5 สินค้าธุรกิจส่งออกที่ทำกำไรในต่างประเทศ

สินค้าส่งออกไทยที่ทำกำไรในต่างประเทศ

1.อาหารไทย
มูลค่าการส่งออกของอาหารไทย เรียกได้ว่าอยู่ในอันดับต้นๆ เลยทีเดียว โดยมีมูลค่าส่งออกถึง 220,190ล้านบาท ต้องยกความดีให้รสชาติและลักษณะที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของอาหารไทย จนถูกใจนักชิมชาวต่างชาติอย่างมาก โดยอาหารไทยที่ส่งออกนั้น มีทั้งแบบสำเร็จรูปและกึ่งสำเร็จรูปที่นำไปรับประทานหรือปรุงต่อได้ง่าย

2.ข้าวหอมมมะลิไทย
ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมอยู่แล้ว และบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก ข้าวหอมมะลิจึงเป็นสินค้าที่ส่งออกได้ดีที่สุด ซึ่งในปัจจุบันต่างชาติก็หันมานิยมบริโภคข้าวหอมมะลิกันมากขึ้น และประเทศไทยก็มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆในการส่งออกข้าวหอมมะลิ ดังนั้นนี่จึงเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่กอบโกยเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศอย่างมหาศาล

3.เครื่องประดับ
ประเทศไทยเป็นต้นกำเนิดของอัญมณีหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ทับทิม พลอย หรือไข่มุก บวกกับฝีมือของช่างออกแบบเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เครื่องประดับจากประเทศไทยจึงเป็นที่ต้องการในตลาดต่างประเทศ โดยธุรกิจประเภทนี้ทำเงินไปถึง 239,319.52 ล้านบาท

4.รองเท้าหนังและเครื่องหนัง
นี่เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ชาวต่างชาติให้การยอมรับ ด้วยฝีมือ ทักษะ การตัดเย็บที่ดี อีกทั้งยังมีวัตถุดิบและกำลังการผลิตที่มากพอ จึงทำให้ชาวต่างชาติให้ความสนใจเครื่องหนังจากประเทศไทยค่อนข้างสูง ไม่แปลกเลยที่ธุรกิจประเภทนี้จะทำเงินไปถึง 38,286 ล้านบาท

5.ผ้าไหมไทย
ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย ผ้าไหมไทยก็ยังคงเป็นสินค้าส่งออกที่สร้างเม็ดเงินได้สูงลิบลิ่ว นี่คือเอกลักษณ์ประจำชาติในสายตาชาวต่างประเทศ นอกจากความประณีตในการถักทอที่สวยงามแล้ว ผ้าไหมไทยให้ความสบายแก่ผู้สวมใส่ และสามารถนำไปประยุกต์ให้เข้ากับทุกชุดและทุกโอกาสได้ โดยผ้าไหมไทยนำเงินเข้าประเทศแล้วกว่า 5,000 ล้านบาท

แต่การทำธุรกิจใดๆย่อมมีการแข่งขันอยู่เสมอ ดังนั้นการทำธุรกิจต้องมีการปรับตัวตลอดเวลา ต่อยอดสินค้าจากที่มีอยู่ สร้างความแตกต่าง มีเอกลักษณ์ และพัฒนาอยู่เสมอ หากเราจับจุดสำคัญของตลาดได้ย่อมเกิดกำไรแน่นอน

 

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในประเทศอาเซียน 9 ใน 10 ประเทศ เพื่อให้บริการท่าน
สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
อีเมล: [email protected] โทรศัพท์ 02 -230-2758 หรือ สายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น