัฒนาภูมิภาคในลักษณะยั่งยืนและมีนวัตกรรม โดยเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และความร่วมมือในสาขายุทธศาสตร์ต่าง ๆ  อาทิ สิ่งแวดล้อม การเกษตร การท่องเที่ยว สาธารณสุข การพัฒนาSmart City และความมั่นคงไซเบอร์ รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมในสาขาต่างๆ เช่น การจัดการทรัพยากรน้ำการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดการความเสี่ยงด้านภัยพิบัติ การส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงานและพลังงานหมุนเวียน

นอกจากนี้ ผู้นำ ACMECS ยังมีเห็นชอบให้ดำเนินโครงการตามระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก – ตะวันตก (East-West Economic Corridor – EWEC) และระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ (Southern Economic Corridor –SEC) ในระยะแรก (Early Harvest/ Phase I) ในช่วง 2 ปีข้างหน้า เพื่อพัฒนาความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางคมนาคมขนส่ง โครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล และพลังงาน รวมทั้งการปรับแก้กฎระเบียบและระบบศุลกากรเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกันด้วย

ขณะนี้ในส่วนภาคเอกชนก็ได้จัดให้มีเวที “ACMECS Business Council”  เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างภาคเอกชน 5 ประเทศ กลุ่ม (CLMVT) ให้ทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น และสอดคล้องกันตามแผน “ACMECS Master Plan 2023” เช่นกัน  ในส่วนของฝ่ายไทยมี “นายสนั่น อังอุบลกุล” รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานสภาธุรกิจ ACMECS จัดทำข้อสรุปเสนอต่อผู้นำรัฐบาล 5 ชาติ ต่อเลขาธิการ ASEAN โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนการเดินหน้าของ ACMECS และสะท้อนปัญหาและอุปสรรคในการทำธุรกิจให้รัฐบาลรับทราบ พร้อมทั้งร่วมมือกับภาครัฐในการสนับสนุนการเจรจา ปลดล็อค ส่งเสริมและพัฒนาประเด็นต่างๆ ร่วมกัน 14 ประเด็น

สรุปข้อเสนอ ACMECS Business Council 14 ประเด็น

1) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เพื่อเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อกันในภูมิภาค

2) เร่งรัดให้เกิดความเชื่อมโยงทางถนน เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งตามความตกลง Cross Border Transport Agreement

3) พัฒนาสนามบินภายใต้ความร่วมมือรัฐและเอกชน เพื่อการสร้างความเชื่อมต่อทางอากาศ

4)  การอำนวยความสะดวกทางการค้า การลงทุนและการขนส่งที่ด่านชายแดน

5) ขยายเวลาเปิดด่านชายแดนที่สำคัญตั้งแต่เวลา 6.00 น. ถึงเที่ยงคืน เพื่อลดความแออัดที่ด่าน

6) เสนอให้ใช้เงินสกุลท้องถิ่นระหว่างกันในการทำการค้าข้ามแดน การใช้เทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) และสิ่งอำนวยความสะดวกในชำระเงิน ดิจิทัลอื่นๆ

7) จัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษร่วม จึงเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยส่งเสริม value chains ระหว่างชายแดน

8) เสนอให้มีการศึกษาถึงความเชื่อมโยงด้านห่วงโซ่มูลค่า (supply chain) ระหว่าง SME ในกลุ่มประเทศสมาชิก ACMECS

9) เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพโครงข่ายไฟฟ้าในภูมิภาค ส่งเสริม การใช้พลังงานทดแทน

10) จัดทำโครงการฝึกอบรมทักษะแรงงานในอุตสาหกรรมเฉพาะด้านแก่บุคลากรในกลุ่มประเทศสมาชิก ACMECS

11) เสนอให้นำระบบการปฏิบัติด้านการเกษตรที่ดี (GOOD Agricultural Practice (GAP))

12) เสนอให้มีการทบทวนปรับแนวคิดการทำโครงการ การทำการเกษตรภายใต้สัญญา (contract farming)

13)  โครงการ ACMECS Single Visa เพื่ออำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะขอวีซ่าเข้ามาท่องเที่ยวใน  ACMECS

14) สนับสนุนที่รัฐบาลไทยจะเป็นผู้ริเริ่มตั้งกองทุน ACMECS Fund ขึ้น

 ที่มา : สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

เหตุผลสำคัญที่ภาคเอกชนต้องติดตามผลการสานต่อการทำงานกลุ่มประเทศสมาชิก ACMECS  อย่างจริงจัง เพราะหาก ACMECS สามารถขับเคลื่อน “ACMECS Master Plan” สำเร็จ จะช่วยสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันสร้างพลังให้กลุ่มให้สามารถเผชิญต่อความท้าทายทางเศรษฐกิจ และปัญหาสงครามการค้าที่ลุกลามบานปลายไปทั่วโลก ทำให้สมาชิกทุกประเทศเข้าถึงความเจริญมั่งคั่งไปด้วยกันได้

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศ เพื่อให้บริการท่านสนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: [email protected] สายด่วน1333

แสดงความคิดเห็น