กรณี (น่า) ศึกษาพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนจีนที่จับจ่ายผ่านแอพ Alipay

ผู้ประกอบการ SMEs ส่วนใหญ่คงรู้จัก แอพ Alipay ที่ใช้สำหรับการชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟน แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่ามันมีอิทธิพลต่อการจับจ่ายใช้สอยของคนจีนมากแค่ไหน

ในปี 2560 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาประเทศไทย 3.4 ล้านคน ในขณะที่ปี  2561 แม้สถิติจะลดลงเล็กน้อย แต่นักท่องเที่ยวจีนก็ยังเป็นอับดับ 1 ของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทย ดังนั้นจึงเป็นกลุ่มประชากรที่มีความสำคัญและน่าศึกษาพฤติกรรมโดยเฉพาะในด้านการจับจ่ายใช้สอยเป็นอย่างยิ่ง

โดยในที่นี้เรามีรายงานการสำรวจแนวโน้มการชำระเงินผ่านมือถือระหว่างการท่องเที่ยวในต่างประเทศของชาวจีนประจำปี 2561 (2018 trends of Chinese mobile payment in outbound tourism)ที่จัดทำโดย นีลเส็น (Nielsen) บริษัทซึ่งให้ข้อมูลและการประเมินผลชั้นนำของโลก ที่ร่วมกับอาลีเพย์ (Alipay) แพลตฟอร์มการชำระเงินออนไลน์และโมบายล์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยรายงานให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มล่าสุดของการท่องเที่ยวในต่างประเทศและพฤติกรรมการบริโภคของนักท่องเที่ยวชาวจีน

จากการสำรวจความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวชาวจีนกว่า 2,800 คน และผู้ค้าในต่างประเทศกว่า 1,200 ราย รายงานดังกล่าวสรุปว่างบประมาณโดยเฉลี่ยสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยนักท่องเที่ยวหันมาใช้การชำระเงินผ่านมือถือขณะท่องเที่ยวในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น  ทั้งนี้ ในการเดินทางไปต่างประเทศครั้งล่าสุด นักท่องเที่ยวชาวจีนใช้การชำระเงินผ่านมือถือเพื่อทำธุรกรรมราว 32% ในขณะที่การทำสำรวจล่าสุดช่วงปลายปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนใช้จ่ายเงินสดอยู่ที่ 30 % ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่สัดส่วนของการชำระเงินผ่านมือถือแซงหน้าเงินสด

นอกจากจะเพิ่มความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวชาวจีนแล้ว วิธีการชำระเงินผ่านมือถือยังช่วยปรับปรุงการดำเนินงานของผู้ค้าในต่างประเทศอีกด้วย โดย 58% ของผู้ค้าที่ตอบแบบสอบถามระบุว่า หลังจากที่เปิดให้บริการรับชำระเงินผ่านอาลีเพย์ ลูกค้าที่เดินเข้าร้าน (foot traffic) มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ 56% เปิดเผยว่ายอดขายเพิ่มสูงขึ้น

ผลการสำรวจความคิดเห็นในครั้งนี้ให้มุมมองใหม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดผู้บริโภคชาวจีนซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ขณะที่ชาวจีนเดินทางไปท่องเที่ยวทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้การใช้จ่ายและการตัดสินใจเลือกของนักท่องเที่ยวชาวจีนมีอิทธิพลเพิ่มมากขึ้น

 

โดยพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนจีน สามารถแบ่งเป็นพฤติกรรม 8 ข้อดังนี้

