คึกคัก! 3 เจ้าพ่อเบียร์ เปิดศึกชิงเจ้าตลาดเบียร์ในเวียดนาม

เวียดนาม ถือเป็นตลาดเบียร์ชั้นเยี่ยมเพราะมีประชากรจำนวนมากที่เป็นนักดื่ม ให้ความนิยมเบียร์ต่างชาติมากกว่าเบียร์ท้องถิ่น ซึ่งก็เป็นโอกาสทองของธุรกิจเบียร์ต่างชาติ

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ตลาดเบียร์ในเวียดนามคึกคักมาก หลังจากมีนักลงทุนจากบริษัทต่างชาติไม่น้อยกว่า 3 บริษัท เข้าไปสร้างสีสันให้กับนักดื่มเวียดนาม ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นนักดื่มท็อป 3 ในอาเซียน

ข้อมูลจากรายงานข่าวของวอยซ์ ออฟ เวียดนาม  ระบุว่า ปัจจุบันมีบริษัทเบียร์ต่างชาติ ไทยเบฟเวอเรจ, ไฮเนเก้น และคาร์ลสเบิร์ก เข้าไปลงทุนในเวียดนาม

โดยรายแรกไทยเบฟเวอเรจ มีมาร์เก็ตแชร์ในตลาดเบียร์เวียดนามประมาณ 40% จากการเข้าไปลงทุนถือหุ้นในแบรนด์ “ไซ่ง่อนเบียร์” หรือ เซเบโก สัดส่วน 53.4% และขณะนี้นักลงทุนรายนี้รุกคืบขยายการลงทุนโดยเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 100% ตามกฎหมายลงทุนฉบับใหม่ของเวียดนาม เมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งกระบวนการนั้นผ่านฉลุย ได้รับการพิจารณาอนุมัติจากกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม (MoIT)เป็นที่เรียบร้อย

เป้าหมายของไทยเบฟเวอเรจในเวียดนามไม่ใช่แค่ครองตลาดภายในเท่านั้น แต่ตามวิสัยทัศน์ของไทยเบฟเวอเรจ วางเป้าหมายให้ 2020 จะปั้นแบรนด์ไซง่อนเบียร์ให้แข็งแกร่งจนกระทั่งสามารถขยายตลาดส่งออก กลายเป็นเบียร์ตัวท็อปของอาเซียนให้ได้ ถือเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างมาก

ขณะที่เบียร์สัญชาติเนเธอแลนด์ อย่าง “ไฮเนเก้น” ก็ไม่ใช่ธรรมดา ครองตลาดอันดับ 2 มีมาร์เก็ตแชร์ 25% แม้ว่าจะตามไทยเบฟเวอเรทเกือบเท่าตัว แต่ได้งัดกลยุทธ์มากมากมายมาแข่ง โดยปัจจุบันเปลี่ยนเป็น “ไฮเนเก้น เวียดนาม บริวเวอรี่” โดยเข้าไปรวมทุนกับเอเชียแปซิฟิก บริวเวอรีส์ และเวียดนาม บริวเวอรี่  ซึ่งไฮเนเก้นถือหุ้นในบริษัททั้งสองสัดส่วน 60% และมีแผนจะซื้อหุ้นเพิ่ม ซึ่งอาจจะถึง 100%

ผลประกอบการของไฮเนเก้นถือว่าน่าจะจับตามอง เพราะสามารถครองตลาดเบียร์ได้นานกว่า 10 ปี และทำกำไรให้กับบริษัทเฉลี่ยปีละ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยปัจจุบันมีโรงงานผลิตเบียร์ในเวียดนามรวม 5 แห่ง โดยใช้ชื่อแบรนด์ต่างๆ เช่น ไทเกอร์เบียร์, ลารูเบียร์ (Larue) และอัมสเทลเบียร์ (Amstel) ที่ครองตลาดเบียร์ในระดับไฮเอนด์ในเวียดนาม

สุดท้ายคือ เจ้าตลาดเบอร์ 3 เบียร์ “คาร์ลสเบิร์ก” สัญชาติเดนมาร์ก ซึ่งได้รุกคืบเข้าไปซื้อหุ้นของบริษัทฮาเบโก ผู้ผลิตเบียร์ท้องถิ่นชื่อดัง “ฮานอยเบียร์” โดยคาร์ลสเบิร์กถือหุ้นส่วน 51% จากก่อนหน้านี้ที่เข้าซื้อฮิว บริวเวอรี่ เพื่อผลิตเบียร์คาร์ลสเบิร์กป้อนตลาดเวียดนาม

ปรากฎการณ์บริษัทต่างชาติรุกไปในตลาดเวียดนามนั้น ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะเวียดนาม ถือเป็นตลาดเบียร์ชั้นเยี่ยมเพราะมีประชากรจำนวนมากที่เป็นนักดื่ม ทั้งนี้ ข้อมูลจากสมาคมเครื่องดื่มของเวียดนาม (VBA) ระบุว่า คาดว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า หรือภายในปี 2021 ปริมาณการดื่มเบียร์ของคนเวียดนามจะเพิ่มสูงขึ้น 65% จากปัจจุบันที่บริโภคเกือบ 4,000 ล้านลิตรต่อปี เนื่องจากเศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวสูง ทำให้ประชาชนที่มีรายได้ปานกลางเพิ่มจำนวนมากขึ้น และประชาชนกลุ่มนี้ให้ความนิยมเบียร์ต่างชาติมากกว่าเบียร์ท้องถิ่น ประกอบกับการผ่อนปรนกฎระเบียบการเป็นเจ้าของของบริษัทต่างชาติที่มากเกินไป จนทำลายธุรกิจเบียร์ท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม “ยูโรมอนิเตอร์” สะท้อนภาพว่าจากความเคลื่อนไหวนี้ ถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่เบียร์แบรนด์เวียดนามจะถูกบริษัทเบียร์ต่างชาติฮุบจนสูญพันธุ์  ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงนี่จะเป็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์หน้าสำคัญกับธุรกิจเวียดนามในอนาคตก็เป็นได้

เค้าชอบเรา! 5 เหตุผลที่เวียดนามนิยมไทย

SME น่าลงทุนเวียดนาม เมื่อคนในประเทศกำลังซื้อสูงขึ้น

5 ปัจจัย ค้าปลีกไทยสดใสในเวียดนาม

Bangkok Bank SME ราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก www.bangkokbanksme.com หรือ โทร call center 1333

 

 

 

แสดงความคิดเห็น