ธุรกิจ Startup ยื่นเรื่องใช้ลดหย่อนภาษีได้

ธุรกิจ Startup ลดหย่อนภาษีได้แล้ว

ธุรกิจ Startup เป็นธุรกิจที่มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้คนมากมายที่สนใจจะนำไอเดียมาลงทุนในธุรกิจประเภทนี้ และยิ่งน่าสนใจมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะในตอนนี้ผู้ที่ประกอบธุรกิจ Startup สามารถนำเงินลงทุนที่ลงทุนไปในธุรกิจ มาหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเพื่อเป็นส่วนที่ช่วยในการลดหย่อนภาษีได้

คณะรัฐมนตรี ลงมติเห็นชอบมาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่นักลงทุนในวิสาหกิจเริ่มต้น หรือ Startup สามารถนำเงินลงทุนมาหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันทั้งหมดแล้วไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับปีภาษีนั้น โดยผู้มีเงินได้ต้องถือหุ้นในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ไม่น้อยกว่า 2 ปีต่อเนื่องกันนับแต่วันที่ลงทุนในหุ้นนั้น ทั้งนี้เฉพาะที่ได้จ่ายไปในระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2561 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562

โดยคนที่ได้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีจากการลงทุนในครั้งนี้ คือ คือ Co-founder และ Angel investor โดยคาดการณ์ว่ารูปแบบที่น่าจะเป็น ได้แก่

1. Co-founder หรือผู้ร่วมก่อตั้ง ที่มีไอเดียในการทำ Startup จึงได้รวมเงินลงทุนเพื่อก่อตั้งบริษัท ซึ่งในกรณีนี้ Co-founder สามารถนำเงินลงทุนก้อนนี้ไปใช้ลดหย่อนภาษีได้

2. Co-founder ที่ได้ก่อตั้งบริษัท Startup ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ในส่วนของเงินก้อนแรกที่ลงทุนไปไม่พอ ทำให้ Co-founder ตัดสินใจจดทะเบียนเพิ่มทุน แล้วจัดการลงเงินเพิ่มกันเอง Co-founder จะสามารถนำเงินทุนก้อนใหม่ไปใช้ในการลดหย่อนภาษีได้

3. Co-founder มีไอเดียทำ Startup จึงไปร่วมพิทช์งานกับ Angel Investor เพื่อให้ร่วมเงินลงทุนและร่วมกันตั้งบริษัท Startup ขึ้นมา ในกรณีแบบนี้ Angel Investor สามารถนำเงินลงทุนก้อนนี้ไปใช้ลดหย่อนภาษีได้

4. บริษัท Startup มาพิทช์งานกับ Angel Investor เพื่อขอให้ร่วมเงินลงทุนและโดยเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทเพื่อให้ Angel Investor มาถือหุ้นด้วย ซึ่ง Angel Investor จะสามารถนำเงินลงทุนก้อนไปใช้ลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน
แต่ ! Angel Investor ถ้าหากซื้อหุ้นโดยตรงจากมือ Co-founder จะนำเงินลงทุนไปลดหย่อนภาษีไม่ได้เพราะไม่ใช่การเพิ่มทุนหรือจัดตั้ง Startup

บริษัท Startup ที่สามารถลดหย่อนภาษีได้นั้นจะต้องจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 – 31 ธันวาคม 2562 และขึ้นทะเบียน Startup กับ สวทช. แล้ว โดยมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และยอดขายไม่เกิน 30 ล้านบาท ซึ่งอย่างน้อย 80% ของยอดขายต้องมาจากการทำธุรกิจ Startup ด้วย ดังนั้น ใครที่ลงทุนตั้งธุรกิจ Startup หรือเพิ่มทุนไว้ในช่วงเวลาดังกล่าว ควรศึกษาสิทธิ์ลดหย่อนนี้เพื่อไม่ให้เสียประโยชน์แก่ตนเอง

แสดงความคิดเห็น