เปลี่ยนสู่ยุคพลังงานทางเลือก

ในด้านภาคธุรกิจกระแสพลังงานทดแทนที่จู่โจมเข้ามา ทำให้ภาคธุรกิจตื่นตัวและหันไปลงทุนขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย

ไฮไลท์​ :

กระแสพลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือกกำลังเป็นที่กล่าวถึงอย่างมาก รัฐบาลไทยโดยกระทรวงพลังงาน ได้กำหนดแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (Alternative Energy Development Plan : AEDP) ระหว่างปี 2558-2579 โดยมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน คิดเป็นร้อยละ 30% ของปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ ในปี 2579 ซึ่งจนถึงขณะนี้ไทยมีบริษัทที่ทำธุรกิจพลังงานทดแทนรวม 550 บริษัท มีกำลังการผลิต 9,000 เมกะวัตต์​และมีการลงทุนกว่า 4.5 แสนล้านบาท โดยบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าหลายรายตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจเข้าสู่ยุคพลังงานทดแทนอย่างมาก เพราะไม่เพียงจะช่วยให้เกิดทางเลือก แต่ยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดความยั่งยืนอีกด้วย

———————————————————————————–

ในช่วงหลายปีมานี้มีการพูดถึง “พลังงานทดแทน” หรือ “พลังงานทางเลือก” หรือ Renewable Energy เพิ่มขึ้นอย่างกว้างขวาง จากกระแสการอนุรักษ์พลังงานทำให้หลายฝ่ายตระหนักถึงการพัฒนาพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดสามารถนำมาหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ แทนพลังงานปัจจุบันที่ผลิตจากฟอสซิล ซึ่งมีแต่จะหมดไปในอนาคต และยังปล่อยมลพิษออกสู่สิ่งแวดล้อม

 

ประเภทพลังงานทดแทน

ที่มา : กระทรวงพลังงาน

 

ในส่วนของประเทศไทยมีความตื่นตัวต่อเรื่องนี้อย่างมาก ซึ่งมีการจัดทำแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (Alternative Energy Development Plan : AEDP) ระหว่างปี 2558-2579 โดยมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน คิดเป็นร้อยละ 20% ของปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ ในปี 2579

สถานภาพและเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนจากเชื้อเพลิงแต่ละประเภท

ที่มา: กระทรวงพลังงาน  หน่วย : เมกะวัตต์

 

พร้อมทั้งได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาพลังงานทดแทน ในปี 2558-2579 ขึ้นมาด้วย โดยมีวางยุทธศาสตร์ไว้ใน 3 ด้าน คือ

 

ยุทธศาสตร์ 1 ว่าด้วยการเตรียมความพร้อมด้านวัตถุดิบและเทคโนโลยีในการผลิตพลังงานทดแทน ซึ่งประกอบไปด้วยกลยุทธ์ต่างๆ อาทิ การพัฒนาความสามารถในการผลิต บริหารจัดการวัตถุดิบด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการและการใช้วัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพ การส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับความสามารถในการผลิต และการปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการผลิต

 

ยุทธศาสตร์ 2 ว่าด้วยการเพิ่มศักยภาพการผลิต การใช้ และตลาดพลังงานทดแทน ประกอบไปด้วยกลยุทธ์ เช่น การสนับสนุนครัวเรือนและชุมชนให้มีส่วนร่วมในการผลิตการใช้พลังงานทดแทน การส่งเสริมให้เกิดการลงทุนด้านพลังงานทดแทนอย่างเหมาะสม และการส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจพลังงานทดแทน และการพัฒนากฎหมายด้านพลังงานทดแทน พร้อมทั้งเร่งรัดการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบเพื่อส่งเสริมการพัฒนาพลังงานทดแทน

 

ยุทธศาสตร์ 3 การสร้างจิตสำนึกและเข้าถึงองค์ความรู้ด้านพลังงานทดแทน ประกอบด้วยกลยุทธ์ ได้แก่ การสร้างความตระหนักและความรู้ความเข้าใจต่อการผลิตและใช้พลังงานทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืน การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อบริหารจัดการฐานข้อมูลด้านพลังงานทดแทน การประชาสัมพันธ์ข้อมูล ตลอดจนการรณรงค์เพื่อให้เกิดเครือข่ายการมีส่วนร่วมทั้งในและต่างประเทศ

 

ทั้งนี้หากทำได้สำเร็จไม่เพียงจะทำให้สัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 30% ในปี 2579 แต่ยังจะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิลได้ 39,388 ktoe หรือประมาณ 590,820 ล้านบาท หรือลดการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่ทำให้เกิดการก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 140 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์

 

