รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนโมเดลของธุรกิจ Startup

โมเดลขับเคลื่อน Startup จากรัฐบาล

Startup เป็นกระบวนการมองธุรกิจคนละแง่มุมกับเอสเอ็มอี เปรียบเสมือนคนอีกเจเนอเรชั่น ที่กล้าลองคิด ลองถูก ไม่งอมืองอเท้า คนประเภทนี้ถึงแม้จะไม่มีเงิน แต่มีไอเดีย มีความกล้า และต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง

การปฏิวัติกลไกสนับสนุน Startup ของภาครัฐ ที่จะสร้างระบบนิเวศที่เหมาะสม เอื้อต่อการดำรงธุรกิจเกิดใหม่อย่างแท้จริง โดยที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับ Startup และมองเป็นความหวัง หลังจากยกให้เป็น “3S” ที่รัฐมุ่งส่งเสริม คือ Startup, SME และ Social Enterprise (กิจการเพื่อสังคม)

กลไกการทำงานแบบเดิมของภาครัฐเป็นแบบ คุณพ่อผู้รู้ดี คือ ไม่ได้มีการสร้างจิตวิญญาณของผู้ประกอบการ ไม่ได้เอื้อให้คนมี Entrepreneur Spirit ได้เกิด โดยต้องให้รู้จักล้มแล้วลุก มากกว่าคอยอุ้มอยู่ตลอด ซึ่งต้องเปลี่ยนตั้งแต่กระบวนการคิด และการทำงาน เพราะ Startup เป็นโมเดลที่จะแตกต่างจากเดิมไปอย่างสิ้นเชิง ภาครัฐจึงได้โละกดไกการทำงานแบบเก่า มาอยู่บนโมเดลใหม่ที่ให้เอกชน และภาคประชาสังคม ได้เข้ามามีส่วนร่วมกันขับเคลื่อน โดยมีรัฐเป็นผู้สนับสนุน แต่เติมเต็มส่วนที่ขาด

ปัญหาสำคัญของ Startup ในปัจจุบัน คือส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการคนเดียว บางคนมีแค่ก้อนไอเดีย ทำให้ยากต่อการเข้าสู่ระบบ จัดทะเบียนในรูปบริษัท สิ่งที่รัฐจัดการ คือมองกฎหมายฉบับใหม่ ที่ให้สามารถจดทะเบียนนิติบุคคลได้ในรายคน เพื่อตอบโจทย์ Startup รวมถึงการปลดล็อคการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI จากในอดีตที่ต้องเป็นโครงการ เป็นบริษัท มีเครื่องจักรแล้วเท่านั้น ถึงจะให้ BOI ได้ แต่จากนี้เงื่อนไขเหล่านั้นไม่จำเป็นอีกต่อไป เมื่อบุคคลคนเดียว ที่มีไอเดีย ก็สามารถรับการส่งเสริมจาก BOI ได้ ซึ่งเรื่องนี้อยู่ระหว่างการทำงานของ BOI เช่นเดียวกับ กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจที่จะเปลี่ยนไป จากอดีตต้องมีการค้ำประกัน มีจำนองอะไรกันมากมาย แต่จากนี้ขอแค่มี “ไอเดีย” หรือทรัพย์สินทางปัญญาที่จดได้ ก็ใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจได้

การสร้างระบบนิเวศด้านแหล่งทุน แหล่งสนับสนุน ไม่ว่าจะเรื่องหน่วยบ่มเพาะ (Incubator) กองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital: VC) การระดมทุนจากมวลชน (Crowdfunding) ต่างๆ ซึ่งในปัจจุบัน VC ไม่ค่อยเกิดเพราะไม่กล้าลงทุน เพราะฉะนั้นการที่นโยบายรัฐให้คนเข้าระบบภาษีมากขึ้น ก็เพื่อจะไปส่งเสริมให้คนกล้าที่จะเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์หรือ ลงทุน กับ Startup และ เอสเอ็มอีมากขึ้น โดยจะเริ่มจากการใช้มาตรการจูงใจ เพื่อให้ Startup เข้าสู่ระบบมากขึ้น เป็นบริษัทที่โปร่งใส มีมาตรฐาน เพื่อดึงดูดใจผู้ลงทุน
การจัดตั้ง National Startup Center โดยกระทรวงการคลัง เพื่อรวบรวมเหล่าคนมีไอเดีย นักลงทุน และกลุ่มทุนสนับสนุน ที่จะให้ทั้งคำปรึกษาและสนับสนุนเงินทุนแก่ Startup เหล่านี้ ให้มารวมอยู่ในที่เดียวกัน เป็นการสร้างให้อุตสาหกรรมนี้เกิดความมั่นใจนักลงทุนจึงอยากที่จะเข้ามาลงทุนมากยิ่งขึ้น

ในระยะสุดท้าย ด้านของการพัฒนากฎระเบียบและเครื่องมือทางการเงิน ช่องทางการ Exit ผ่านตลาดทุน เพื่อเป็นแนวทางเก็บเกี่ยวมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการและผู้ลงทุน หรือ VC ให้เกิดมีเงินทุนหมุนเวียน มีการลงทุนเกิดขึ้น แล้วเกิดความต่อเนื่องของการสร้างผู้ประกอบการในประเทศไทย ซึ่งไม่เพียงนโยบายสนับสนุน แต่ต้องทำกันตั้งแต่ปรับและโละหลักสูตร MBA เดิม เพื่อให้สนองต่อ Startup มากขึ้น

การเข้ามามีบทบาทของรัฐบาลในธุรกิจ Startup ได้เข้ามาสนับสนุนธุรกิจเกิดใหม่ของภาครัฐ จะเห็นได้ว่าจากโมเดลความคิดที่รัฐบาลจัดทำไม่ได้สวยแต่รูป แต่มีความยั่งยืน แก้ปัญหาได้ถูกที่และถูกจุดอีกด้วย
ความน่าสนใจของยุค Startup ที่เข้ามามีบทบาท และเพิ่มเติมกับที่รัฐบาลให้การสนับสนุน การลงทุนในธุรกิจ Startup จึงถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ สำหรับที่มีไอเดีย มีความกล้า และที่สำคัญต้องไปกลัวที่จะล้ม เพราะหากคุณล้มคุณต้องสามารถหาทางลุกขึ้นมาใหม่ให้ได้เสมอ

แสดงความคิดเห็น