ไม่ง่ายอย่างที่คิด! 6 เรื่องจริงที่ต้องรู้ก่อนก้าวมาทำฟรีแลนซ์แบบเต็มตัว

เด็กจบใหม่ทุกวันนี้มีแนวโน้มที่จะทำงานไม่ประจำมากขึ้น เนื่องจากเด็กรุ่นนี้ ไม่ชอบการตอกบัตร สแกนนิ้ว เข้างาน 8 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็น แต่โหยหาชีวิตอิสระที่สามารถกำหนดทุกอย่างได้ด้วยตัวเองมากกว่า ดังนั้นฟรีแลนซ์จึงกลายเป็นอาชีพยอดฮิตของเด็กยุคนี้ไปโดยปริยาย

แต่ก่อนที่จะก้าวมาทำฟรีแลนซ์อย่างเต็มตัว วิ่งไล่ตามชีวิตสโลว์ไลฟ์แบบที่เคยคิดไว้ เราอยากให้ทุกคนรู้ถึงเรื่องจริง 6 ข้อนี้กันก่อน ซึ่งใครกำลังจะออกจากงานประจำอยู่ ความจริงนี้อาจทำให้คุณเปลี่ยนใจไปเลยก็ได้

  1. ไม่ทำงานก็ไม่ได้เงิน

สิ่งที่คนทำฟรีแลนซ์ สบายใจที่สุดหลังจากได้ตัดสินใจลาออกจากงานก็คือ ไม่ต้องคอยตอบคำถามหัวหน้า ไม่ต้องคอยโดนตามงานเช้า สาย บ่าย เย็น ซึ่งทำให้สุขภาพจิตของใครหลายคนดีขึ้นเป็นกอง แต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้สวยงามขนาดนั้น เพราะสิ่งที่หายไปนอกจากความจู้จี้จุกจิกในการทำงานแล้ว เงินเดือนคุณก็จะหายไปด้วย จากที่เคยได้เงินก้อนทุกเดือน คุณก็จะไม่ได้อะไรเลย วันไหนป่วยก็หยุดไม่ได้ เพราะถ้าหยุด เท่ากับงานที่เสียไป และเงินวันนั้นทังวันก็จะหายวับไปกับตา ดังนั้นคำว่าฟรีแลนซ์ แปลว่าไม่มีวันหยุด

  1. ต้องหาลูกค้าดี ๆ ให้ได้มากกว่า 1 ราย

การเป็นฟรีแลนซ์คุณไม่สามารถไว้ใจอะไรแน่นอนได้ วันนี้งานเข้ามาเป็นสิบ แต่พรุ่งนี้อาจไม่มีเลยก็ได้ ดังนั้นจึงต้องมองหาลูกค้าใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา และเมื่อหาเจอแล้วก็ห้ามไว้ใจเด็ดขาด เพราะการทำฟรีแลนซ์ทุกอย่างคือความไม่แน่นอน เขาจะเลิกจ้างคุณเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นต้องหาลูกค้าดี ๆ แบบนี้ให้ได้มากกว่า 1 รายขึ้นไป เพื่อที่ว่าขาดเขาไป ยังไงคุณก็ยังมีรายได้ที่มั่นคงอยู่ในระดับหนึ่ง

  1. คุณจะเจองานสารพัดรูปแบบเข้ามาให้ได้ปวดหัว

ปกติเวลาทำงานที่ออฟฟิศเราจะผ่านด่านการรับรองลูกค้าจากหลายๆ คนแล้วเราก็รับงานจากหัวหน้าเราคนเดียวเท่านั้น แต่พอทำฟรีแลนซ์ คุณต้องเข้าใจด้วยว่าลูกค้าแต่ละคนมีความต้องการแตกต่างกัน ด้วยสารพัดบรีฟที่จะทำให้คุณทั้งปวดหัว แต่ทั้งหมดนี้ก็จะทำให้คุณเก่งขึ้น และการรับงานต่อ ๆ ไปก็สามารถรับมือได้อย่างง่ายดาย

  1. เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการหางาน

เพราะการทำงานฟรีแลนซ์เราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้เลยว่าเราจะได้เงินเท่าไหร่ คุณต้องดิ้นรนหางานให้เข้ามาทุกวัน วันไหนว่างเพราะไม่มีงานทำ วันนั้นคุณจะรู้สึกเครียดทันที เพราะนั่นเท่ากับว่าเงินคุณในวันต่อ ๆ ไปมันหมดเกลี้ยงแล้ว คุณไม่มีอะไรมาหล่อเลี้ยงตัวเองแล้ว ดังนั้นจึงต้องวิ่งไล่ตามงามอยู่เสมอ

  1. ทำงานที่บ้านไม่ได้สบายเหมือนที่คิดหรอก

วันที่จะลาออกจากงานทุกคนคงนึกภาพตัวเองตื่นสายขึ้นมา ชงกาแฟทานสักแก้ว นั่งดูนกดูไม้แล้วค่อยลงมือทำงานในชุดนอน ซึ่งนั่นเป็นอะไรที่อุดมคติสุดๆ แต่ในชีวิตจริง งานที่เข้ามามันจะทำให้คุณกระดุกกระดิกตัวไปไหนก็ไม่ได้ หรือบางคนไม่ชอบการทำงานอยู่กับที่ เวลานั่งทำงานในที่เดิมๆ เช่นที่บ้าน ก็จะทำให้คิดงานไม่ออก ต้องเสียเวลาออกไปนั่งร้านกาแฟข้างนอกบ้านอยู่ดี ดังนั้นลบวิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์ออกไปได้เลย มันไม่มีจริงหรอก

  1. ถ้าย้อนเวลาได้ คุณจะไม่มีทางออกจากงานมาทำฟรีแลนซ์แน่

หลังจากที่หมดงาน เวลาว่างเข้ามาถามหา และชีวิตต้องวิ่งไล่ตามงานข้างหน้าต่อไป หาลูกค้าเข้ามาในสต็อกโดยที่เวลาผ่านไปแล้วก็ยังหาไม่ได้สักคน เมื่อวงจรนี้เกิดขึ้นกับคุณ ความคิดข้างต้นจะวนเข้ามาถามคุณทันทีว่า ถ้าวันนั้นไม่ออกจากงาน ป่านนี้ก็คงได้เลื่อนขั้น ได้เงินเดือนเยอะๆ ไปแล้ว

แต่เรานึกถึงข้อดีแล้วก็อย่าลืมนึกถึงข้อเสียกันด้วย นึกถึงเรื่องที่ทำให้เราลาออก มันต้องมีเหตุผลมากพอ ไม่งั้นคุณคงไม่ตัดสินใจมาทำฟรีแลนซ์เต็มสูบแบบนี้ ดังนั้นนึกถึงวันแรกที่คุณก้าวเข้ามาสู่วงการนี้ แล้วใช้ความรู้สึกนั้นผลักดันตัวเองต่อไป แล้วลูกค้าคนต่อไปจะเข้ามาหาคุณเอง

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น