คณะรัฐมนตรีลงมติเก็บ VAT สำหรับ E-Commerce ต่างประเทศ

VAT สำหรับธุรกิจการขายของออนไลน์จากต่างประเทศ

เทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น นอกจากการค้าขายออนไลน์ หรือ E-Commerce ที่เกิดขึ้นในประเทศแล้ว ยังมีการขยายตัวไปถึงการค้าขายออนไลน์จากต่างประเทศ โดยมีสินค้าหลากหลายแบรนด์ที่เข้ามาขายสินค้าในประเทศไทยผ่านทางช่องทางต่างๆ

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อรับรองการจัดเก็บภาษีจากผู้ประกอบธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม จากการให้บริการจากต่างประเทศ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของไทย ต้องการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มให้มีประสิทธิภาพ และเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์ในต่างประเทศ จะมีทั้งหมด 2 ประเภท คือ 1. เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ของตนเองแล้วนะเข้ามาขายในประเทศไทย และ 2. เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มร้านค้า นั่นหมายความว่าเป็นช่องทางหนึ่งที่ให้ผู้คนนำสินค้าไปลงขายได้นั่นเอง ซึ่งกฎหมายได้กำหนดไว้ว่าผู้ประกอบการทั้งสองประเภท จะต้องมาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และจัดตั้งบริษัทตัวแทนในประเทศไทย ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาผู้ที่ซื้อสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศแล้วไม่ไปแจ้งเจ้าหน้าที่สรรพากรเพื่อจ่ายภาษี ทำให้ต้องมีกฎหมายมาเพื่อบังคับใช้มากยิ่งขึ้น

กฎหมายฉบับนี้จะจัดเก็บอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับผู้ที่ประกอบธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในต่างประเทศที่นำสินค้าเข้ามาขายในประเทศไทย โดยมีรายได้ตั้งแต่ 1.8 ล้านบาทต่อปีขึ้นไป ซึ่งกฎหมายฉบับนี้เป็นการสร้างความเป็นธรรมให้กับธุรกิจทั้งหมด ทั้งของในประเทศไทย และของต่างประเทศอีกด้วย

เป็นอีกข้อกฎหมายหนึ่งที่ทางธุรกิจ SME ที่เกี่ยวข้องจะต้องให้ความสำคัญ โดยศึกษาเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่มากขึ้น และตรวจสอบธุรกิจของตนเองให้ดีว่าจะต้องเสียภาษีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ธุรกิจของคุณเกิดการหลีกเลี่ยงภาษี หรือไปทำผิดกฎหมายเอาได้

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในประเทศอาเซียน 9 ใน 10 ประเทศ เพื่อให้บริการท่าน

สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

อีเมล: [email protected] โทรศัพท์ 02 -230-2758 หรือ สายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น