20 อันดับสินค้าส่งออกไทยในตลาด AEC

โอกาสทองของเอสเอ็มอีเปิดกว้างในตลาด AEC

ตลาดในภูมิภาคอาเซียนกลายเป็น good destinations ที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตา สาเหตุจาก 2-3 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจค่อนข้างเข้มแข็ง และเติบโตโดดเด่นเมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ดังนั้นในปี 2562 นี้บรรดาผู้ประกอบการไทย ควรใช้โอกาสที่ประเทศไทยจะเป็นผู้นำอาเซียน แสวงหาโอกาสทางการค้าการลงทุนในตลาดนี้

สำหรับสถิติการส่งออกของไทยไปอาเซียนมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปี 2560 ไทยมีมูลค่าสูง 2,018,313.2 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2561 (มกราคม – พฤศจิกายน) มีมูลค่า  2,029,924.19 ล้านบาท คิดเป็นกว่า 2 เท่าของสินค้าไทยที่ส่งออกไปจีน โดยมูลค่าส่งออกไทยไปจีน ปี 2561 (มกราคม – พฤศจิกายน) มีมูลค่า 880,233.4 ล้านบาท

ขณะที่อัตราการขยายตัวของมูลค่าการส่งออกของไทยใน 9 ประเทศอาเซียน ปี 2561จากการประเมินของกระทรวงพาณิชย์ คาดว่าจะเติบโตที่ร้อยละ 8  โดยเฉพาะกัมพูชาที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในตลาดอาเซียน ซึ่งพิจารณาจากรายละเอียดในตาราง ดังนี้

ขณะที่กลุ่มสินค้ายอดนิยมที่มีการส่งออกมาที่สุดในอาเซียน 20 อันดับ ในปี 2560 คือ 1.รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 2.น้ำมันสำเร็จรูป 3.เม็ดพลาสติก 4.เคมีภัณฑ์ ,5.อัญมณีและเครื่องประดับ 6.เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล 7.เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 8. เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 9.แผงวงจรไฟฟ้า 10.เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ 11.น้ำตาลทราย 12.เครื่องดื่ม 13.ผลิตภัณฑ์ยาง 14.เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 15.ผลิตภัณฑ์พลาสติก 16.เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว 17.ข้าว 18ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง 19.กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ 20.ยางพารา

สถิติการส่งออกใน 20 รายการข้างต้น มีมูลค่า 1,346,571.9 ล้านบาท ขณะที่สินค้าอื่นๆ ที่ส่งออกในตลาดนี้ มีมูลค่ารวมกันราว 6 แสนล้านบาท ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่าอาเซียนเป็นตลาดที่มีความหลากหลายอย่างมาก

CLMV ดาวเด่นโอกาสการค้า

นายนิยม ไวยรัชพานิช รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้วิเคราะห์ตลาด CLMV ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียน ว่า เวียดนามเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของไทยและยังมีอัตราการเติบโตที่ดี ปัจจุบันมีนักลงทุนไทยไปทำธุรกิจจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอที่เวียดนามมีต้นทุนด้านค่าแรงงานต่ำกว่าไทย ทั้งยังได้สิทธิพิเศษด้านภาษีในตลาดอเมริกาและEU ซึ่งไทยไม่ได้สิทธิ ดังนั้นช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จะเห็นภาพอุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูปไทยย้ายฐานการผลิตไปเวียดนามมากขึ้น

เวียดนามตั้งเป้าพัฒนาเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่ทันสมัยภายในปี พ.ศ. 2563 เน้นการใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ได้แก่ ด้านการแปรรูปสินค้าเกษตรและประมง อิเล็กทรอนิกส์ การคมนาคมสื่อสาร พลังงานใหม่และพลังงานทดแทน วิศวกรรมเครื่องกล และเภสัชเคมี ทั้งเปิดกว้างอย่างมากในการลงทุนและการจับคู่ทางธุรกิจ

จากประสบการณ์ของนักลงทุนไทยที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เริ่มต้นจากการส่งออกสินค้าไปทดสอบตลาดในเวียดนาม ก่อนและทำความรู้จักกับพฤติกรรมการบริโภค แล้วพิจารณาปริมาณความต้องการซื้อ หากมีมากพอจึงค่อยขยายไปทำการผลิตในเวียดนามภายหลัง

