สร้างแบรนด์ให้ดีได้ด้วย 4 ข้อนี้

ควรรู้ก่อนสร้างแบรนด์

การสร้างแบรนด์มักถูกหยิบยกมาพูดถึงบ่อยครั้งถึงความสำคัญ แต่หลายคนคงไม่รู้ว่า แบรนด์ประกอบด้วยอะไรบ้าง หากรู้ไว้ก็จะช่วยให้ผู้ประกอบการทั้งหลายคุยกับใครๆ ได้รู้เรื่อง และที่สำคัญยังจะช่วยให้เข้าใจและนำไปใช้กับกิจการตัวเองได้ด้วยเช่นกัน

แบรนด์มีองค์ประกอบที่สำคัญอยู่ 4 อย่างคือ

1. Brand Attributes

รูปลักษณ์ภายนอกของผลิตภัณฑ์ สิ่งทำให้ผู้บริโภคจดจำได้และสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น โลโก้ บรรจุภัณฑ์ หีบห่อ เอกสารประชาสัมพันธ์ รูปลักษณ์ภายนอก พูดง่ายๆ คือ ลักษณะทางกายภาพที่จะสะท้อนให้เห็นถึงแบรนด์นั้นๆ

2. Brand Benefits

คุณประโยชน์ของแบรนด์ สามารถแบ่งได้ 2 ส่วนหลัก คือ Functional Benefit คุณค่าหรือประโยชน์ทางด้านกายภาพ เป็นสิ่งที่วัดและจับต้องได้ เป็นการตอบสนองความต้องการ (Needs) ของผู้บริโภคโดยเน้นที่เหตุผลเป็นหลัก ในขณะที่ Emotional Benefit คือ คุณค่าทางด้านอารมณ์ ความรู้สึก การตลาดแบบนี้มีความพยายามที่จะตอบสนองความต้องการ (Needs) ของผู้บริโภคด้านจิตใจ ด้านอารมณ์ ไม่ใช่ด้านเหตุผล เช่น ซื้อสินค้าหรือบริการนั้น ๆ เพราะใช้แล้วสนุก ใช้แล้วเกิดความภูมิใจ ใช้แล้วรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ใช้แล้วรู้สึกตนเองมีคุณค่า เป็นต้น

3. Brand Value

คุณค่าของตราสินค้า เป็นคุณค่าที่เกิดจากความอิ่มเอิบหรือภูมิใจของผู้บริโภค ในการได้ใช้สินค้าและบริการของแบรนด์ ความสำเร็จประการหนึ่งในการสร้างแบรนด์ คือ การทำให้ผู้บริโภคเห็นถึงคุณค่าของสินค้าหรือบริการ ในบางครั้งเมื่อผู้บริโภคเห็นถึงคุณค่า ก็จะเต็มใจจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการนั้นๆ โดยไม่ได้คำนึงถึงราคา มักจะเกิดกับแบรนด์ที่ได้รับความนิยมหรือสินค้าประเภทแบรนด์เนม และนี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องสร้างแบรนด์ และสร้างคุณค่าให้แบรนด์ เพราะการสร้างคุณค่า จะช่วยทำให้สินค้ามีมูลค่านั่นเอง

4. Brand Personality

บุคลิกของสินค้า วิธีที่ง่ายที่สุดในการหาบุคลิกของสินค้า คือ นำสินค้าไปเทียบกับคนและให้คิดว่าคน ๆ นั้นต้องมีหน้าตาท่าทางแบบไหน บุคลิกแบบไหน นิสัยแบบไหน ใช้ชีวิตอย่างไร ชอบคิดชอบทำอะไร นี่คือหลักการที่บริษัทใช้ในการหาพรีเซ็นเตอร์สินค้า ตัวอย่างที่พบได้ง่าย คือ รถยนต์ที่ใช้พรีเซ็นเตอร์ต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมาย เช่น เลือกใช้เจมส์ จิรายุ เป็นพรีเซ็นเตอร์ เพราะกลุ่มเป้าหมายที่ใช้รถเป็นกลุ่มนักศึกษาปีท้าย ๆ หรือผู้ที่เริ่มต้นทำงาน บุคลิกของพรีเซ็นเตอร์จึงเปรียบได้กับบุคลิกของสินค้าที่มีความเป็นวัยรุ่น ชอบความตื่นเต้นท้าทาย ใช้ชีวิตแบบมีสีสัน รถยนต์ขนาดเล็กจึงมักออกแบบมาให้มีสีสันมากกว่ารถยนต์สำหรับคนวัยทำงาน หรือวัยกลางคน เป็นต้น

ขอขอบคุณบทความจาก www.smartsme.co.th

แสดงความคิดเห็น