บริษัท VGN สตาร์ทอัพ อันดับ 1 ของเวียดนาม

Le Hong Minh เจ้าของบริษัท VGN สตาร์ทอัพ อันดับ 1 ของเวียดนาม

ถ้าหากใครคิดว่าการทำสิ่งที่ชื่นชอบหรือสิ่งที่รักเป็นเรื่องที่ยาก อยากให้ลองมาศึกษาการเริ่มทำธุรกิจจากสิ่งที่รักของ Le Hong Minh ซึ่งปัจจุบันเขากลายเป็น เศรษฐีพันล้านคนที่ 3 ของเวียดนาม ไปเป็นที่เรียบร้อยจากการเริ่มทำธุรกิจจากเรื่องที่เขาชื่นชอบและรักมันมากที่สุด

ในยุคสมัยนี้ที่ใครหลายคนต่างโตมากับคอมพิวเตอร์กันแทบจะทุก Generation แต่นับว่ายังมีอยู่น้อยคนมากที่จะเลือกนำเอาเกมคอมพิวเตอร์มาเป็นอาชีพหลัก และยิ่งในประเทศไทยที่ลู่ทางในการทำมาหากินเกี่ยวกับเกมยังคงน้อย เพราะ ถ้าหากว่าไม่ได้เป็นโปรเกมเมอร์ หรือสามารถแคสเกมได้ดี แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะนำเกมมาเป็นอาชีพหลักของตนเอง

หากแต่ว่า Startup อันดับหนึ่งในเวียดนาม ซึ่งเวียดนามถือเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตอย่างมากในปัจจุบัน ผู้ก่อตั้งเป็นคนที่ชอบเล่นเกม ถึงแม้ว่าเขาจะทำงานแล้วเขาก็ยังชื่นชอบที่จะเล่นเกมอยู่ จึงตัดสินใจเปิดร้านเกมเป็นอาชีพเสริม ซึ่งเติบโตเป็นบริษัทเกมในปัจจุบัน สุดท้ายเมื่อได้ขยายธุรกิจไปเรื่อยๆ จนบริษัทได้รับฉายาว่าเป็น “Tencent แห่งเวียดนาม” โดยผู้ก่อตั้งคนนี้คือ Le Hong Minh แห่งบริษัท VNG

ในขณะที่ Le Hong Minh อายุเพียง 15 ปี เครื่องเกมและเกมบนคอมพิวเตอร์ได้เข้ามาในเวียดนามเป็นครั้งแรก ตัวเขาเองชื่นชอบที่จะเล่นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นเกมเมอร์ในยุคแรกๆของเวียดนามเลยก็ว่าได้ เมื่อเติบโตขึ้นจึงถูกส่งไปเรียนด้านการเงิน ในมหาวิทยาลัยที่เป็นท็อปของโลกมหาวิทยาลัยหนึ่งในออสเตรเลีย เมื่อจบออกมาเขาได้ทำงานด้านการเงินแต่ความชื่นชอบในการเล่นเกมของเขายังคงอยู่ ส่งผลให้เขาเล่นเกมต่อไปเรื่อยๆ จนได้เข้าร่วมงาน World Cybergame ที่เกาหลีใต้ จากการร่วมงานในครั้งนั้นส่งผลให้เขาเกิดแรงบันดาลใจอยากจะสร้างธุรกิจเกี่ยวกับเกม ในปีถัดมาจึงตัดสินใจรวบรวมเงินเพื่อเปิดร้านเกมในรูปแบบอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ หรือเหมือนร้านเกมทั่วไปในบ้านเรานั่นเอง ในขณะนั้นตอนกลางวัน Le Hong Minh เป็นนักการเงิน ส่วนกลางคืนเขาเป็นเจ้าของร้านเกม

