หน้าฝนกับสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ไม่ควรพลาด

“ฤดูฝน” ฤดูที่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติสวยงามขึ้นอีกเท่าตัว

ฤดูฝนคงเป็นฤดูที่ทำให้ใครหลายๆคนเลือกที่จะไม่ออกนอกบ้าน หรือเดินทางไปที่ไหนไกล เพราะแม้แต่การออกไปซื้อข้าวหน้าปากซอยในขณะที่มีฝนโปรยปรายยังทำให้หลายๆคนคิดแล้วคิดอีก บางคนคงจะตัดสินใจทำอะไรง่ายๆทานที่บ้านแทนที่จะรอฝนหยุดตก หรือเดินกางร่มออกไปซื้อ และแน่นอนว่ายิ่งถ้าหากพูดถึงการท่องเที่ยวในฤดูฝนเชื่อว่าหลายๆคนคงส่ายหน้าหนีกันอย่างแน่นอน เพราะจะเป็นฤดูแห่งมรสุมที่ไม่ว่าไปที่ไหน ก็ต้องไปเจอกับฝนฟ้าที่ไม่แน่นอนหรือไม่เป็นใจตลอดทริป จนบางครั้งทำให้หลายๆ
ทริปถึงกับเฟลไปไม่น้อย แต่รู้หรือไม่ในฤดูฝนในช่วงเดือนสิงหาคมยังมีสถานที่ที่สวยงามที่รอเราให้ออกไปสัมผัสอีกมากมาย ตั้งแต่เมืองเก่า ท้องทะเล หรือป่าเขา ที่สวยจนลืมหายใจและลืมไปเลยว่าตอนนี้เป็นฤดูที่คนไม่อยากออกมาท่องเที่ยวมากที่สุด
สถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝนในช่วงเดือนสิงหาคม มีที่ไหนน่าสนใจบ้าง มาดูกันเลย

1. ทุ่งดอกหงอนนาค อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์ ถ้าอยากชมความสวยงามของป่าเขาที่แท้จริง ต้องลองมาลุยหน้าฝนกันสักหน่อย เพราะถ้าใครใจอึดพอสามารถเดินลุยป่าขึ้นไปจนถึงลานสนในช่วงเดือนสิงหาคม จะได้พบกับความอลังการของทุ่งดอกไม้ป่าอย่างดอกหงอนนาคที่จะบานสีชมพูสะพรั่ง และยิ่งถ้ามาในช่วงเช้าหลังฝนตก จะได้เห็นสายหมอกบางๆ ลอยคลอเคลียดอกหงอนนาคย่างสวยงาม เป็นสถานที่เที่ยวในช่วงหน้าฝนที่ห้ามพลาดเด็ดขาดของคนที่ชอบเดินป่า

2. น้ำตกหมันแดง อุทายานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก คุณรู้หรือไม่? ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่เหมาะสมแก่การเที่ยวชมความสมบูรณ์แบบของน้ำตกมากที่สุด ซึ่งหนึ่งในน้ำตกที่น่าเที่ยว คือ น้ำตกหมันแดง ที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี และช่วงที่สวยที่สุดของที่นี่จะอยู่ในช่วงสิงหาคม เพราะนอกจากน้ำในน้ำตกจะมีมากแล้วยังมีดอกลิ้งมังกรที่จะบานสีชมพูสดใสอยู่รอบๆ ให้ได้ชื่นชมกันอีกด้วย

3. เชียงคาน จังหวัดเลย เชียงคานในหน้าฝนเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ควรค่าแก่การลองเดินทางไปเที่ยวสักครั้ง ได้ลองเดินเล่น ในเมืองเก่าริมแม่น้ำโขงท่ามกลางสายฝนปรอยๆ มีกลิ่นฝน ไม้ แม่น้ำ และป่าเขาจางๆ ให้ได้สูดความสดชื่นจดฉ่ำปอด ที่สำคัญต้องไปลองนั่งกินข้าวเปียกแบบร้อนๆ แก้หนาวจากสายฝน ก็สามารถสร้างความอร่อยเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว นอกจากนั้นทุ่งนารอบๆเมืองเชียงคานก็ยังเขียวขจี เป็นที่เหมาะแก่การขี่จักรยานหรือเดินเล่นกันแบบเพลินๆอีกด้วย

