Digital Transformation แบบเข้าใจง่าย สไตล์ SMEs

ธุรกิจเริ่มใช้เทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องกันมากขึ้น ในการขับเคลื่อนธุรกิจและปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานทางธุรกิจให้เปลี่ยนไปจากที่เคยเป็น ดังนั้น…เรียนรู้มันซะ

เชื่อว่าท่านผู้อ่านคงคุ้นเคยกับคำว่า Digital Transformation กันมาบ้าง หรือจะไม่คุ้นเลย ก็ไม่เป็นไร เพราะในที่นี้จะจะเปิดหลักสูตรการเรียนรู้และทำ Digital Transformation ซึ่งในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญให้การดำเนินธุรกิจ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นับความท้าทายให้กับผู้ประกอบการไม่น้อย ดังนั้น ในฐานนะที่เป็น SME 4.0 เรามาหาความหลายและการใช้ประโยชน์กันไปพร้อมๆ กัน

แต่ก่อนจะทำความเข้าใจไปดูตัวอย่างคนที่ทำ Digital Transformation สำเร็จมาแล้ว อย่างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของอเมริกาอย่าง ‘Wal-Mart’  ที่มีการปรับแต่ง Software Stake ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแบบกำหนดเอง ซึ่งรวมถึงฟีเจอร์ค้นหาแบบใหม่ และแอพพลิเคชั่นอีกมากมาย ซึ่งแพลตฟอร์ม E-Commerce ใหม่นี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้ค้าปลีกสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ ทั้งนี้ยังมีการเปิดตัว OneOps แพลตฟอร์ม Open source ที่เปิดให้เหล่าโปรแกรมเมอร์สามารถทดสอบและสลับกันระหว่างผู้ให้บริการ Cloud มากมาย ซึ่งนี่ก็คือ การทำ Digital Transformation

อธิบายให้ชัดกว่านี้ คือการใช้เครื่องมือดิจิทัล ในการสร้างกระบวนการใหม่ให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลมากขึ้น เช่น การเพิ่มฟีเจอร์ต่างๆ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการนำเทคโนโลยีเข้าทำซ้ำบริการที่มีอยู่ในรูปแบบดิจิทัลเท่านั้น แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนแปลงบริการดังกล่าวจาก ‘สิ่งที่คิดว่าดีอยู่แล้ว ให้กลายเป็นสิ่งที่ดีกว่า’

โดยในแต่ละเทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนแปลง หรือ transform ได้ตลอดเวลา ดังนั้นการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้งานจึงควรมุ่งเน้นไปที่การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับอนาคต และหัวข้อที่พูดถึงมากที่สุดในตอนนี้คือ cloud computing, Internet of Things (IoT), Big Data และ artificial intelligence (AI)

เมื่อทุกอย่างถูกขับเคลื่อนด้วยคำว่า Digital ที่บวกคำว่า Transform เข้าไปด้วย การเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค (จะใช้คำว่าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายก็ได้) การพัฒนาความสามารถในการวิเคราะห์ผู้บริโภค นอกเหนือจากการแบ่งกลุ่มลูกค้าตาม พื้นที่ อายุ ระดับการศึกษา รายได้ มาให้ความสำคัญกับพฤติกรรมการซื้อสินค้า ความต้องการ ความสนใจ เทรนด์ โปรโมชั่น และราคา เพื่อกำหนดกลยุทธ์การทำ CRM (Customer Relationship Management) เพื่อสร้างความพึงพอใจและแรงจูงใจในการซื้อสินค้าตามความชอบของแต่ละคน รวมถึงการนำเอาอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ เช่น smart phone ,iPad, Tablet มาใช้เพื่อมาอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภค

ประเด็นสำคัญคือเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่จะมาเปลี่ยนแปลงของเดิม เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค หรือ คำที่นักการตลอดชอบใช้ว่า Customer Experience  ซึ่งการสื่อสารกับผู้บริโภค ก็มักจะใช้ช่องทางการออนไลน์ เช่น Facebook, Line, Twitter, Instagram, Application ต่างๆ  ซึ่งแน่นอนว่า มันช่วยให้การเข้าถึงที่รวดเร็ว ทันใจผู้บริโภค

ถึงตรงนี้เชื่อว่าคงเห็นภาพ กว้างๆ ของคำว่า Digital Transformation กันบ้างแล้ว คำถามคือ อ่านมาถึงตรงนี้ก็ยังเดาไม่ออกมามันจะมีประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ SMEs อย่างไร เพราะน่าจะเป็นเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทขนาดใหญ่มากกว่า ซึ่งบอกเลยว่าคุณเข้าใจผิด !

