นักวิชาการ นิด้า ชี้ จุดอ่อนนักธุรกิจไทยในเวทีอาเซียน

ผอ.ศูนย์อาเซียนฯ นิด้า แนะ ไทย เพิ่มศักยภาพ 5 จุด เสริม ขีดความสามารถบนเวทีเศรษฐกิจโลก

ปาฐกถาพิเศษ การก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียน โดย ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนและเอเชียศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ภายในงาน สัมมนาวิชาการโอกาสการค้าการลงทุนในอาเซียน “เจาะลึก…โอกาสการค้าการลงทุน…กัมพูชา” จัดขึ้นมาเพื่อสร้างองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาคมอาเซียน ให้มีความรู้ความเข้าใจเศรษฐกิจกัมพูชา ในด้านการค้าและการลงทุน

รศ.ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดี สถาบันบัณฑิตบริหารศาสตร์ เริ่มต้นกล่าวเปิดงานว่า การลงทุนในอาเซียนกำลังได้รับความสนใจ เนื่องจากการรวมตัวที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หลายฝ่ายมีการตื่นตัวเพื่อความพร้อมเสริมสร้างขีดความสามารถในด้านการค้าและการลงทุนในกัมพูชา

จากนั้น ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนและเอเชียศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้กล่าวปาฐกถาต่อว่า ในปัจจุบันถือว่าได้เข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ รวมถึงข้อตกลงในทุกอย่างที่ได้ลงนามร่วมกันก็เริ่มบังคับใช้ทันที ซึ่งต่อไปนี้ผู้ประกอบการประเทศไทยที่เคยผลิตสินค้าเพื่อบริโภคภายในประเทศจะไม่เป็นแบบเดิมอีกต่อไป เพราะฐานลูกค้าจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 600 ล้านคน ยังไม่รวมประชากรที่จะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

ดร.สมบัติ กล่าวเสริมอีกว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากอัตราการเติบโตของประชากรต่ำที่สุดอยู่ในราว 60 – 70 ล้านคน มีความคล้ายกับประเทศที่พัฒนาแล้วในซีกโลกตะวันตก เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน อย่าง เช่น ประเทศอินโดนีเซีย ที่จะมีประชากรเพิ่มขึ้นมาเป็น 100 กว่าล้านคน ซึ่งการเปิดเป็นประชาคมอาเซียนจะสามารถแก้ไขวิกฤตการณ์ขาดแคลนแรงงานในประเทศไทย จากข้อตกลงการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรี จะทำให้ได้แรงงานเสริมจากเพื่อนอาเซียนมาทดแทน รวมถึงในอนาคตจะมีสมาชิกอีก 2 ชาติ เข้ามาร่วมอาเซียนด้วย คือ ติมอร์ เลสเต และปาปัวนิวกินี

ด้านการพัฒนาศักยภาพจุดอ่อนของไทยในประชาคมอาเซียน ดร.สมบัติ กล่าวว่า ไทยจำเป็นต้องขัดเกลาความสามารถในการแข่งขันโดยเริ่มจากพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในเรื่องการสื่อสารภาษาอังกฤษและคุณภาพแรงงานมีฝีมือ รวมถึงการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานระหว่างอาเซียน ทั้งเส้นทางรถไฟ ถนนไฮเวย์ การขนทางทะเล การบินและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งประเทศไทยยังต้องส่งเสริมการค้าและการลงทุนในอาเซียนให้มาก รวมถึงความเข้าใจในพหุวัฒนธรรมของเพื่อนบ้าน และเปลี่ยนทัศนคติต่อประเทศเพื่อนบ้าน(Mind Set) เพื่อสร้างความร่วมมือด้านมั่นคงระหว่างกัน

“ประเทศไทยตอนนี้เป็นรองแค่สิงคโปร์และมาเลเซียเท่านั้น ผู้ประกอบการไทยจะกินแต่ในประเทศไม่ได้อีกแล้ว แต่จงตักตวงหาผลประโยชน์จากการที่เราเป็นอาเซียนมากขึ้น สำหรับกัมพูชา ประเทศไทยส่งออก อาหารและเครื่องดื่มมากที่สุด โดยมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งจะสามารถขยายตัวได้มากขึ้นอีกในอนาคต”

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

BBL_SME-Gi-Inter_กุมภาพันธ์_5 sme

508 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น