“กระเป๋าผ้าต่อ” จากภูมิปัญญาไทย มีรางวัล Demark Award 2014 การันตี

สินค้าแฮนด์เมดที่สร้างสรรค์ด้วยฝีมือ กำลังเป็นที่นิยมในยุคสมัยนี้ โดยเฉพาะกระเป๋าผ้าลดโลกร้อน อย่าง”กระเป๋าผ้าต่อ” ที่ทำจากเศษผ้าเหลือใช้ ประดิษฐ์ประดอยเป็นกระเป๋าแฟชั่นภูมิปัญญาไทย จนได้รับรางวัลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ Demark Award 2014 เป็นเครื่องการันตี

ความสร้างสรรค์คือหนทางต่อยอดธุรกิจ
“กระเป๋าผ้าต่อ” ผลงานของคุณแม่ คุณโต้ สราวุธ กลิ่นสุวรรณ ลูกชายที่สืบทอดธุรกิจต่อจากคุณแม่เล่าว่า “ธุรกิจกระเป๋าผ้าต่อเป็นสินค้าแฮนด์เมด ซึ่งแนวคิดนี้เริ่มมาจากคุณแม่ที่ท่านทำงานทางด้านศิลปะมาก่อน พอมีเศษผ้าเหลือใช้ก็เอามาสร้างประโยชน์ ด้วยการผลิตเป็นกระเป๋าหิ้วแฟชั่น บางครั้งท่านก็ทำเสื้อขายบ้าง แต่คุณแม่หยุดขายบ่อย เลยทำให้ผมตัดสินใจสืบทอดธุรกิจนี้ดีกว่า ด้วยการต่อยอดสินค้ากระเป๋าผ้าต่อ แต่ยังคงคอนเซ็ปเดิมไว้ เพียงแต่ประยุกต์สินค้าให้เข้ากับสังคมปัจจุบัน พร้อมกับและสร้างแบรนด์ชื่อว่า RetroMemo”

เป็นสินค้าใหม่ต้องแสดงตนให้คนรู้จัก
“เมื่อเราสร้างแบรนด์ RetroMemo สิ่งแรกต้องทำความรู้จักกับคนทั่วไป ดังนั้นผมจึงเปิดตัวธุรกิจด้วยการเข้าไปเป็นสมาชิกศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพเมื่อปี 2557 พร้อมนำสินค้าเข้าประกวดกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และได้รางวัล Demark Award 2014 รวมทั้งจดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นที่เรียบร้อย”

จุดเด่นของกระเป๋าผ้าต่อ
“กระเป๋าผ้าต่อเมื่อก่อนใช้เศษผ้าที่เหลือใช้มาเย็บติดกันให้เกิดเป็นกระเป๋าแฟชั่นสำหรับผู้หญิง พอได้เข้ามาสืบทอดธุรกิจต้องยกระดับคุณภาพขึ้น ด้วยการหาผ้าที่มีคุณภาพ พร้อมทั้งเพิ่มความแปลกใหม่ให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน เช่น นำผ้ายีน,ผ้าผ้าย ฯลฯ มาทำ ซึ่งกระเป๋าที่ผลิตขึ้นจะใช้วิธีต่อผ้าทั้งใบ เป็นผ้าลักษณะ 6 เหลี่ยมจัดวางกลุ่มสีของผ้าต่อให้สวยงาม เกิดลวดลายขึ้นตามจินตนาการ และจุดเด่นนี้จึงทำให้เราได้รับรางวัลดังกล่าว”

“ต้นทุนในการผลิตแทบไม่ได้ใช้เลย ส่วนราคาขายอยู่ที่ใบละ 1,280 บาท นำสินค้าไปฝากขายอยู่ที่สยามเซ็นเตอร์ คาซีโอกาญจนา และเปิดเฟสบุ๊กในชื่อว่า RetroMemo ซึ่งในแต่ละเดือนสามารถขายกระเป๋าได้ 20-30 ใบ รวมเป็นเงินทั้งหมด 38,000 กว่าบาทต่อเดือน”

เริ่มต้นทำธุรกิจด้วยแนวคิดที่แปลกใหม่
“ธุรกิจกระเป๋าของผมต่อยอดมาจากคุณแม่ เดิมเป็นสินค้ารูปแบบนี้ ลักษณะนี้ พอเมื่อเราเข้ามาสืบทอดต้องพัฒนาให้ดีขึ้น แต่ยังคงแนวคิดเดิมเอาไว้ ดังนั้น ก่อนที่จะทำธุรกิจอะไรผมมักคิดเสมอว่า ต้องทำในสิ่งที่ตนเองรัก ถ้าเรามีความชอบ ก็ไม่ยากเลยที่จะทำให้ดีขึ้น และเมื่อเรามีความตั้งใจจริง ทุ่มเทให้กับงาน ผลที่ออกมาย่อมดีแน่นอน”

เมื่อเจอปัญหา ต้องรีบแก้ให้เรียบร้อย
1.เริ่มแรกของการทำธุรกิจคือการทำให้ลูกค้ารู้จักเรา ซึ่งวิธีการแก้ไขคือ พยายามนำสินค้าออกบูธ หรือดันสินค้าเข้าไปประกวดในเวทีต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับประเภทสินค้าของเรา
2.การคิดค้นพัฒนาสินค้าให้มีความทันสมัยมากขึ้น ต้องพยายามจับความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้ได้ ว่าเขานิยมอะไร ชอบอะไร เป็นต้น
3.ปัญหายอดฮิตคือเศรษฐกิจ ซึ่งเราอย่าไปโฟกัสเรื่องนี้มาก ให้กลับมาคิดเกี่ยวกับตัวสินค้าของตนเองดีกว่าว่าจะพัฒนาอย่างไรให้ดีขึ้น เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า

 

1_3กระเป๋าผ้าต่อBBL_SME-In-Focus_กุมภาพันธ์_2

783 Total Views 4 Views Today
แสดงความคิดเห็น