ปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ ไปเที่ยวที่ไหนดีในเดือนตุลาคม

6 สถานที่ท่องเที่ยวช่วงเดือนตุลาคม

เดือนตุลาคม เป็นช่วงที่อากาศผ่านพ้นจากช่วงหน้าฝนมา กำลังมีอากาศที่เย็นสบาย ไม่เฉอะแฉะเท่าในช่วงหน้าฝนของเดือนก่อนหน้า แต่ก็ไม่หนาวจนเกินไปเหมือนช่วงปลายปี จะเป็นช่วงเวลาที่มีอากาศเย็นสบาย เป็นอีกช่วงที่หลายคนเรียกว่า ปลายฝนต้นหนาว ดังนั้นเราลองมาดูสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับการไปท่องเที่ยวในช่วงเวลานี้กันทั้ง 6 สถานที่กันดีกว่า

1. ภูทับเบิก-เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

สถานที่ชมทะเลหมอกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเมืองไทย ทางภูทับเบิกเมื่อมาถึงคุณจะได้ชมทะเลหมอกที่งดงามและอลังการจนไม่อาจละสายตาได้ มองออกไปเห็นเพียงแต่ทะเลหมอกจนเหมือนกับได้ยืนอยู่บนก้อนเมฆกันทีเดียว ส่วนทางฝั่งเขาค้อ มีจุดชมทะเลหมอกให้ได้ไปชมหลากหลายจุด และยังมีที่เที่ยวเขาค้อที่น่าสนใจมากมาย เช่น พระตำหนักเขาค้อ จุดชมวิวยอดเขาย่า วัดผาซ่อนแก้ว เป็นต้น

2. บ้านจ่าโบ จ.แม่ฮ่องสอน

แม่ฮ่องสอนเป็นดินแดนแห่งหุบเขาและสายหมอก ที่บ้านจ่าโบนี้เป็นชุมชนเล็กๆ ของชาวมูเซอ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพักได้ พร้อมสัมผัสกับวิถีชีวิตชาวเผ่าที่อยู่อาศัยกันแบบเรียบง่าย ในตอนกลางคืนจะสามารถมองเห็นดวงดาวได้ทั่วท้องฟ้า และในเวลาเช้าเตรียมชมทะเลหมอกที่มาทักทายถึงที่พักในยามเช้า ที่ทำให้คุณติดใจชุมชนของชาวมูเซอที่นี่อย่างแน่นอน

3. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี

เขื่อนป่าสักชลสิทธ์เกิดจากโครงการเขื่อนกักเก็บน้ำแม่น้ำป่าสักอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ และบรรเทาปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำในลุ่มน้ำป่าสัก ซึ่งนอกจากจะมีประโยชน์ต่อทุกคนแล้ว ยังมีความสวยงามทางธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคมที่อากาศจะเย็นสบาย อีกทั้งยังมีเส้นทางรถไฟที่วิ่งตามแนวสันเขื่อน ถือว่าเป็นอันซีนไทยแลนด์อีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด

4. น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จ.กาญจนบุรี

เป็นน้ำตกที่เกิดจากน้ำในลำห้วยไหลผ่านเทือนเขาหินปูน จนก่อให้เกิดเป็นม่านน้ำตกที่ไหลลงมาเป็นชั้นเล็กชั้นน้อย ทั้งหมด 7 ชั้น ซึ่งชั้นที่ 4 หรือมีชื่อว่า ชั้นฉัตรแก้ว ได้รับการยอมรับว่าเป็นน้ำตกชั้นที่สวยที่สุดของห้วยแม่ขมิ้น และในช่วงเดือนตุลาคมนี้ไปจนถึงปลายปีจะเป็นช่วงที่มีน้ำมากที่สุด สามารถลงไปเล่นน้ำได้ พร้อมกับเชยชมธรรมชาติที่สวยงามรายล้อม เป็นอีกสถานที่ที่หลายๆ คนจะต้องถูกอกถูกใจ เพราะในช่วงนี้ได้เล่นน้ำเย็นๆ กับธรรมชาติสวยๆ รับรองว่าต้องมีหลายคนติดใจสถานที่นี้ไปไม่น้อย

5. ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

เมืองที่มีบรรยากาศริมทะเลที่สวยงาม เงียบสงบ เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การไปเที่ยวในวันหยุด ที่ไม่ต้องลงไปถึงทางภาคใต้ก็สามารถเที่ยวชมบรรยากาศดีๆ ทะเลสวยๆได้ ใครที่คิดว่ามีเวลาน้อยแต่อยากไปท่องเที่ยวสถานที่ที่จะช่วยพักผ่อนจิตใจได้เป็นอย่างดี แถมไม่ไกลอย่างที่คิด อย่าพลาดที่จะไปที่ปราณบุรี

6. ภูกระดึง จ.เลย

ใครที่อยากจะไปชมทะเลหมอกสักครั้งในชีวิต เดือนตุลาคมนี้ภูกระดึงเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นภูไปล่าทะเลหมอกกันอีกครั้ง ในช่วงปลายฝนต้นหนาวที่อากาษเย็นฉ่ำ แม้อุปสรรคระหว่างการเดินทางอาจจะมีบ้าง แต่จะแลกมากับการที่คุณสามารถได้ชมทะเลหมอกสวยๆ ที่หนาตากว่าช่วงฤดูหนาว น้ำตกหลายแห่งบนภูเขาก็มีน้ำเยอะ และงดงามกว่าหลายช่วงที่ผ่านมาในรอบปี อีกทั้งยังโอบล้อมไปด้วยความเขียวชอุ่มของพืนพรรณธรรมชาติรอบๆ ตัว อย่าลืมไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น และพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก ที่รับรองว่าจะช่วยลืมความเหนื่อยทั้งหมดที่เจอมาทันทีเมื่อได้พบกับธรรมชาติที่สวยงามอยู่ตรงหน้า

ทั้ง 6 สถานที่ท่องเที่ยวเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ได้ยกตัวอย่างมาเพื่อแนะนำ ในประเทศไทยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลากหลายแห่งที่ชวนคุณออกไปท่องเที่ยวกัน โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศเย็นสบายอย่างช่วงตุลาคมนี้ ใครที่กำลังหาสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ ลองเลือกมาสักที่แล้วแบบเป้ออกไปท่องเที่ยวกันเลยดีกว่า

และ ใครเคยไปท่องเที่ยวในสถานที่เหล่านี้ในช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้บ้าง สามารถมาบอกเล่า และแชร์ประสบการณ์กันได้

แสดงความคิดเห็น