@ สถานการณ์ธุรกิจพลังงานทดแทนล่าสุด

จะเห็นว่าภายหลังจากการดำเนินการตามแผน AEDP ผ่านมา 4 ปี การผลิตพลังงานทดแทนในไทยเฟื่องฟูไปอย่างมาก โดย ‘สุวิทย์ ธรณินทร์พานิช’ เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการพัฒนาพลังงานทดแทนได้ 9,000 เมกะวัตต์ คิดเป็นมูลค่าการลงทุน รวม 4.5 แสนล้านบาท โดยมีบริษัทที่ลงทุนเกี่ยวกับพลังงานทดแทน กว่า 550 ราย

 

อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนเห็นว่ากระทรวงพลังงานควรมองในหลายมิติ เพราะขณะนี้เทรนด์พลังงานของโลกมุ่งสู่พลังงานสะอาด และไทยเข้าร่วมสนธิสัญญาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกซึ่งมีเป้าหมายจะต้องลดก๊าซเรือนกระจก ดังนั้น ความชัดเจนของนโยบายพลังงานของไทยจึงเป็นเรื่องสำคัญ หากมีการปรับนโยบายว่าอาจจะมีการหยุดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือกำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าต้องต่ำกว่า 2.50 บาทต่อหน่วย จะกระทบต่อภาคธุรกิจนี้ และเชื่อมโยงไปสู่ต้นน้ำ ซึ่งเป็นภาคเกษตรด้วย

 

 

@ โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนคึกคัก

ในด้านภาคธุรกิจกระแสพลังงานทดแทนที่จู่โจมเข้ามา ทำให้ภาคธุรกิจตื่นตัวและหันไปลงทุนขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย

 

อย่างเช่น บริษัท บ้านปู ผู้บุกเบิกธุรกิจด้านพลังงานชั้นนำในเอเชียก็ได้ให้ความสำคัญกับการทรานสฟอร์มเข้าสู่ธุรกิจไฟฟฟ้า และพลังงานทดแทนอย่างมาก โดยมีการวางแผนการลงทุนด้วยกลยุทธ์ “Greener & Smarter” ปี 2015- 2020 ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาท เพื่อยกระดับธุรกิจเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานทดแทน เช่น โซลาร์เซลล์ หากเป็นไปตามเป้าหมายในปี 2020 สัดส่วนรายได้จากหลักเช่น โรงไฟฟ้าถ่านหินจะลดลงจาก 60% เหลือ 40%

 

‘คุณสมฤดี ชัยมงคล’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BANPU ระบุว่าถึงแผนในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาว่า บ้านปูแบ่งการลงทุน เป็นในส่วนของธุรกิจต้นน้ำ ได้มีการลงทุนในเชลส์ก๊าซที่สหรัฐ 522 ล้านเหรียญสหรัฐ ธุรกิจโซลาร์ฟาร์มที่ญี่ปุ่น และจีน ส่วนธุรกิจกลางน้ำจะเน้นการบริหารการจัดส่ง-ขนส่งลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพ

 

ส่วนธุรกิจปลายน้ำในธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานบริการออกแบบและจัดตั้งระบบบริหารจัดการไฟฟ้า ระบบจัดเก็บพลังงาน เช่น การเข้าซื้อหุ้น ของบริษัท ผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าสิงคโปร์และบริษัทผู้ผลิตโซลาร์หลังคาสิงคโปร์ พร้อมทั้งได้จัดสรรงบฯลงทุนพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความรวดเร็วในการทำงานด้วย

 

อีกรายที่คร่ำหวอดในวงการพลังงาน “คุณปรียนาถ สุนทรวาทะ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ระบุว่า ทิศทางธุรกิจบีกริมมุ่งเน้นผลิตฟ้าจากพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น 20% เป็น 30% เพื่อให้สอดรับกับเทรนด์การผลิตพลังงานของโลก

 

ทั้งนี้ บีกริมได้วางแผนการลงทุนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากปัจจุบัน 1,779 ให้ได้ 5,000 เมกะวัตต์ ในปี 2022 โดยในปี 2561 นี้จะลงทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำ พลังงานความร้อนร่วม และพลังงานลมทั้งในและต่างประเทศไม่น้อยกว่า 25% จากปีก่อน และอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรจากหลายๆ ประเทศ เพื่อขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน และโครงการระบบจัดเก็บพลังงาน (Energy Storage System)  และที่สำคัญอีกด้าน คือ บีกริมให้ความสนใจในการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาช่วยให้ธุรกิจพลังงานขับเคลื่อนไปสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 อีกด้วย

 

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งของการปรับเปลี่ยนของธุรกิจพลังงานเข้าสู่ยุคพลังงานทดแทนที่กำลังสร้างความท้าทายให้กับธุรกิจนี้เป็นอย่างมาก

 

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น