แตกโมเดลธุรกิจให้ออก เงินล้านก็อยู่ไม่ไกล

จากเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ปลีกตัวแตกไลน์ธุรกิจเครื่องสำอาง เหตุจากเทรนด์กำลังแรง ปลุกปั้นแบรนด์ใหม่ชื่อว่า G1 beauty Hub ด้วยทุนจดทะเบียน 30 ล้าน ทุนสร้างช้อป 7-8 ล้าน สามารถตีตื้นรายใหญ่ เอาชนะใจลูกค้าด้วยการสร้างโมเดลธุรกิจที่แข็งแรง คาดปี 59 ขยายสาขาเพิ่ม 2-3 สาขา

คุณเกมส์ สุวิจักขณ์ ศรีอาริย์ เจ้าของร้านเครื่องสำอาง G1 beauty Hub หรือที่หลายคนรู้จักกันในนามนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ซึ่งครั้งนี้จะมาเล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจเครื่องสำอางให้ฟังว่า “ผู้คนส่วนใหญ่ที่รู้จักผมคืออยู่ในฐานะนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่พอเข้าสู้ช่วงเศรษฐกิจขึ้น ๆ ลง ๆ แม้กระทั่งตอนนี้เศรษฐกิจก็ยังชะลอตัวลงเรื่อย ๆ ทำให้อสังหาริมทรัพย์เริ่มหดตัวลงตามกระแสเศรษฐกิจ ดังนั้น ผมจึงต้องหาทางรอดด้วยการคิดทำธุรกิจเพิ่มที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้ทุกกระแส และก็เล็งเห็นว่าปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายไปไหนมาไหนก็ต้องเข้าร้านบิวตี้ ซื้อเครื่องสำอางกันอยู่ตลอด จนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว และสิ่งนี้เองก็เป็นจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจเปิดร้านขายเครื่องสำอาง โดยเปิดเป็นช่องทางหนึ่งที่แบรนด์ชั้นนำทั่วไปสามารถมาวางขายได้ พร้อมเปิดโอกาสให้แบรนด์น้องใหม่เจ้าอื่น ๆ มาวางขายในร้านผมได้เช่นกัน”

เริ่มต้นได้ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
คุณเกมส์  เล่าวว่า “ร้าน G1 beauty Hub ใช้ต้นทุนส่วนตัว และเป็นการระดมทุนจากหลาย ๆ หุ้นส่วนมารวมกัน โดยเริ่มแรกใช้ทุนจดทะเบียนร้าน 30 ล้านบาท ใช้งบส่วนหนึ่งเพื่อลงทุนหน้าร้าน  ส่วนสินค้าภายในร้านเริ่มต้นเป็นแบรนด์เครื่องสำอางเจ้าอื่น ๆ มาลงขาย เพราะระบบของร้านเป็นช่องทางทุกแบรนด์สามารถเข้ามาฝากขายได้ โดยครั้งแรกสามารถมาวางขายได้ฟรี เพื่อให้เขาลองตลาดก่อน แต่ก่อนที่จะนำสินค้ามาวางนั้นต้องเข้ามาพูดคุยถึงเงื่อนไขเสียก่อน ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างกัน”

“เนื่องจากร้าน G1 beauty Hub ใช้วิธีการระดมทุน ซึ่งนักลงทุนทุกคนไม่มีส่วนในการบริหารร้าน เพียงแต่เขาลงทุนเป็นจำนวนเงินเท่านั้น ซึ่งการบริหารงานทั้งหมดผมจะเป็นผู้ดูแล ส่วนรายได้ทุก ๆ เดือนผมปันให้ทุกคนที่เป็นหุ้นส่วนแน่นอน ด้วยการใช้ระบบไอแบงก์กิ้งของธนาคารกรุงเทพ เพราะผมกำลังพยายามทำทุกอย่างให้เป็นแบบซอฟแวร์ทั้งหมด เพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินธุรกิจ สำหรับต้นทุนทั้งหมดที่เสียไปนั้น ถ้าถามว่าได้กลับคือมายัง ตอนนี้ตอบได้เลยว่ายัง เนื่องจากร้านเราพึ่งเปิดได้ 1 ปี คาดว่าอีก 2-3 ปีก็จะได้ทุนคืนแน่นอน อีกทั้งในเรื่องของกำไร ถ้าหักลบค่าใช้จ่ายแล้วจะเหลือประมาณ 5 หมื่นถึง 1 แสนต่อเดือน (เฉพาะหน้าร้านเท่านั้น)”
ทำตัวให้พร้อมก่อนทำธุรกิจ จะได้ไม่เจอกับความล้มเหลว
คุณเกมส์ เล่าต่อว่า “การเริ่มทำธุรกิจใหม่อย่างแรกต้องมีองค์ความรู้ 4 ด้านคือ 1. การบริหารจัดการ 2.ต้องมีความรู้เรื่องบัญชีไม่มากก็น้อย 3. รู้จักวางแผนระบบงาน และ 4.รู้จักวางแผนระบบคนงาน ซึ่งผมรู้ว่าทุกคนย่อมมีความเชี่ยวชาญทางด้านใดด้านหนึ่งอยู่แล้ว เพียงแต่เราไม่สามารถเอาความเก่งในด้านเดียวมาบริหารธุรกิจให้อยู่รอดได้ อย่างเช่น ผมทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาเป็น 10 ปี ซึ่งผมมีความรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่ขณะเดียวกันเมื่อหันมาแตกไลน์ธุรกิจเครื่องสำอาง ผมยอมรับเลยว่าไม่มีความรู้เลย ดังนั้นผมจึงแก้ไขปัญหาด้วยการหาผู้เชี่ยวชาญเข้ามาร่วมทำงานกับผม และผมก็ค่อย ๆ เรียนรู้ไป ซึ่งจะเห็นได้ว่าทุกคนเกิดมามีพื้นฐานไม่เท่ากัน ถ้าเรารู้จักศึกษา ทุ่มเท และตั้งใจทุกอย่างก็ไม่ใช่ปัญหา”

