ภาษีอินเดียกับสินค้าไทยที่น่าลงทุน

ภาษีอินเดียกับสินค้าไทยที่น่าลงทุน

อินเดีย ประเทศที่มีประชากรมากกว่าหนึ่งพันล้านคน มีอำนาจการซื้อมากเป็นอันดับที่ 4 ของโลก ทำให้ดินแดนแห่งนี้จัดเป็น 1 ใน 10 ตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย ในปี 2560 อินเดียได้ปรับระบบภาษีสู่ระบบGST (Goods and services tax) ซึ่งสร้างผลกระทบต่อผู้ประกอบการไม่น้อย

ระบบ GST (Goods and Services Tax) เป็นระบบที่นำมาใช้เพื่อลดความซ้ำซ้อน สร้างความโปร่งใส และลดการทุจริตจากเดิม ระบบนี้แบ่งอัตราภาษีเป็น 4 อัตรา คือ ร้อยละ 5 ร้อยละ 12 ร้อยละ 18 และร้อยละ 28 สินค้าส่วนใหญ่ที่ได้รับการยกเว้นภาษี คือ สินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ข้าว แป้ง หรือถูกเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำลงกว่าเดิม โดยสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เครื่องปรับอากาศ รถยนตร์ ถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้นถึงร้อยละ 28

อัตราภาษี GST ของสินค้าและบริการ ดังนี้

ด้านสินค้า

  • ร้อยละ 5 ได้แก่ ผักและผลไม้ เครื่องดื่ม เครื่องเทศ สินค้าจากแป้ง ข้าว ธัญพืช
  • ร้อยละ 12 ได้แก่ เนื้อสัตว์ต่างๆ อาหารทะเล ไขมันจากสัตว์ – ร้อยละ 18 ได้แก่ สารสกัดจากพืชผัก เนยเทียม ขนมที่มีส่วนผสมของน้ าตาล อาหารกึ่งสำเร็จรูป
  • ร้อยละ 28 ได้แก่ กากน้ำตาล หมากฝรั่ง ช็อกโกแลต ผงโกโก้

ด้านบริการ

  • ร้อยละ 5 ได้แก่ ขนส่งสินค้าทางรถไฟ รถเช่า การโดยสารเครื่องบินชั้นประหยัด การขายพื้นที่โฆษณา
  • ร้อยละ 12 ได้แก่ การโดยสารเครื่องบินที่ชั้นสูงกว่าชั้นประหยัด การขายอาหารและเครื่องดื่มในสถานที่ที่
    ไม่มีเครื่องปรับอากาศ – ร้อยละ 18 ได้แก่ การขายอาหารและเครื่องดื่มโดยมีใบอนุญาตขายแอลกอฮอล์
  • ร้อยละ 28 ได้แก่ การเสี่ยงโชค เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อความบันเทิง เช่น เทศกาลภาพยนตร์

เนื่องจากตลาดอินเดียมีแนวโน้มการเติบโตที่สูง จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจของผู้ประกอบการ แต่ขณะเดียวกัน การแข่งขันก็จะสูงขึ้นด้วย ผู้ประกอบการจึงควรศึกษาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจที่ถูกต้องในการลงทุน

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก  หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น