ส่องตัวเลขส่งออก พ.ย. 61และปัจจัยเสี่ยงปี 2562

ส่งออกไทยเดือนพฤศจิกายนติดลบ ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่น่าจับตาในปี 2562 นอกจากเรื่องสงความการค้า ยังมีตลาดส่งออกในEUที่ไทยกำลังจะสูญเสียไป

นับตั้งแต่ต้นปี 2561 ที่ผู้ส่งออกไทยมีการประเมินยอดการส่งออกไทยในปี 2561 ประเมินว่าภาคการส่งออกไทยจะเติบโตที่ร้อยละ 10 แต่ด้วยสถานการณ์สงครามการค้าที่ตั้งเค้ามาตั้งแต่ต้นปี ทำให้ผู้ส่งออกมีการปรับลดตัวเลขการเติบโตในภาคการส่งออกลงเรื่อยมา ได้บทสรุปในช่วงเดือนกันยายนปีที่ผ่านมาคาดว่าการเติบโตของภาคการส่งออกไทยจะขยายตัวที่ร้อยละ 8 แต่จากรายงานตัวเลขการส่งออกล่าสุด(8 ม.ค.2562) มีการปรับลดตัวเลขการเติบโตในภาคการส่งออกไทยปี 2561 เหลือร้อยละ 7 ซึ่งนับเป็นการปรับลดครั้งที่ 4

โดยสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) แถลงรายงานตัวเลขการส่งออกเดือนพฤศจิกายน 2561 ภาคการส่งออกเดือนพฤศจิกายน มีการหดตัว -2.4% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน โดยสรุป 11 เดือน (ม.ค.- พ.ย.ปี 2561) ไทยส่งออกรวมมูลค่า 232,725 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวที่ 7.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาทที่ 7,447,769 ล้านบาทขยายตัว1.1% ของช่วงเดียวกันในปีก่อน

ขณะที่ การส่งออกเดือนพฤศจิกายน 2561 กลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรหดตัวที่ -8.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน โดยเครื่องดื่ม, ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง, ทูน่ากระป๋อง และ ไก่สด แช่แข็งและแปรรูป ยังคงมีการเติบโตในตลาด แต่ยางพารามีการหดตัวทั้งทางด้านราคาและปริมาณอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมหดตัวที่ -0.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน โดย กลุ่มสินค้าที่มีการขยายตัว ได้แก่ สินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน,ทองคำ, ผลิตภัณฑ์ยาง,เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และกลุ่มสินค้าที่มีการหดตัวได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ, เครื่องคอมพิวเตอร์ อุกปกรณ์และส่วนประกอบ, อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ

การส่งออกของไทยรายตลาดในเดือนพฤศจิกายน ปี 2561 การส่งออกไปยังตลาดหลักขยายตัว 5.3%โดยตลาดสหรัฐฯ ขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า11.9%ญี่ปุ่นขยายตัวต่อเนื่องอยู่ที่ 4.3% แต่มูลค่าการส่งออกไปสหภาพยุโรปยังคงหดตัวต่อเนื่อง -2.0%ส่วนการส่งออกไปตลาดศักยภาพสูงหดตัว-1.7%โดยเฉพาะการส่งออกอาเซียน 5 ประเทศ นอกจากนี้กลุ่มประเทศที่ตลาดส่งออกหดตัว อาทิ เอเชียใต้ -4.3% ฮ่องกง -7.6% เกาหลีใต้-11.1% และ ไต้หวัน -1.8% ตามลำดับ

ทั้งนี้ สรท.คาดการณ์การส่งออกปี 61 โต 7% และคาดการณ์ปี62 โต 5%โดยมีปัจจัยบวกสำคัญคือโอกาสของไทยในการเป็นประธาน ASEAN ทำให้ไทยสามารถสร้างความเชื่อมั่น สร้างความเป็นอัตลักษณ์ Uniqueness ให้กับสินค้าไทยรวมถึงการผลักดันประเด็นทางด้านการเพิ่มความสะดวกทางการค้า และการลดการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีทั้ง NTB และ NTM

อย่างไรก็ตาม สรท.ชี้แจงว่า ปัจจัยที่อาจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อภาคการส่งออกของไทยประกอบด้วย

  1. สงครามการค้าที่ยืดเยื้อ เริ่มส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยและความเชื่อมั่นต่อการลงทุน ซึ่งต้องติดตามการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ระหว่างวันที่ 7-8 มกราคม 2562 ขณะที่จีนประกาศนโยบายเริ่มลดภาษีสินค้านำเข้า-ส่งออกกว่า 700 รายการ ในวันที่ 1 มกราคม 2562  เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการนำเข้าสินค้าอื่นทดแทนสินค้าที่ต้องนำเข้าจากสหรัฐฯ และเป็นการอัดฉีดสภาพคล่องครั้งใหญ่ ซึ่งสินค้าไทยอาจถูกแย่งส่วนแบ่งตลาดในจีน
  2. ไทยอาจสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในสหภาพยุโรป เนื่องจากปี 2562 ความตกลง EU-Vietnam FTA จะเริ่มมีผลบังคับใช้ และสินค้าที่เวียดนามส่งออกนั้นเป็นสินค้ากลุ่มเดียวกับไทยในตลาดสหภาพยุโรป
  3. เหตุจลาจลในกลุ่มประเทศยุโรป ส่งผลให้นักลงทุนไทยมองเห็นความเสี่ยง และความไม่แน่นอนในการตัดสินใจเข้าไปเปิดตลาดส่งออกใหม่
  4. ความผันผวนของราคาน้ำมันและค่าเงินบาทที่ส่งผลกระทบต่อการจัดการความเสี่ยง และต้นทุนการบริหารจัดการของภาคเอกชน
  5. การปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยจาก 1.5% เป็น 1.75% ส่งผลต่อการแข็งค่าของค่าเงินบาท และกระทบต่อผู้ประกอบการส่งออกและ
  6. กฎหมายและกฎระเบียบภายในประเทศ เป็นการภาระต้นทุนและเป็นการกีดกันผู้ประกอบการส่งออกทางอ้อม เช่น การเปลี่ยนกระบวนการตรวจสอบในสินค้าเกษตร

คงต้องจับตาดูตัวเลขการส่งออกเดือนสุดท้ายของปี 2561 ว่าจะสามารถตีกลับมาเป็นบวกได้หรือไม่ แต่ดูจากการประเมินการเติบโตในภาคการส่งออกปี 2562 ที่ร้อยละ 5  ทั้งเห็นได้ชัดว่าปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญยิ่งคือภาวะตลาดโลกที่ชะลอตัว ทั้งมีอุปสรรคในหลายด้าน ภาคส่งออกในปีนี้จึงอาจจะกระทบหนักกว่าที่คิด ดังนั้นผู้ประกอบการควรติดตามข่าวสารความเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด

แสดงความคิดเห็น