Le Hong Minh ได้ตั้งข้อสังเกตว่าเด็กรุ่นใหม่ๆ มักจะชอบเล่นเกมออนไลน์แบบ MMORPG มากขึ้น จึงเกิดเป็นไอเดียที่ทำให้เขาไปซื้อลิขสิทธิ์เกมดังๆ มาเปิดเซิร์ฟเวอร์เวียดนามที่เป็นเวอร์ชันภาษาเวียดนาม ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีใครทำในรูปแบบนี้มาก่อน ซึ่งในช่วงแรกแรกเขาไปขอซื้อลิขสิทธิ์จากบริษัทเกาหลีที่เป็นเจ้าของเกม MU Global แต่กลับถูกปฏิเสธ เพราะเขาเป็นบริษัทเล็กๆ แต่ตัวเขากลับไม่ลดละความพยายาม ความพยายามต่อมาคือขอซื้อลิขสิทธิ์เกม Swordman Online ซึ่งเกมนี้ที่ไทยมีชื่อว่า กระบี่เย้ยยุทธจักร จากบริษัท Kingsoft ของจีน และตัวเขาได้บินไปติดต่อที่จีนทั้งที่ตัวเองพูดจีนไม่ได้ ผลปรากฎว่าทาง Kingsoft ยินดีและให้ความร่วมมือ ทำให้เขาซื้อลิขสิทธิ์มาได้ในปี 2005 หลังจากนั้น 6 เดือน Swordman Online กลายเป็นเกมฮิตในเวียดนามโดยมีผู้เล่นเป็นล้านคน และสำหรับ Le Hong Minh ในวัน 29 ปี เจ้าของบริษัทเกมหน้าใหม่ที่ในตอนนั้นใช้ชื่อว่า “Vinagame”

Vinagame หลังจากประสบความสำเร็จทาง Le Hong Minh ยังคงพัฒนาอย่างไม่หยุดหย่อน และได้เข้าครองพื้นที่ออนไลน์จนในปี 2009 เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น VGN เพราะขณะนั้นบริษัทไม่ได้ทำแค่เกมเพียงอย่างเดียว แต่ทำโปรแกรมแชทและเว็บเพิ่มอีกด้วย ซึ่งทางจุดแข็งของ VGN คือเป็นบริษัทที่มีการปรับตัวเร็ว อีกทั้งยังมีพื้นฐานผู้ใช้กว้าง เมื่อมีเทคโนโลยีอะไรใหม่เข้ามาทาง VGN ไม่ช้าที่จะจับเข้ามาใส่เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม เห็นได้จากหลังจากที่เวียดนามเริ่มมีการใช้สมาร์ทโฟนกันอย่างกว้างขวาง VGN ได้พัฒนาแอปพลิเคชั่นสารพัด ไม่ว่าจะเป็นสำหรับการแชท สำหรับทำ Online payment และอีกมากมาย แต่ถึงจะมีช่องทางมากมายที่เพิ่มขึ้นมา แหล่งรายได้หลักที่หล่อเลี้ยงบริษัทยังคงมาจากเกมอยู่ ถึงแม้จะมีการย้ายจากคอมพิวเตอร์มาอยู่บนสมาร์ทโฟนก็ตามที

VGN เป็นบริษัทที่เน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบหลากหลายเพื่อครองตลาดในประเทศเป็นหลัก โดยมีจุดแข็งคือสามารถครอบครองและคุมตลาดเวียดนามได้ แต่ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้นเพราะ ทาง VGN ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และรอที่จะเป็นบริษัทเวียดนามที่แรกที่จะไปเปิดตัวขายหุ้นในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา และจะเป็น Startup อันดับสองของภูมภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะไปเปิดตัวในอเมริกาตาม Garena ของสิงคโปร์ที่ได้ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว

การอยู่กับสิ่งที่เรารัก และเราจะสามารถทำสิ่งนั้นออกมาได้ดีที่สุด ยังคงเป็นคำพูดที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตได้เป็นอย่างดี และยิ่งมองจากการเริ่มต้นธุรกิจของ Le Hong Minh จะเห็นได้ชัดว่า เพราะเป็นสิ่งที่รักจึงทำให้เขาชอบที่จะอยู่และรักที่จะทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อพัฒนาสิ่งที่เรารักให้ไปได้ไกลกว่าเดิม

เพราะฉะนั้นในวันนี้ลองมองสิ่งที่คุณชื่นชอบหรือรักมันมาเริ่มต้นทำเป็นธุรกิจหรือลองวาดแผนในอนาคตเล็กๆจากสิ่งที่ชอบเอาไว้ในใจ เผื่อว่าจากสิ่งที่คุณรักจะกลายมาเป็นธุรกิจที่กว้างขวางอย่างธุรกิจของบริษัท VGN ได้

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในประเทศอาเซียน 9 ใน 10 ประเทศ เพื่อให้บริการท่าน

สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

อีเมล: [email protected] โทรศัพท์ 02 -230-2758 หรือ สายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น