ด้านประเทศกัมพูชา ประเทศที่อัตราการเติบโตของจีดีพีสูงที่สุดในอาเซียนในปี 2560 โดยการจัดอับดับของ World Bank นับเป็นตลาดที่มีศักยภาพ ทั้งยังมีพรมแดนที่ติดกับประเทศไทย ทำให้การค้าชายแดนเติบโตมาก รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคในกัมพูชา มีความคล้ายคลึงกับไทย ทำให้ตลาดเปิดกว้างในทุกมิติ

ขณะที่ ตลาดในเมียนมาและ สปป.ลาว ที่เติบโตได้ดีในกลุ่มสินค้าอุปโภค-บริโภค หรือ กลุ่มของกิน ของใช้ ธุรกิจด้านสุขภาพ ธุรกิจบันเทิง การศึกษา และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องด้านการท่องเที่ยว ทั้งสองประเทศมีประชากรวัยหนุ่มสาวจำนวนมาก และมีกำลังซื้อสูงขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ ขยายตัวดีขึ้นกว่าในอดีต แต่ก็ส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน จุดนี้ การแสวงหาโอกาสของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยที่จะไปเปิดตลาดในเมียนมาและสปป.ลาว อาจจะต้องมีการศึกษาพฤติกรรมการบริโภคสินค้าของคนรุ่นใหม่ในสองประเทศนี้ด้วย

อาเซียน 5 (เดิม) โตไม่แพ้กัน

ด้าน นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า ในกลุ่มประเทศอาเซียนเดิม หรือ อาเซียน 5  ถือว่าเป็นกลุ่มตลาดที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง  ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย ที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน มีการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและมีเสถียรภาพ จนกลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจโตเร็วอันดับต้น ๆ ของโลก

มาเลเซีย มีนโยบายเปิดกว้างด้านการค้าการลงทุนอย่างมาก โดยเฉพาะการลงทุนด้านการสร้างมูลค่าเพิ่ม เทคโนโลยีขั้นสูง เน้นการใช้องค์ความรู้  และทักษะฝีมือ เนื่องจากมาเลเซียตั้งเป้าที่จะเป็นประเทศที่มีรายได้สูงและสร้างเศรษฐกิจบนฐานแห่งความรู้ภายในปี 2020

ฟิลิปปินส์ มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับค่อนข้างสูงอย่างต่อเนื่องในทุกปีทำให้ได้รับการขนานนามจาก World Bank ว่าเป็น ‘มหัศจรรย์แห่งเอเชีย’

สิงคโปร์ มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค และเป็นประเทศที่เป็นพื้นฐานการผลิตด้านอุตสาหกรรมขั้นสูง รวมทั้งการให้การสนับสนุนด้านการคิดค้น/วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และให้สิทธิประโยชน์ในการลงทุนแก่นักลงทุนต่างประเทศอย่างเท่าเทียมกับนักลงทุนในประเทศ

บูรไน แม้จะเป็นตลาดขนาดเล็ก แต่มีกำลังซื้อสูง มีการแข่งขันน้อยหากเทียบกับประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยกัน ทั้งปัจจุบันรัฐบาลบรูไนให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคเศรษฐกิจด้านอื่นๆนอกเหนือจากน้ำมัน รวมถึงการส่งเสริมให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศ ผู้ประกอบการไทยจึงมีโอกาสทางการค้า การลงทุนสูง โดยเฉพาะธุรกิจภาคเกษตรและบริการ ที่ผู้ประกอบการไทยมีความเชี่ยวชาญ

กลุ่มผู้บริโภคในตลาดอาเซียน 5  นิยมสินค้าระดับบนเพิ่มขึ้น สินค้าไทยที่มีโอกาสเจาะตลาดกลุ่มนี้ ได้แก่ สินค้ากลุ่มอาหารสำเร็จรูป ไม่ว่าจะเป็นอาหารพร้อมรับประทาน อาหารฮาลาล สินค้าอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์การสื่อสาร/โทรศัพท์มือถือ  สินค้ากลุ่มยานยนต์  สินค้าเพื่อสุขภาพทั้งด้านอุปโภคและบริโภค และ สปา

AEC กำลังเปิดกว้างสำหรับเอสเอ็มอี อยู่ที่การแสวงหาโอกาสที่ถูกต้องเหมาะสม บางครั้งเราไม่ต้องมองไกลไปถึงยุโรป หรือ อเมริกา เพราะของดีอยู่ใกล้ๆนี่เอง

แสดงความคิดเห็น