ปี 2030 พฤติกรรมผู้บริโภคจะเป็นอย่างไร

เคยคิดมั้ยว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าเทคโนโลยีจะเข้ามาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคในขณะนั้นอย่างไร คาดหวังจะพบเจออะไรบ้างในปี 2030

หากถามว่าในอีก 10 ปีข้างหน้ารูปแบบการใช้ชีวิตของเราจะปรับเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง เชื่อว่าคงมีแนวทางในใจไว้มากมาย ทั้งนี้หากลองย้อนไปในอดีตเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ในขณะที่สมาร์ทโฟนยังไม่สามารถแทรกซึมเข้ามาในกิจวัตรประจำวันของเราได้ แล้วมองดูรอบๆ ตัวเราทุกวันนี้ ดังนั้นเชื่อเถอะว่า อีก10 ปี อะไรก็เกิดขึ้นได้

ในที่นี้เรามีแบบสำรวจที่ทำโดยบริษัทสัญชาติอเมริกา ที่ทำการสำรวจชายหญิงอเมริกัน 1,000 คน ถึงความต้องการประสบการณ์ใช้งานต่างๆ ภายในปี 2030 ที่เทคโนโลยีจะเข้ามาเติมเต็มและยกระดับคุณภาพชีวิตผู้บริโภคทุกไลฟ์สไตล์  โดยข้อมูลที่ได้รับจากการตอบแบบสอบถาม คือ

  1. ชาวมิลเลนเนียลที่ (อายุระหว่าง 18 – 34 ปี) มีความเห็นว่า เทคโนโลยีควรนำเสนอรูปแบบการใช้งานให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้ด้วยตนเองได้ตลอดเวลา ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามอายุ 35 ปีขึ้นไป คาดว่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอีกด้วย
  2. บ้านจะยิ่งปลอดภัยและประหยัดพลังงานมากขึ้น ผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 70% กล่าวว่า ในอนาคตจะเลือกใช้อุปกรณ์ที่สามารถรีโมทเพื่อควบคุมและตรวจสอบ การสั่งงานด้วยเสียง และวางระบบภายในบ้านแบบ สมาร์ทโฮม หรือ บ้านอัจฉริยะ ขณะที่ ผู้ตอบแบบสอบถาม 49% เลือกใช้แม่บ้านอัจฉริยะ หรือ หุ่นยนต์แม่บ้าน
  3. ผู้ตอบแบบสอบถาม มากกว่า 70% คาดการณ์ว่า จะใช้ รถยนต์ไฟฟ้าหรือรถไฮบริดในอนาคต ขณะที่ กว่า 50% คาดว่า จะเลือกใช้ระบบขนส่งความเร็วสูงหรือรถไฟความเร็วสูง (Hyperloop) ด้านผู้ตอบแบบสอบถาม 38% คาดว่าจะมี แท็กซี่ลอยฟ้า” เปิดให้ใช้บริการ ขณะที่ผู้ขับขี่กว่า 75% เชื่อว่า จะได้รับประสบการณ์ขับขี่รถยนต์ที่ดีขึ้นในอนาคต เช่น เทคโนโลยีเพื่อการวางแผนการเดินทางหรือกำหนดเส้นทางและแผนการควบคุมการจราจรในเขตเมือง
  4. โฮมทรีทเมนท์ (Home Treatment) จะใช้กันแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 80% คาดว่า เทคโนโลยีจะช่วยให้พวกเขาจัดการสุขภาพได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นซึ่งจะช่วยป้องกันโรคและช่วยให้พวกเขาใช้ชีวิตได้นานขึ้น โดย 83% มองว่าแผนประกันสุขภาพที่ตรงกับพฤติกรรมหรือโภชนาการจะตอบโจทย์มากที่สุด 81% มองว่าจะซื้อเครื่องมือในการดูแลสุขภาพมาติดตั้งหรือนำมาใช้ที่บ้านเอง และ 80% คาดว่าจะมีระบบบันทึกข้อมูลด้านสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์เปิดให้ใช้บริการ 3 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่า เทคโนโลยี เช่น แอปพลิเคชั่นสำหรับวินิจฉัยสุขภาพที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองหรือที่บ้านอุปกรณ์สวมใส่ และศัลยกรรมกระดูกเทียมจะถูกนำมาใช้มากขึ้นในอนาคต
  5. ร้านค้ารูปแบบเดิมจะยังมีอยู่ แต่สิ่งที่จะเพิ่มเข้ามาคือการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มความสะดวกในการชำระเงินและบริการต่างๆ ในร้านค้า ผู้ตอบแบบสอบถาม 84% เชื่อว่า การเปิดให้ชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือและการเพิ่มความสะดวกสบายด้านการส่งของได้ทุกที่ทุกเวลาช่วยเร่งให้อุตสาหกรรมซื้อขายสินค้าร้อนแรงมากยิ่งขึ้น ขณะที่ 45% เชื่อว่า การพัฒนาการซื้อขายผ่านร้านค้าเสมือนจริงให้สำเร็จภายในปี 2030 ยังไกลเกินเอื้อม

bangkok bank sme ,

ผลการสำรวจฉบับนี้ทำขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 29 พฤศจิกายน 2561 โดยกลุ่มตัวอย่างชาวอเมริกัน 1,000 คนผ่านระบบการตอบแบบสอบถามออนไลน์ ซึ่งจากที่เรียบเรียงมาก็เห็นได้ชัดว่า จิตนาการของคนอเมริกายังไม่ได้ก้าวล้ำไปไกลนักและประเมินไว้แค่ การเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง (Hyperloop) เปลี่ยนบ้านธรรมดาให้กลายเป็นสมาร์ทโฮม (Smart Home) การใช้จ่ายผ่านอุปกรณ์โมบายล์ (Mobile Payment) และแผนการประกันสุขภาพส่วนบุคคล (Personalized Preventive Health Plan)

สิ่งเหล่านี้ก็มีต้นแบบมาบ้างแล้วในปัจจุบัน เชื่อว่าคนอเมริกาคงมีไอเดียในการวาดหวังอนาคตไว้มาสูงนัก คราวหน้าถ้ามีโอกาส เราจะเอางานสำรวจความคิดเห็นของคนเอเชีย อย่างญี่ปุ่น เมืองที่คลาคล่ำไปด้วยเทคโนโลยี เราอาจจะเห็นภาพความคิดสร้างสรรค์ที่มากกว่านี้…แล้วท่านผู้อ่านเองละ คาดหวังจะมีรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างไรในปี 2573

 

ส่งเสริมการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้า–อนาคตยานยนต์ไทย (ตอนที่ 1)

ส่งเสริมการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้า –อนาคตยานยนต์ไทย (ตอนจบ)

2019 การรุกคืบของ AI

Bangkok Bank SME ราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก www.bangkokbanksme.com หรือ โทร call center 1333

 

แสดงความคิดเห็น