ข้อดี 5 ข้อ เมื่อได้ทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพต่างชาติ

ข้อดีเมื่อได้ร่วมงานกับสตาร์ทอัพต่างชาติ

หลายๆคนคงอยากที่จะทำงานทีต่างประเทศ โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ ที่มีสวัสดิการดี มีเนื้อหางานที่ท้าทาย แต่นอกจากบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศแล้ว ยังมีบริษัทประเภทอื่นที่น่าสนใจ เช่น บริษัทในกลุ่มไอที และสตาร์ทอัพที่มักมีข่าวถึงรูปแบบการทำงานที่สร้างสรรค์ ผ่อนคลาย จนหลายต่อหลายคนมักถามกันว่านี่มาทำงานหรือมาเล่นกันแน่ ซึ่งข้อดีของการทำงานในบริษัทสตาร์ทอัพของต่างชาติได้รวบรวมไว้ทั้งหมด 5 ข้อดังนี้

1. มีเวลาเข้างานที่ยืดหยุ่น มนุษย์เข้างานมีสองรูปแบบ คือคนที่มาเช้าตรู่ กับคนที่มักจะมาสาย และแน่นอนว่าทุกคนต้องชื่นชอบการทำงานในรูปแบบของบริษัทสตาร์ทอัพอย่างแน่นอน เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่ของชาวต่างชาติ สามารถเลือกเวลาเข้างานเองได้ ตัวอย่างเช่น Saleduck สามารถเลือกเข้างานเองได้ตั้งแต่ 7 โมง จนถึง 10 โมง ถ้าหากใครมาถึงก่อนก็จะได้กลับบ้านก่อน ถือว่าเป็นการเข้างานที่มีคววมแฟร์ อีกทั้งยังมีข้อดีตรงที่ทำให้คนชอบมาทำงานสาย รู้สึกอยากมาทำงานไวขึ้นเพื่อที่จะได้กลับบ้านไวขึ้น

2. มีกิจกรรมเอ้าท์ติ้งเกือบทุกสัปดาห์ เนื่องจากมีพนักงานไม่เยอะมาก ทำให้สามารถรวมกลุ่มนัดเที่ยวได้ง่ายกว่า เชื่อมความสัมพันธ์ เป็นความบรรยากาศที่สนุก สร้างมิตรภาพและกระชับความสัมพันธ์ได้ดี

3. มีพื้นที่ความสนุกอยู่ในออฟฟิศ ทุกคนอาจเคยเห็นข่าวที่บริษัทอย่าง Google หรือ Line มีพื้นที่สำหรับผ่อนคลายอย่างเช่นเครื่องเล่นเกม พนักงานนวด หรือเตียงนอนสำหรับงีบ ซึ่งยังมีบางบริษัทที่ให้บริการนอกเหนือจากนี้อย่าง โต๊ะปิงปอง กระดานสำหรับวาดรูปเล่น และทีวีที่ดาวน์โหลดหนังใหม่ๆ เอาไว้ สิ่งเหล่านี้เกิดจากวัฒนธรรมที่ต้องการให้คนทำงานไม่เกิดความเครียดจนเกินไป

4. คนน้อยแต่อบอุ่น เนื่องจากสตาร์ทอัพส่วนใหญ่มีคนไม่เยอะมาก เป็นเหมือนออฟฟิศขนาดเล็ก เพราะฉะนั้นทุกคนจึงช่วยเหลือและคอยรับฟังปัญหาซึ่งกันและกันได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องกังวลฟีดแบค เนื่องจากหัวหน้าที่เป็นชาวต่างชาติส่วนใหญ่พร้อมรับฟังข้อมูลและปัญหาที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ผลดีของการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วไม่ได้เกิดแค่เฉพาะกับพนักงาน แต่จะส่งผลให้กับคุณภาพของบริษัทด้วย

5. ได้ฝึกภาษาเพิ่มขึ้นแน่นอน การที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับสตาร์ทอัพต่างชาติ แน่นอนว่าภาษาเป็นเรื่องสำคัญและได้ใช้อย่างแน่นอน เนื่องจากการสื่อสารกับหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานที่เป็นชาวต่างชาติ ภาษาที่สามที่หนีไม่พ้น คือภาษาอังกฤษ และระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ช่วยให้คุณภาพการพูดและฟังดีขึ้นกว่าเดิมเกือบ 2 เท่า และได้ผลมากกว่าการลงเรียนคอร์สภาษาระยะสั้นในต่างประเทศ เรียกได้ว่าทำงานได้เงิน แถมได้พัฒนาภาษาด้วย

การทำงานมักมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เพียงแต่เราต้องมองหาข้อดีของการทำงาน และมองข้อเสียให้เป็นการฝึกและพัฒนาตนเอง เช่น หากไม่เก่งภาษา แต่ถ้าได้ทำงานในบริษัทต่างชาติ ข้อดีในข้อเสียนี้จะทำให้เรารู้จักพัฒนาตัวเองและจะได้ภาษาเพิ่มขึ้นมาด้วย

แสดงความคิดเห็น