จับตามองเทคโนโลยีสุดล้ำ สำหรับธุรกิจค้าปลีก

เทคโนโลยีที่น่าจับตามอง ของธุรกิจค้าปลีก

เทคโนโลยีที่กำลังนำมาแนะนำกันต่อไปจากนี้ เป็นสิ่งที่มีการใช้งานกันแล้วในประเทศจีน ซึ่งถือว่าเป็นการก้าวไปอีกขั้นหนึ่งแล้วต่อจากการเป็นสังคมไร้เงินสด ดูแนวทางแล้วเหมือนกำลังจะกลายเป็นสังคมไร้พนักงานไปแล้ว พนักงานเก็บเงิน, พนักงานเสิร์ฟ และพนักงานขายกลายเป็นต้นทุนที่ธุรกิจ ค้าปลีก ในจีนต้องการลด เพื่อเพิ่มผลประกอบการ เรื่องนี้ต้องทบทวนให้ดีเพราะปัญหาแรงงานขาดแคลนกำลังเกิดขึ้นไปทั่ว โดยเฉพาะในประเทศที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

ระบบจ่ายเงินด้วยใบหน้า

เราคุ้นเคยกันดีกับการสั่งอาหารจานด่วนต่างๆ หลักจากที่เลือกรายการอาหารเสร็จก็จะต้องบอกกับพนักงาน เพื่อคอนเฟิร์มออเดอร์แล้วก็ทำการจ่ายเงิน แล้วก็ไปรออาหาร แต่ถ้าเป็นที่ประเทศจีนพนักงานหน้าร้านแทบจะไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป เพราะลูกค้าสามารถเลือกรายการอาหารได้จากหน้าจอทัชสกรีน จากนั้นก็ใช้ใบหน้าในการคอนเฟิร์มการจ่ายเงิน แล้วก็เดินไปรอรับอาหารได้เลย เทคโนโยลีนี้เป็นการใช้ระบบจดจำใบหน้าเชื่อมต่อเข้ากับหมายเลขโทรศัพท์มือถือ และระบบจ่ายเงินของอลีบาบา

พนักงานเสิร์ฟกลายเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย

เทคโนโลยีใหม่นี้ทำให้ เสี่ยวเอ้อ หรือพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร ตกงานกันเลยทีเดียว เพราะร้านอาหารในประเทศจีนหลายร้านเริ่มใช้ระบบรับอาหารทางตู้ล็อคเกอร์กันแล้ว โดยลูกค้าสามารถสั่งอาหารผ่านทางสมาร์ทโฟน แล้วรอ SMS ที่จะส่งเข้ามาพร้อมกับรหัสปลดล็อคตู้เมื่ออาหารพร้อมแล้ว จากนั้นลูกค้าก็เดินไปที่ตู้ล็อคเกอร์เพื่อทำการปลดล็อคแล้วนำอาหารไปรับประทาน ส่วนเครื่องดื่มก็เดินไปปลดล็อคตู้แช่การสแกน QR code เลือกเครื่องดื่มที่ต้องการแล้วทำการปิดตู้ ระบบก็จะตัดเงินจากมือถือทันที จากการตรวจเช็คจากระบบ RFID

ร้าน ค้าปลีก ไร้พนักงาน

อันนี้หนักสุด เพราะนี่คือร้านสะดวกซื้อที่ไม่มีพนักงานประจำอยู่ในร้านเลย ลูกค้าต้องใช้สมาร์ทโฟนและใบหน้าในในการทำธุระกรรมในร้านทั้งหมด เริ่มตั้งแต่การเข้าร้าน เลือกสินค้า ทำการชำระเงิน และการเดินออกจากร้าน ทุกอย่างลูกค้าสามารถทำเองได้ทั้งหมด ผ่านเทคโนโลยีการจดจำใบหน้า ระบบตัดเงินผ่านมือถือ และระบบ RFID ร้านต้นแบบตอนนี้ได้รับทุนสนับสนุนให้ขยายสาขาในประเทศจีนกันไปแล้ว

ลองบนจอได้ก่อนซื้อ

เทคโนโลยีนี้ก็ส่งผลกระทบโดยตรงกับพนักงานขาย ร้านขายเครื่องสำอางในจีนเริ่มนำเอาระบบ AR หรือ Argumented Reality มาใช้กันแล้ว กระจกในร้านจะถูกแทนที่ด้วยจอแสดงผล ที่จะทำการสแกนใบหน้าของลูกค้าแล้วทำการแสดงผลภาพใบหน้าที่มีความคมชัดพอๆ กับการมองผ่านกระจกเงา พร้อมทำการแนะนำสินค้าที่เข้ากับใบหน้าของลูกค้า ว่าควรจะใช้ผลิตภัณฑ์แบบไหนรุ่นไหน และสีไหน มากไปกว่านั้นยังสามารถทำการลองสีสันต่างๆ ได้โดยไม่ต้องเขียนลงไปบนใบหน้าจริงๆ

ไลฟ์สดกันหน้าห้าง

เรื่องไลฟ์สดนี่ในบ้านเราก็ไม่น้อยหน้าใครในภูมิภาคนี้เลย แต่ดูๆ แล้วยังเป็นการไลฟ์ผ่าน Facebook ซะมากกว่า แต่ที่ประเทศจีน Taobao ห้างออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเครืออาลีบาบา ติดตั้งระบบ livestreaming ให้กับร้านค้ามาตั้งแต่ปี 2016 แล้ว แน่นอนว่างานนี้แจ้งเกิดทั้งคนไลฟ์และยอดขายสินค้าที่ทำยอดขายในปี 2017 ได้มากถึง 17 พันล้านเหรียญกันเลยทีเดียว

พอเห็นทิศทางของการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในตลาดค้าปลีก ของประเทศจีนแล้ว หันกลับมามองบ้านเราบ้าง เชื่อว่าเรื่องของเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เราก็สามารถนำเอาเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้งานได้ หากแต่ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการลงทุนว่าในระยะยาวแล้วจะส่งผลดีต่อธุรกิจของเราหรือไม่ บวกลบคูณหารกับค่าแรงคนของเราแล้วพร้อมจะลงทุนไหม คำตอบคงมีอยู่แล้ว

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.smartsme.co.th

แสดงความคิดเห็น