ปัจจุบันนี้ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนบนโลกก็สามารถซื้อสินค้าได้อย่างง่ายดาย เพียงเข้า Google เพื่อค้นหาสินค้าที่ต้องการ จากนั้นจะพบว่ามีสินค้ามากมายให้คุณเลือก ชำระเงินออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต จากนั้นสินค้าจะมาถึงให้ถึงหน้าบ้าน หรือแม้แต่ธุรกรรมทางการเงิน ที่สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นหากธุรกิจไม่ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย จะแข่งขันอยู่ในตลาดได้ยาก หากคุณไม่เปลี่ยนโลกจะทิ้งคุณไว้ข้างหลัง

 

แล้วจะต้องเริ่มต้นอย่างไร?

1.กำหนดกระบวนการทางธุรกิจใหม่ การทำ Digital Transformation เริ่มต้นด้วยการปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจที่มีอยู่ให้ดีขึ้นการเปลี่ยนแปลงสามารถเป็นได้ทั้งระบบดำเนินการทั้งหมด หรือ สิ่งที่สามารถทำได้โดยง่าย เช่น การปรับเปลี่ยนช่องทางการรับฟังความคิดเห็นจากลูกค้า เดิมธุรกิจคุณอาจจะใช้นกพิราบในการสื่อสารกับลูกค้าก็เปลี่ยนมาใช้ช่องทางออนไลน์แทน

2.เลือกเทคโนโลยี ปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายที่สามารถนำมาปรับใช้กับธุรกิจ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องใช้ทุกอย่างที่มี ดังนั้นควรเลือกใช้เทคโนโลยีที่จะช่วยสนับสนุนเป้าหมายและไอเดียทางธุรกิจ การนำสิ่งที่เหมาะสมกับธุรกิจมาปรับใช้จะทำให้ผลที่ออกมามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

3.เฟ้นหาบุคลากรที่มีความสามารถด้านไอที ถ้าคุณทำไม่เป็น ไม่มีเวลามากพอในการลองผิดลองถูก ดังนั้นการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้บรรลุผล จำเป็นจะต้องมีพนักงานที่มีความสามารถ และพร้อมที่จะนำไอเดียไปทำให้เกิดผลสำเร็จได้จริง

4.กำหนดแนวทางให้ชัด การทำ Digital Transformation ควรทำทีละขั้นตอน ควรทดสอบสมมุติฐานของคุณในระดับเล็กๆ ก่อนที่จะดำเนินการทั้งหมด ในการดำเนินการแต่ละขั้นตอนควรจะจบด้วยการระบุผลงานที่ลดความเสี่ยง (Risk Mitigation Milestone) เช่น งานชิ้นที่ทำสำเร็จและแสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงลดลง ประมาณว่ามันมีผลงานที่ชัดเจนไม่ใช่โมเมเอาเองตามความรู้สึก

5.ทุกอย่างต้องมีเป้าหมาย แน่นอนที่ทำมาทั้งหมดอาจสูญเปล่าถ้าไม่มีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน ดังนั้นคุณควรจะตั้ง KPI เพื่อใช้ประเมินความมีประสิทธิภาพของแผนงาน และเพื่อใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจในอนาคต การตั้งเป้าหมายอย่างชาญฉลาดจะช่วยเป็นแนวทางให้การปฏิบัติการเป็นไปอย่างเหมาะสม

6.ทำซ้ำ เพื่อหาสิ่งที่เหมาะสมหรือดีกว่า เพราะแม้คุณจะชอบเพลงรักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง แต่สำหรับเทคโนโลยี มันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้น นับจากข้อ 1 ถึง ข้อ 5 ให้ทำซ้ำเพื่อเฟ้นหาสิ่งใหม่ หรือกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับธุรกิจของคุณจริงๆ หรือทำไปจนกว่าจะเจอเทคโนโลยีและกระบวนการทำงานที่เหมาะสมในยุคดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม แม้ทุกอย่างจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่ท้ายที่สุดคุณต้องเลือกเองว่าอะไร ‘จำเป็น’สำหรับธุรกิจของคุณบ้าง การก้าวทันกระแสเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับผู้ประกอบการสมัยใหม่เป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความ ‘พอดี’ ด้วย เพราะนั่นอาจหมายถึงสิ่งที่คุณต้องจ่ายออกไป

 

ติดปีก SME ด้วย Digital Economy

อัพเดทแนวโน้มธุรกิจที่จะเปลี่ยนแปลงด้วย Digital Transformation

Bangkok Bank SME ราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก www.bangkokbanksme.com หรือ โทร call center 1333

แสดงความคิดเห็น