6 วิธีการทำกำไร
1.ตัวผู้บริหารต้องวางระบบงานให้เป็น และให้สอดคล้องกับธุรกิจที่กำลังทำ
2.ต้องรู้ว่าโมเดลธุรกิจของเราเป็นอย่างไร ตีโจทย์ให้ออกก่อนไปจับตลาด
3.ดูสภาพแวดล้อมด้วยว่า เอื้ออำนวยต่อธุรกิจเรามากน้อยแค่ไหน อย่าสักแต่ว่าทำเพราะความชอบส่วนตัว
4.จับตลาดลูกค้าหลักให้ได้ ค่อยจับตลาดลูกค้ารอง
5.หาช่องทางใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา อย่ามัวจมปักกับช่องทางเดิม ๆ
6.บริหารรายรับรายจ่ายให้เป็น อันไหนควรจ่าย อันไหนควรเก็บ ถ้ารายจ่ายมากเกินไป ผู้บริหารต้องเด็ดขาดกล้าตัดสินใจในการลดรายจ่ายนั้นออก

บริหารธุรกิจยามตลาดหลักมีปัญหา
“ไม่มีธุรกิจใดที่มีรายได้สูงขึ้นคงที่ทุกเดือน ต้องมีขึ้น ๆ ลง ๆ กันบ้าง เช่นเดียวกับผม ที่ตลาดหลักเป็นกลุ่มนักศึกษา พอช่วงปิดเทอมรายได้ผมจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่สิ่งที่สามารถแก้ไขตรงจุดนี้ได้คือ หาตลาดเพิ่มขึ้น เพราะกลุ่มลูกค้าที่สนใจเรื่องเครื่องสำอางก็มีอยู่กว้างขวาง ซึ่งตอนนี้ตลาดรองของผมคือ กลุ่มวัยทำงานและบุคคลทั่วไป”

แนวโน้มธุรกิจเครื่องสำอางที่น่าจับตามอง
“ธุรกิจเครื่องสำอางสามารถโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะทุกคนต่างให้ความสนใจเรื่องความสวยความงามมากขึ้น แต่คู่แข่งก็มีเยอะขึ้นเหมือนกัน ดังนั้นวิธีเอาชนะคือ การคิดต่าง เช่น ร้าน G1 beauty Hub เป็นศูนย์รวมเครื่องสำอางที่เหมือนคู่แข่งก็จริง แต่ผมต่างที่เปิดเป็นช่องทางให้ทุกแบรนด์สามารถเข้าถึงได้ง่าย ส่วนการทำตลาด ผมใช้โซเชียลเป็นหลัก นั้นก็คือ เฟสบุ๊ก G1 beauty Hub อีกทั้ง ผมยังไม่เคยเสียเงินค่าโฆษณาสักบาทเดียว เพราะผมมีชื่อเสียงทางด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผู้สื่อข่าวก็จะติดต่อเข้ามาเรื่อย ๆ ส่วนในอนาคต ผมจะขยายสาขาเพิ่ม อาจจะเข้าไปขายยังตัวเมืองมากขึ้น โดยปีหน้าคาดมีอีก 2-3 สาขา สุดท้าย สำหรับคนที่อยากทำธุรกิจ อย่ากลัวที่จะลงทุน เพราะถึงเราจะเจ๊งมันก็คือประสบการณ์ที่น่าภูมิใจ ที่เราสามารถเอามาต่อยอดและเรียนรู้ได้”

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

BBL_SME-In-Focus_กุมภาพันธ์_1

1326 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น