7 เทรนด์ที่น่าจับตามองของโลจิสติกส์

เทรนด์ที่น่าจับตาของธุรกิจโลจิสติกส์

ปัจจุบันเทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมกับธุรกิจเกือบทุกประเภท ทุกอุตสาหกรรม รวมถึงห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้เข้ากับยุคดิจิทัล ซึ่งโลจิสติกส์ คือระบบการเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการ ให้ไปส่งถึงมือผู้บริโภคได้เปลี่ยนแปลงไปมากเช่นกัน สาเหตุเพราะโลจิสติกส์เสมือนหัวใจหลักของทุกอุตสาหกรรม ที่มีการนำเทคโนโลยีสำคัญเข้ามามีส่วนร่วม ฉะนั้นเราจะมาส่องเทรนด์ที่น่าจับตามองของโลจิสติกส์กัน

1. Internet of Things (IoT) อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง เป็นเครือข่ายของสิ่งที่มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ และเซ็นเซอร์ฝังตัวอยู่ ซึ่งจะช่วยให้สามารถเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ง่ายขึ้น และหลังจากปี 2018 จะได้พบเห็นเทคโนโลยีใหม่ๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบการขนส่งด้วย RFID , GPS มากขึ้น ซึ่งจะช่วยติดตามการขนส่งได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้สามารถจัดการสิ่งต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเรื่องเส้นทางการขนส่ง การจัดการพนักงาน และการจัดเก็บสินค้าในโกดัง ช่วยให้ตัดสินใจให้แม่นยำ และประหยัดเวลาในการดำเนินการมากขึ้น

2. Blockchain เป็นเครือข่ายการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ซึ่งจะถูกจับเก็บ และเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายคล้ายห่วงโซ่ โดยทุกคนจะสามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้ และมีความปลอดภัยสูง ทำให้เกิดความโปร่งใสในการจัดเก็บข้อมูลธุรกรรมต่างๆ และมีการคาดการณ์ว่าในปีนี้จะเข้ามามีบทบาทกับวงการโลจิกติกส์อย่างมาก เช่น การจัดเก็บรหัสลูกค้า ข้อมูลผู้จัดส่งสินค้า วัสดุที่ใช้ และข้อมูลอื่นๆ โดยสามารถระบุ ID ที่ไปกับการขนส่งทุกครั้ง เพื่อติดตามและป้องกันการถูกหลอกลวง

3. Logistics มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งหมายถึงความยืดหยุ่นในการขยายหรือลดขีดความสามารถโลจิสติกส์ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการในห่วงโซ่อุปทานภายในระยะเวลาที่กำหนด เนื่องจากการตลาดยังมีการผันผวนอยู่เสมอ ดังนั้นระบบอัตโนมัติจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนด การควบคุมค่าใช้จ่าย การจัดการคลังจัดเก็บสินค้า การจัดการช่องทางการจัดจำหน่าย การจัดลำดับความสำคัญของการจัดส่ง และอีกมากมาย เพราะการตอบสนองต่อความต้องการในอุตสาหกรรม Logistics และ Supply Chain ต้องดำเนินการแบบวันต่อวัน ดังนั้นบริษัทต่างๆ จึงต้องสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินการเพื่อวางแผนขีดความสามารถให้ตรงตามความต้องการ ซึ่งจะช่วยทำให้มี Customer Experience ที่ดีขึ้น สามารถมองเห็นภาพได้แบบ Real-time สามารถเชื่อมโยงกระบวนการทำธุรกิจทั้งหมด และเกิดความคล่องตัวมากขึ้น

4.ความสมบูรณ์แบบในการจัดส่งสินค้า เนื่องจากความต้องกคำสั่งซื้อที่สมบูรณ์แบบซึ่งทุกบริษัททุกแห่งทราบดีว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการวัดผลความพึงพอใจของลูกค้า โดยคำสั่งซื้อที่สมบูรณ์แบบคือ เปอร์เซ็นต์ในการจัดส่งสินค้า ต้องจัดส่งสินค้าถูกต้อง บรรจุหีบห่ออย่างถูกต้อง ไปสถานที่ที่ถูกต้อง เวลาที่ถูกต้อง ตามจำนวนที่ถูกต้อง พร้อมเอกสารที่ถูกต้อง ในสภาพที่สมบูรณ์ไม่เสียหาย และส่งไปยังลูกค้าที่ถูกต้อง

5. การใช้ Big Data มาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในระบบ Cloud ความกลัวในการจัดเก็บข้อมูลในระบบ Cloud จะไม่มีอีกต่อไป เมื่อบริษัทพากันแทนที่ระบบจัดการการดำเนินธุรกรรมในองค์กร ด้วย Cloud Data หรือศูนย์ข้อมูลที่ทุกคนสามารถเข้าไปใช้งานได้ด้วยตนเอง เนื่องจากความต้องการให้ห่วงโซ่อุปทานสามารถตอบสนองได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น และเพื่อให้ทีมผู้บริหารสามารถเข้าใจถึงตัวผลักดันต้นทุน ในกิจกรรมต่างๆ ของโลจิสติกส์ได้ ซึ่งการพัฒนาการวิเคราะห์ข้อมูลของบริการใน Supply Chain และ Logistics จะช่วยในการประกอบการตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น

6. จุดเริ่มต้นการใช้หุ่นยนต์เพื่อบริหารจัดการคลังจัดเก็บสินค้า มีการนำเครื่องจักรมาใช้แทนมนุษย์ในคลังสินค้า เนื่องจากคลังสินค้ามีขนาดใหญ่ การจัดการให้งานทุกขั้นตอนดำเนินไปอย่างอัติโนมัติ โดยการวางระบบ IT ที่ดีจะช่วยให้การจัดการมีประสิทธิภาพและง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีหลายบริษัทใช้หุ่นยนต์จัดการคลังสินค้าควบคู่กับรถยก และจากการจะปรับเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นระบบอัตโนมัติโดยสมบูรณ์ทุกขั้นตอน จะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อมีการพัฒนาเครื่องมือภายในคลังสินค้าที่สามารถระบุได้ว่าสินค้าตัวไหนคืออะไร และสามารถเลือกสินค้าที่ถูกต้องเพื่อจัดส่งไปยังผู้รับต่อไปได้

7. การจัดการรายได้จากทุกช่องทางการจำหน่าย (Omnichannel) คือ การรวบรวมการสื่อสารและเข้าถึงผู้บริโภคในช่องทางที่หลากหลายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าผ่านทุกช่องทางการขาย ซึ่งเป็นการทำ CRM ยุคใหมีอีกอย่างหนึ่งด้วย

ทั้งนี้การเข้าถึงลูกค้าในทุกช่องทาง ทำให้ธุรกิจต้องตั้งรับกับการจัดการโลจิสติกส์ ซึ่งการขนส่งจะมีหลากหลายช่องทาง ทั้งส่งถึงมือลูกค้าโดยตรง หรือส่งไปยังร้านค้าสาขาที่ใกล้เคียง เป็นต้น

จากเทรนด์โลจิสติกส์จะเห็นได้ว่าระบบการขนส่งในปัจจุบันมีการพัฒนาไปไกล และคาดการณ์ว่าจะสามารถไปไกลขึ้นอีกในอนาคต จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่ผู้ประกอบการหรือนักลงทุนจะดึงระบบการขนส่งโลจิสติกส์มาใช้เป็นส่วนหนึ่งเพื่อให้เข้ากับธุรกิจของตนเอง

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น