อาลีบาบากำลังขยายแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซใน 4 ภูมิภาคทั่วโลก

อาลีบาบากับทิศทางการเติบโตทั่วโลก

อาลีบาบา สร้างรายได้อีคอมเมิร์ซจากประเทศจีน 89% ในปีที่ผ่านมา ส่วนที่เหลืออีก 11% มาจากการเติบโตของตลาดต่างประเทศ ลองดูตลาดใน 4 ภูมิภาคที่อาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายธุรกิจของ Alibaba ในอนาคตอันใกล้นี้
รัสเซีย

ในปี 2553 อาลีบาบาเปิดตัว AliExpress ซึ่งเป็นตลาดที่ช่วยให้ร้านค้าจีนสามารถขายผลิตภัณฑ์ของตนให้กับลูกค้าต่างประเทศได้โดยตรง Alixpress ได้รับความนิยมอย่างมากในรัสเซีย ซึ่งขณะนี้มีการคุมตลาดอีคอมเมิร์ซถึง 69% ด้วยความสำเร็จดังกล่าวอาลีบาบาได้เปิดตัว Tmall รุ่นใหม่สำหรับนักชอปชาวรัสเซียเมื่อปีที่แล้ว

รัสเซียเป็นตลาดที่อุดมสมบูรณ์สำหรับอีคอมเมิร์ซ มีสัดส่วนการเข้าใช้อินเทอร์เน็ต 71% แต่มีการคาดว่าธุรกรรมอีคอมเมิร์ซคิดเป็นสัดส่วนเพียง 3% ของธุรกรรมค้าปลีกทั้งหมดของประเทศในปีนี้
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อาลีบาบาถือหุ้นอยู่ใน Lazada สิงคโปร์ ซึ่งเป็นผู้ค้าอีคอมเมิร์ซชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อปีที่แล้ว บริษัท Ant Money ของ Alibaba ซึ่งเป็นผู้ควบคุมแพลตฟอร์มการชำระเงินของ AliPay รวมเข้ากับกลุ่ม HelloPay ของ Lazada อาลีบาบายังเป็นผู้นำในการลงทุนมูลค่า 1.1 พันล้านเหรียญใน Tokopedia ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่สำคัญในอินโดนีเซียเมื่อปี 2560
อาลีบาบาสามารถเข้าถึงผู้บริโภคผ่าน Lazada กว่า 600 ล้านราย ในสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ซึ่งยอดขายออนไลน์ยังคงมีสัดส่วนไม่ถึง 5% ของการค้าทั้งหมดในภูมิภาคนี้

นอกจากนั้น Lazada ยังเป็นเจ้าของ RedMart ซึ่งเป็นบริษัททำร้านขายของชำในสิงคโปร์ และเคยร่วมมือกับ Uber และ Netflix เพื่อเปิดตัว LiveUp ซึ่งเป็นแพ็กเกจแบบ Prime-like ที่ให้บริการจัดส่งเร่งด่วนหรือลดราคาจาก Lazada และ Alibaba’s Taobao Collections ส่วนลดพิเศษสำหรับ Redmart, Uber และ Netflix

อินเดีย

อาลีบาบาได้ลงทุนประมาณ 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐในตลาดอินเดียผ่านการลงทุนในแอปพลิเคชัน Paytm ร้านขายของชำ BigBasket ร้านค้าออนไลน์ Snapdeal แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซร้านอาหาร Zomato และแอปพลิเคชัน TicketNew นอกจากนี้ยังมีการลงทุนในภาพยนตร์อินเดียและ UC Browser สำหรับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ

อาลีบาบาควบคุมตลาดอีคอมเมิร์ซของอินเดียมากกว่า Flipkart ซึ่งจำนวนผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ในอินเดียเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าเป็น 120 ล้านรายในปีนี้ ตัวเลขนี้เป็นเพียงประมาณ 1 ใน 4 ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมดของอินเดีย

เม็กซิโก

ปีที่แล้วอาลีบาบาได้ลงนามข้อตกลงกับกลุ่มการค้าและการลงทุน Promexico เพื่อส่งออกผลิตภัณฑ์ เช่น อะโวคาโดและเตกีลาไปยังจีน ผ่านทางแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ อาลีบาบาต้องการให้ผู้ขายชาวเม็กซิกัน 100 รายลงทะเบียนก่อนที่จะเปิดตัว แต่มีเพียง 24 บริษัท ที่ได้รับการอนุมัติจนถึงขณะนี้

อัตราการยอมรับนั้นค่อนข้างซบเซา เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนด้านโลจิสติกส์และการประกันภัย แต่อาลีบาบาเชื่อว่าแพลตฟอร์มนี้จะเป็นก้าวแรกของประเทศในละตินอเมริกาซึ่งจะสามารถชดเชยได้ในระยะยาว

ถึงแม้ว่าอาลีบาบาได้จัดเตรียมหน้าอีคอมเมิร์ซเฉพาะสำหรับ 17 ประเทศแล้ว แต่ตลาดเหล่านี้เช่น สหรัฐและญี่ปุ่น ถูกควบคุมโดยผู้เล่นชั้นนำอย่าง Amazon หรือ Rakuten ดังนั้น นักลงทุนที่มุ่งเน้นโอกาสการเติบโตในระยะยาวของอาลีบาบาควรพิจารณาความพยายามในรัสเซีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย และละตินอเมริกาอย่างใกล้ชิด

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.smartsme.co.th

แสดงความคิดเห็น