อีคอมเมิร์ซ-Express กระแสแรง ต่างชาติแห่ลงทุน

อาลีบาบาไม่เพียงใช้ Lazada เป็นร่างทรงรุกธุรกิจอีคอมเมิร์ซในไทย ทั้งล่าสุดยังขยายไปลงทุนในกลุ่ม Express

ในขณะที่หลายๆ ธุรกิจกำลังเผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจที่เป็นผลสืบเนื่องจากปัจจัยทั้งในประเทศไทยและจากวิกฤติสงครามการค้าระหว่าง สหรัฐฯและจีน แต่ไม่ใช่สำหรับส่วนของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ – ค้าปลีกและโลจิสติกส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการขนส่งพัสดุด่วน หรือ Express ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี

โดยปัจจัยที่ธุรกิจExpress มีการเติบโตที่น่าสนใจ ส่วนหนึ่งมากจากการขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ทั้งยังเปลี่ยนวงการค้าปลีกแบบเดิม ให้ก้าวไปสู่การซื้อขายและชำระเงินผ่านออนไลน์ แต่การส่งมอบสินค้าจากผู้ขายให้ถึงมือผู้ซื้อยังคงต้องพึ่งพาการขนส่งสินค้า ดังนั้น ยิ่งการซื้อขายเกิดขึ้นง่ายดายบนโลกออนไลน์มากเท่าไร ก็จะยิ่งเกิดความต้องการใช้บริการขนส่งสินค้ามากขึ้นเท่านั้น

รวมถึงการวางรากฐานการลงทุนในส่วน ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC นับเป็นสำคัญที่จะผลักดันให้ธุรกิจโลจิสติกส์เอสเอ็มอี เติบโตผ่านนโยบายสำคัญ 2 ด้านของภาครัฐ ได้แก่  โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ  และ โครงสร้างพื้นฐานด้านกฎหมาย กฎระเบียบ ที่ให้สิทธิประโยชน์เหนือกว่าพื้นที่อื่นๆ จึงดึงเป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติที่หวังเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

Mr. James Z. Dong, CEO of Lazada Thailand อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ภายใต้อาลีบาบา ลาซาด้าตั้งเป้าเจาะกลุ่มลูกค้าไทย หลังเห็นโอกาสจากเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่เปลี่ยนไปที่ใช้โซเชียลมีเดียกว่า 40 ล้านคน ซึ่งอยู่ในอัตราสูงที่สุดในโลก ทั้งยังใช้สมาร์ทโฟนเฉลี่ยวันละ 10 ชั่วโมง โดยลาซาด้าจะนำเอาระบบค้าปลีกใหม่ๆมาใช้ รวมไปถึงการนำ Data Technology มาสร้างประสบการณ์แบบ Personalization ที่ตรงความต้องการของลูกค้าแต่ละรายมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันผู้ซื้อสินค้า-บริการทางออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็น 25%  จากปีที่ผ่านมา 15%

ทั้งระบบโลจิสติกส์ยังพัฒนามากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจค้าปลีกมีแนวโน้มปรับตัวไปในทิศทางที่ดี ลาซาด้าจึงสร้าง Warehouse เพิ่มขึ้นในไทย เพื่อเป็นฐานขยายธุรกิจไปยังประเทศ CLMV เนื่องจากไทยมีอัตราการเติบโตสูง มี Ecosystem ที่ดี ทั้งนักท่องเที่ยวจีนยังนิยมเข้ามาเที่ยวกว่า 10 ล้านคน ด้วยเหตุนี้ ช่วงกลางปี  2561 ที่ผ่านมา กลุ่มบริษัท เบสท์ ที่ที่ถือหุ้นใหญ่โดยอาลีบาบาได้เข้ามาลงทุนด้านโลจิสติกส์ในประเทศไทย พร้อมเปิดศูนย์บริการเอ็กเพรส ในไทย 4 แห่งรวด ในพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พื้นที่ จ.ขอนแก่น พื้นที่ จ.พิษณุโลก และ พื้นที่จ.สราษฎร์ธานี

ขณะที่ Mr. Alex Ng, Executive Director, Kerry Express (Thailand) เผยว่า 5 ปีที่ผ่านมา Kerry เติบโตขึ้น 50-60 เท่า และคาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า การขนส่งในประเทศไทยจะเติบโตในขยายไปอย่างรวดเร็ว แม้การรับเงินสดจะถือเป็นระบบเก่า แต่ก็ยังมีคนต้องการใช้สังเกตจาก Kerry เป็นธุรกิจขนส่งที่รับเงินสดมากที่สุด โดยการเปลี่ยนแปลงช่วง 5 ปีก่อน Kerry มีสัดส่วนการค้าแบบ B2B มากถึง 99% แต่ปัจจุบันลดลงไม่ถึง 5% ซึ่งเกิดจากการเข้ามาของระบบโลจิสติกส์ใหม่ๆ อย่างลาซาด้า ทำให้ลูกค้าของ Kerry ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่ซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ และเพื่อการขยายตัว Kerry จึงร่วมมือกับ BTS Group ผู้ถือหุ้น 23% ใน Kerry Express เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงคนกรุง ผ่านการให้บริการบนสถานีรถไฟฟ้า

เป็นที่น่าสนใจว่า ในส่วนของผู้ประกอบการที่เป็นคนไทย จะสามารถเกาะเกี่ยวโอกาสในการเติบโตของทั้งอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์ได้มากแค่ไหน หรือต้องมีการปรับตัวเพื่อการแข่งขันที่ทัดเทียมได้อย่างไร ท่ามกลางศึกการแข่งขันของบริษัทต่างชาติที่หวังปักหมุดตะกุยมาร์เก็ตแชร์ในประเทศไทย

แสดงความคิดเห็น