The One Thing: The surprisingly simple truth behind extraordinary results

The One Thing หนังสือขายดีที่ติดอันดับขายดีทั่วโลก รวมทั้งใน Wall Street Journal , New York Times และ USA Today ได้รับรางวัลถึง 12 รางวัล และถูกแปลเป็นภาษาต่าง ๆ ถึง 24 ภาษา รวมทั้งยังได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 5 หนังสือธุรกิจแห่งปี 2013 โดย Hudson’s Booksellers และ 1 ใน 30 หนังสือธุรกิจแห่งปี 2013 จาก Executive Book Summaries

The One Thing นี้ เขียนขึ้นโดย Gary Keller และ Jay Papasan นักเขียนและนักธุรกิจชาวอเมริกัน ซึ่งมีผลงานเขียนเล่มอื่น ๆ เช่น The Millionaire Real Estate Investor  และ Your First Home เป็นต้น

ในหนังสือเล่มนี้จะทำให้เราเห็นว่า คนเรามีสิ่งที่เราต้องการให้เกิดขึ้นกับเราทั้งน้อยลงและมากขึ้น เช่น เราต้องการถูกรบกวนจากเรื่องราวต่าง ๆ น้อยลง ทั้งความเครียด ข้อความข่าวสารต่าง ๆ การประชุม ฯลฯ แต่เราต้องการประสิทธิผลของงานที่มากขึ้น ต้องการรายได้ที่มากขึ้น และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความพึงพอใจในตัวเอง มีเวลา และความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนฝูง ครอบครัวและคนรัก ซึ่งเราจะได้ทั้ง 2 อย่างจากหนังสือเล่มนี้ เพราะเราจะได้เรียนรู้ทั้งการกำจัดสิ่งที่รบกวนต่าง ๆ จะได้รู้วิธีการสร้างผลสำเร็จที่ดีกว่าในเวลาที่น้อยกว่า มีแรงผลักดันไปสู่เป้าหมาย ลดความตึงเครียดกดดัน และมีพลังก้าวไปในเส้นทางที่ต้องการ

โดยหลักง่าย ๆ ที่ผู้เขียนเรียกว่า The One Thing  ซึ่งนั่นก็คือ การโฟกัสหรือมุ่งเน้นไปในสิ่งที่สำคัญที่สุดเพียงสิ่งเดียวในช่วงเวลานั้น ๆ และทำมันให้ดีที่สุด

ผู้เขียนพยายามอธิบายให้เราเห็นว่า The One Thing เป็นความจริงที่เรียบง่าย แต่มหัศจรรย์และทรงพลัง ที่จะทำให้เราสามารถทำอะไร ๆ ได้อย่างมีประสิทธิผล โดยมีหลักสำคัญที่เรียกว่า 3 P คือ Purpose , Priority และ Productivity  เมื่อเรามีเป้าหมาย และรู้จักลำดับความสำคัญ ก็ย่อมจะนำมาซึ่งผลผลิตที่ดี

ผู้เขียนอธิบายว่าในช่วงเวลาทำงาน เรามักจะถูกขัดจังหวะจากสิ่งต่าง ๆ เช่น มีโทรศัพท์เข้า มีอีเมลมา ซึ่งทำให้เราไม่สามารถโฟกัสกับงานที่กำลังทำได้อย่างเต็มที่ ผลที่ตามมาก็คืองานไม่เสร็จ หรือไม่ได้ดีเท่าที่ควร ในภาคธุรกิจก็เช่นเดียวกัน ยกตัวอย่าง เช่น บริษัท Microsoft , Apple , Facebook หรือ Google ต่างมีเป้าหมายที่ชัดเจนของตัวเอง และมุ่งมั่นในเส้นทางที่เลือก โฟกัสในสิ่งที่ต้องทำ จนสามารถประสบผลสำเร็จได้อย่างสวยงาม

The One Thing นี้สามารถนำมาใช้กับการดำเนินชีวิตในทุก ๆ ด้าน แม้กระทั่งในชีวิตส่วนตัว หรือครอบครัว เช่น เมื่ออยู่กับครอบครัว ก็ควรจะให้เวลากับครอบครัวอย่างเต็มที่ เพื่อสร้าง Productivity ซึ่งก็คือ ความสุข ให้แก่ทุกคนในครอบครัว ดังนั้นจึงไม่ควรนำงานมาทำ หรือโฟกัสไปกับสิ่งอื่น เพราะนอกจากงานที่อาจจะออกมาไม่ดีแล้ว ความสัมพันธ์กับครอบครัวก็อาจจะมีปัญหาอีกด้วย

อ่านรีวิวหนังสือเล่มนี้จบแล้ว คุณรู้รึยังว่า The One Thing ของคุณคืออะไร

844 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น