เทคนิคที่ทำให้ E-Commerce ของคุณประสบความสำเร็จเร็วขึ้น

9 เทคนิคที่ช่วยให้เว็บไซต์ E-Commerce ประสบความสำเร็จ

การทำธุรกิจ E-Commerce ที่ปัจจุบันไม่ได้ยึดติดอยู่แค่การขายสินค้าออนไลน์ แต่มันถูกพัฒนาใหม่ให้ออกเป็นสินค้าและบริการที่มีความหลากหลายในรูปแบบ และในตอนนี้ E-Commerce ได้เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของทุกๆ คนแล้วแบบที่บางคนยังไม่ทันรู้ตัวก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะฉะนั้นเมื่อธุรกิจ E-Commerce เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตคนในปัจจุบัน เจ้าของธุรกิจควรให้ความสำคัญและศึกษาเทคนิคต่างๆ เพื่อนำไปประยุกษ์ใช้ให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จต่อไป

1. โฟกัสที่ลูกค้า เพราะข้อจำกัดหนึ่งคือไม่สามารถให้ลูกค้าได้สัมผัสกับสินค้าจริงได้โดยตรงจากเว็บไซต์ แม้ว่าจะมีคนพยายามคิดค้นวิธีต่างๆมาสนับสนุนแต่สิ่งสำคัญ คือ คุณต้องรู้ความต้องการของลูกค้า ว่าลูกค้าต้องการอะไรจากการซื้อสินค้า อาจนำเสนอด้วยภาพและรายละเอียดที่ดึงดูด วิดีโอสาธิต ที่สำคัญคือเว็บไซต์ต้องอำนวยความสะดวกในการซื้อให้ลูกค้า หรืออาจมีค่าจัดส่งให้ฟรี

2. อย่ารีบเปิดตัวเว็บไซต์ E-Commerce ถ้าไม่พร้อม เป็นความผิดพลาดที่เจ้าของเว็บมักไม่ค่อยให้ความสำคัญ แต่มักจะกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้เว็บไซต์ E-Commerce ไปสู่ความล้มเหลวได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งนั่นคือความไม่พร้อมของเว็บไซต์และข้อมูล เพราะฉะนั้นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือการเตรียมความพร้อมให้ครบทุกส่วน

3. ต้องรองรับมือถือ ทุกวันนี้ทุกคนหันมาใช้มือถือในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ มากกว่า PC หรือ Notebook ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก หากคุณยังไม่ทำให้ธุรกิจของคุณอยู่บนจอมือถือ ธุรกิจของคุณก็มีโอกาสที่จะก้าวถอยหลังอย่างแน่นอน

4. จัดเก็บรวบรวมข้อมูลให้ดี การที่คุณจะจัดเก็บข้อมูลเหล่านั้นให้เป็นหมวดหมู่พร้อมใช้งานได้นั้น คุณอาจจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ดี หนึ่งในนั้นคือการจัดการเว็บไซต์ E-Commerce จะช่วยให้คุณสามารถจัดการข้อมูลทุกส่วนอย่างเป็นระเบียบ และต้องมีผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาเว็บไซต์ระบบ e-Commerce เข้ามาช่วยเหลือคุณในการจัดการเรื่องเหล่านี้ เพราะนอกจากจะประหยัดเวลา ยังทำให้มั่นใจได้ว่าเว็บไซต์จะสามารถทำงานได้อย่างไร้ปัญหา

5. ใช้สื่อโซเชียลอย่างถูกวิธี โซเชียลเป็นสื่อที่จะทำให้คุณเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด และสามารถเข้าใจลูกค้าได้อย่างแท้จริง แต่ถ้าหากไม่มีทีม หรือไม่มีคนที่มีความสามารถในการเขียนบทความดีๆ หรือออกแบบรูปภาพสวยๆ ควรจ้างทีมที่มีความถนัดเข้ามาช่วยเฉพาะในส่วนนั้นๆ แต่คุณจะต้องเป็นผู้ที่เข้าไปสื่อสารและตอบความคิดเห็นต่างๆ ด้วยตัวเอง แต่หากธุรกิจมีขนาดใหญ่แนะนำให้ลองหาคนที่มีความถนัดเข้ามาช่วยบริหารในส่วนนี้ร่วมกับคุณ

6. พัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง คือกุญแจสำคัญของทุกธุรกิจ และเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ฉะนั้นจึงต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้สอดคล้องกับโลกและพฤติกรรมของลูกค้าอยู่เสมอ

7. ต้องทดสอบจนมั่นใจว่าใช่ ก่อน ระหว่างและหลังที่เปิดตัวเว็บไซต์ สิ่งที่ควรลงทุน คือการทดสอบการใช้งานเว็บไซต์จากผู้ใช้จริง และนำผลที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงเว็บไซต์อยู่เสมอ

8. ติดท็อปใน Google Search การที่สามารถเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆของลูกค้าได้ ย่อมส่งเสริมให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้รวดเร็ว เพราะทุกวันนี้ Google Search มีอิทธิพลอย่างมากสำหรับเว็บไซต์ E-Commerce เพราะเมื่อลูกค้าต้องการค้นหาสินค้าหรือบริการใด พวกเขามักใช้ Google ในการค้นหาเสมอ เพราะฉะนั้นจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าถ้าคุณสามารใช้ Keyword ที่ทำให้ลูกค้าเจอเว็บไซต์ของคุณได้ทันที

9. อย่าลืมปุ่มโซเชียลแชร์ อีกส่วนที่ควรทำคือการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่อ่านเนื้อหาและบทความของคุณ ให้สามารถนำเรื่องราวของธุรกิจไปบอกต่อบนโซเชียลได้ ดังนั้นจึงควรมีฟังก์ชันสำหรับแชร์ในทุกหน้าเว็บไซต์อยู่เสมอ และอีกเคล็ดลับคืออย่าลืมมีพื้นที่สำหรับแสดงความคิดเห็นบนเว็บไซต์ หรือคนที่มาโต้ตอบกัน เพราะมันจะช่วยส่งเสริมให้เนื้อหาให้มีการเคลื่อนไหวและน่าสนใจมากขึ้น

เป็นเรื่องง่ายที่จะสามารถนำเทคนิคแต่ละข้อไปปรับใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการทำธุรกิจของคุณเอง และคุณสามารถศึกษาเรื่องราวการทำ E-Commerce ได้จากบทความ “มา Startup กับ E-Commerce ด้วย งบจำกัด กันเถอะ” 

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก  หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น