สรรพากรจับมือศุลกากร เล็งใช้ Big Data จัดเก็บภาษี

เตรียมใช้ Big Data จัดเก็บภาษี

กรมสรรพากรจับมือกับศุลกากร ยกระดับการจัดเก็บภาษีผ่าน Big Data แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันนำมาวิเคราะห์จับตากลุ่มผู้หลีกเลี่ยงภาษี

กรมสรรพากรและกรมศุลกากร รองรับนโยบายของรัฐบาลในการบูรณาการข้อมูลขนาดใหญ่ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูลให้เกิดประโยชน์ในการบริหารการจัดเก็บภาษีอากร ภายใต้กระแสโลกยุคดิจิทัล และสอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 ทำให้มีข้อมูลภาษีอยู่ในระบบ สร้างความโปร่งใส และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้มากขึ้น

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อนำ Big Data จากเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการทำงาน หรือเรียกว่า Digital Transformation หวังเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการจัดเก็บภาษีอากรควบคู่กับการยกระดับการให้บริการ และสนับสนุนผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจให้มีศักยภาพในเวทีเศรษฐกิจระดับโลก โดยการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งสรรพากรและกรมศุลกากรที่มีการระบุรายชื่อผู้เสียภาษีนำเข้าและส่งออก เพื่อแบ่งประเภทผู้เสียภาษีอย่างถูกต้องและแบ่งกลุ่มประเภทมีความเสี่ยงต้องจับตาเป็นพิเศษ

วางรากฐานประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีอากรควบคู่กับการยกระดับการให้บริการและสนับสนุนผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับรายได้ภาษีในปี 61 คาดว่าเกินเป้าหมาย 1.86 ล้านล้านบาท และคาดว่าการจัดเก็บภาษีในปีงบประมาณ 2562 จะทำได้เพิ่มขึ้น

ด้านนายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า กรมศุลกากรถือเป็นหน้าด่านในการจัดเก็บภาษีนำเข้าเฉลี่ย 2 หมื่นตู้คอนเทนเนอร์ BTU ต่อวัน เป็นยอดการจัดเก็บภาษีศุลกากรสัดส่วนร้อยละ 19 และอีกร้อยละ 81 เป็นการจัดเก็บภาษีให้กับหน่วยงานอื่น เช่น ภาษีให้กับกรมสรรพากรถึงร้อยละ 60 ความร่วมมือในครั้งนี้ ทำให้การสืบข้อมูลของผู้เสียภาษี ไม่เหวี่ยงแห่หรือเป็นการสุ่มตรวจอีกต่อไป เนื่องจากการทำ Big Data จะทราบเส้นทางการเสียภาษีได้จากขั้นตอนการตรวจสอบในใบขนส่งสินค้าแต่ละประเภท เพื่อประเมินความเสี่ยงในการหลบเลี่ยงภาษีหรือการแอบลักลอบนำของเข้ามาขายในประเทศ

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก https://www.smartsme.co.th/

แสดงความคิดเห็น