  1. นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นในปี พ.ศ. 2561 โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ตอบแบบสอบถามเยี่ยมชมประเทศ/ภูมิภาค 2.8 แห่ง จาก 2.1 แห่งในปี พ.ศ. 2560 ทั้งยอดใช้จ่ายจริงโดยเฉลี่ยและงบประมาณสำหรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นแบบปีต่อปี โดยงบประมาณที่ตั้งไว้สำหรับการเดินทางเพิ่มขึ้น 15% เป็น 6,706 ดอลลาร์ (ประมาณ 214,592 บาท) และยอดใช้จ่ายจริงโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 6% เป็น 6,026 ดอลลาร์ (ประมาณ 192,832 บาท)
  2. การใช้จ่ายในส่วนของช้อปปิ้ง ค่าที่พัก และค่าอาหาร ยังคงเป็น 3 หมวดหมู่อันดับสูงสุดสำหรับการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวจีน ขณะที่ส่วนลด คุณภาพ และราคา เป็น 3 ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการของนักท่องเที่ยวชาวจีน
  3. นักท่องเที่ยวชาวจีนจากเมืองรอง (Second-tier cities) กลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ที่สำคัญในตลาดการท่องเที่ยวต่างประเทศของจีน โดย 38% ของนักท่องเที่ยวจากเมืองรองเดินทางไปยุโรปในปี พ.ศ. 2561 แซงหน้าสัดส่วนของผู้ตอบแบบสอบถามจากเมืองหลัก (First-tier cities) เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ 22% ของนักท่องเที่ยวจากเมืองรองเดินทางไปเที่ยวอเมริกาเหนือ โดยสัดส่วนใกล้เคียงกับนักท่องเที่ยวชาวจีนจากเมืองหลัก
  4. นักท่องเที่ยวชาวจีนเลือกจุดหมายการเดินทางที่ออกแนวผจญภัยเพิ่มมากขึ้น โดยในปี พ.ศ. 2561 ราว 10% ของนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางไปเที่ยวภูมิภาคเอเชียกลาง เอเชียตะวันตก และแอฟริกา ซึ่งนับว่าเพิ่มขึ้นอย่างมากจากปีก่อนหน้า คนรุ่นมิลเลนเนียล (Millennials) ของจีนเป็นผู้นำเทรนด์ในการเลือกจุดหมายปลายทางที่แปลกใหม่ โดย 18% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2533 ถึง พ.ศ. 2542 เดินทางไปยังเอเชียกลางและตะวันตก รวมถึงแอฟริกา ขณะที่ 5% เดินทางไปยังประเทศแถบนอร์ดิก
  5. คนรุ่นมิลเลนเนียลของจีนไม่ได้เป็นผู้ใช้กลุ่มใหญ่ที่สุดที่ใช้การชำระเงินผ่านมือถือในต่างประเทศอีกต่อไป เพราะคนรุ่นก่อนหน้า (Gen X) กำลังก้าวตามมาติดๆ โดย 68% ของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เกิดในช่วงปี พ.ศ. 2513 ถึง พ.ศ. 2522 ใช้วิธีการชำระเงินผ่านมือถือขณะที่เดินทางไปต่างประเทศในปี พ.ศ. 2561 เกือบเท่ากับเปอร์เซ็นต์ของชาวจีนรุ่นมิลเลนเนียลที่ใช้การชำระเงินผ่านมือถือขณะที่เดินทางไปต่างประเทศในช่วงปี พ.ศ. 2561
  6. ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวชาวจีนใช้การชำระเงินผ่านมือถือในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยในปี พ.ศ. 2561 กว่า 60% ของนักท่องเที่ยวชาวจีนทำการชำระเงินด้วยโทรศัพท์มือถือในประเทศและภูมิภาคต่างๆ ตั้งแต่สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ไปจนถึงยุโรป สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย
  7. วิธีการชำระเงินผ่านมือถือนอกจากจะเพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้าชาวจีนแล้ว ยังช่วยเพิ่มยอดขายให้กับผู้ค้าในท้องถิ่นอีกด้วย โดย 71% ของผู้ค้าที่เปิดรับชำระเงินผ่านอาลีเพย์ระบุว่า ตนเองมีแนวโน้มที่จะแนะนำอาลีเพย์ให้แก่ผู้ค้ารายอื่นๆ
  8. การชำระเงินผ่านมือถือโดยนักท่องเที่ยวชาวจีนในต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ค้ามีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับแพลตฟอร์มการชำระเงินผ่านมือถือของจีน ส่งผลให้ผู้ค้าในต่างประเทศยินดีที่จะปรับใช้โซลูชั่นการชำระเงินผ่านมือถือของจีนเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้ ข้อมูลจากผู้ค้าในสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทยชี้ว่า 60% ของผู้ค้าที่ใช้แพลตฟอร์มการชำระเงินผ่านมือถือของจีนในปัจจุบันมีแนวโน้มว่าจะแนะนำวิธีการชำระเงินดังกล่าวให้แก่ผู้ค้ารายอื่นๆ  ส่วนในบรรดาผู้ค้าที่ยังไม่ได้เปิดรับชำระเงินผ่านมือถือ 55% มีแนวโน้มอย่างมากว่าจะปรับใช้โซลูชั่นการชำระเงินผ่านมือถือของจีนในอนาคต

สุดท้ายมีการสำรวจร้านค้าที่เป็นแบบสอบถามในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย 90 % กรอกข้อมูลในแบบสอบถามว่าพบเจอลูกค้าชาวจีนมักสอบถามว่าทางร้านเปิดรับชำระเงินผ่านมือถือหรือไม่ …สิ่งเหล่านี้เห็นได้ชัดถึงกระแสสังคมไร้เงินสดในประเทศจีน และพฤติกรรมการทำระเงินผ่านมือถือที่เป็นความนิยมอย่างมากของคนจีน และเป็นสิ่งที่ร้านค้าไทยในเมืองท่องเที่ยว ตลอดจนSMEsในภาคการบริการและการท่องเที่ยวต้องตามเทรนด์นี้ให้ทันและนำมาปรับใช้ เพราะการจับจ่ายใช้สอยที่สะดวก ง่ายดาย ย่อมนำมาซึ่งยอดขายที่เพิ่มขึ้นของร้านค้า

 

พาณิชย์หนุนอีคอมเมิร์ซจีนเป็นโอกาส SME ไทย

SME น่าไปลงทุนที่ “เถาเป่า” เว็บไซต์ E-Commerce ชื่อดังของจีน

สีจิ้นผิงให้คำมั่น “ตลาดจีนเปิดกว้าง นำเข้า-ต่างชาติลงทุนสูงขึ้น”

 

Bangkok Bank SME ราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก www.bangkokbanksme.com หรือ โทร call center 1333

 

 

แสดงความคิดเห็น