4. ล่องแก่งแม่น้ำปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ถ้าใครชอบทำกิจกรรมที่ตื่นเต้น ฤดูฝนเป็นอีกหนึ่งฤดูที่ควรค่าแก่การออกไปผจญภัยและทำกิจกรรมสนุกๆ และแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือล่องแก่งแม่น้ำปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยผู้ประกอบการจะพานักท่องเที่ยวล่องตั้งแต่บ้านรุ่งอรุณ ผ่านน้ำตกซู่ซ่า หลังจากนั้นจะล่องลงไปตามลำน้ำปาย พร้อมกับการแวะเที่ยวชมจุดต่าง ๆ น้ำในแม่น้ำปายไม่ลึกมากนัก ระดับการล่องแก่งอยู่ในระดับต่ำ ไม่น่ากลัว การล่องแก่งแม่น้ำปายจะมีทั้งแบบไปเช้า-เย็นกลับ เพราะฉะนั้นใครที่ชอบความสนุก กิจกรรมที่ตื่นเต้นไม่ควรพลาดเด็ดขาด

5. เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ที่นี่เป็นป่าดิบเขตอบอุ่น ที่มีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นอยู่มากมาย โดยเฉพาะมอสส์ที่จะเกาะอยู่ตามต้นไม้และราวทางขึ้นเป็นสีเขียวชอุ่ม และยิ่งในช่วงหน้าฝนจะมีหมอกบางๆ ปกคลุมอยู่ทั่วผืนป่า คลับคล้ายคลับคลากับป่าดึกดำบรรพ์ในนิทานที่ชวนให้หลงใหลอีกสถานที่หนึ่ง

6. เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ใครอยากลองไปทะเลหน้าฝน แนะนำให้มาทะเลทางฝั่งอ่าวไทย ที่สามารถเดินเที่ยวได้ในช่วงฤดูฝน ซึ่งจะตรงข้ามกับทางฝั่งตะวันออกและอันดามัน ฉะนั้นในเดือนสิงหาคมไม่ควรพลาดไปเที่ยวชิลๆ ชมท้องฟ้าสวยๆ เดินเล่นรับลมทะเลเย็นๆ ที่เกาะสมุย และไม่พลาดที่จะไปกินมะพร้าวสมุยแท้แบบต้นตำรับ พร้อมอาหารทะเลสดใหม่ ที่ทำให้คุณเพลินไปกับทะเลหน้าฝน ณ ที่แห่งนี้

จบกันไปแล้วกับ 6 สถานที่ท่องเที่ยวในช่วงเดือนสิงหาคน หรือเดือนที่มาพร้อมกับฤดูแห่งความไม่แน่นอนอย่างฤดูฝน ซึ่งในเดือนสิงหาคมนี้ถ้า ใครกำลังลังเล หรือกลัวอากาศไม่เป็นใจ ให้ 6 สถานที่เป็นตัวเลือกหนึ่งในการท่องเที่ยว อย่าลังเลที่จะออกไปรับธรรมชาติที่จะทวีความสวยงามมากยิ่งขึ้นเมื่อมีฝนโปรยปราย บวกกับบรรยากาศเย็นๆ ในสถานที่ที่ต้องลองไปสัมผัสในช่วงฤดูฝนนี้ เอาล่ะ! พลาดไม่ได้จนต้องรีบเก็บกระเป๋าออกไปเที่ยวกันสักหน่อย และอย่าลืมว่าการท่องเที่ยวธรรมชาติในช่วงหน้าฝน บางครั้งเราไม่อาจคาดเดาสถานการณ์ต่างๆที่จะเจอได้ ฉะนั้นในการท่องเที่ยวต้องไม่ลืมที่จะติดต่อเจ้าหน้าที่ และฟังคำเตือน คำแนะนำจากเจ้าหน้าที่เพื่อเพิ่มความปลอดภัยระหว่างการท่องเที่ยวด้วย

แสดงความคิดเห็น